Wyckoff Price Cycle… วงจรราคาของวิคคอฟฟ์

bullish bearish

การซื้อขายสินทรัพย์ และ หลักทรัพย์เพื่อการลงทุนที่อ้างอิง ราคาเสนอซื้อ หรือ Bid ตามกำลังความต้องการ หรือ อุปสงค์ หรือ Demand ของนักลงทุนที่อยากซื้อ… ในตลาดที่มีนักลงทุนผู้ถือครองสินทรัพย์ และ หลักทรัพย์เพื่อการลงทุนเสนอขาย หรือ Offer หรือ Ask ตามราคาและปริมาณที่อยากขาย หรือ อุปทาน หรือ Supply… ธรรมชาติของราคาก็จะเคลื่อนไหวเป็นไปตามหลัก Demand/Supply เสมอ และ ไม่เปลี่ยนแปลง…

ถ้า Demand หรือ อุปสงค์ มีมากกว่า Supply หรือ อุปทาน ราคาหลักทรัพย์ย่อมปรับตัวสูงขึ้น… แต่ถ้า Demand น้อยกว่า Supply ราคาหลักทรัพย์จะปรับตัวลดลง… 

เพียงแต่ในตลาดหลักทรัพย์ และ กระดานเทรดลงทุนทั้งหลายมีการเปลี่ยนแปลงของ Demand/Supply ไปตามเหตุและปัจจัยมากมายที่มีผลต่อ “การตัดสินใจ” ของนักลงทุนส่วนใหญ่ หรือ ทั้งหมดในตลาด… ซึ่งโดยภาพรวมก็คือ “จิตวิทยาตลาด หรือ จิตวิทยาของนักลงทุนส่วนใหญ่ หรือ ทั้งหมดในตลาด” นั่นเอง

ประเด็นจึงเป็นแบบนี้คือ… ถ้านักลงทุนส่วนใหญ่ตัดสินใจว่าต้องซื้อ ก็เท่ากับ Demand มีมากกว่า และ นักลงทุนส่วนใหญ่ก็จะพยายามซื้อลงทุนแม้ราคาเสนอขายจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะราคาที่ถูกกว่านั้น ได้ถูกซื้อไปหมดแล้ว และถ้าไม่ตัดสินใจซื้อก็จะไม่ได้ซื้อ แถมนักลงทุนรายอื่นก็จะรุมซื้อจนเหลือแต่ราคาหลักทรัพย์ที่แพงกว่ารอขาย… แต่เมื่อหลักทรัพย์ถูกซื้อด้วยราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ แรงซื้อ หรือ Demand ก็จะลดลงเรื่อยๆ ทั้งจากกำลังซื้อที่ถูกใช้ไปแล้ว และ จากราคาที่แพงขึ้นจนนักลงทุน “ตัดสิน หรือ เชื่อว่าแพงไปแล้ว” บวกกับนักลงทุนที่มีหลักทรัพย์ราคาต้นทุนถูกกว่า และ ย้ายข้างไปอยู่ฝั่งคนรอขายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา จนกลายเป็นนักลงทุนส่วนใหญ่… การตัดสินใจขายจากนักลงทุนส่วนใหญ่ จึงสร้างแรงขาย หรือ Supply สูงกว่าแรงซื้อ… ราคาหลักทรัพย์ย่อมปรับตัวลดลงตามกฏ Demand/Supply… และกลายเป็นวงจรราคา ขึ้นลงสลับกันไปเสมอ

Richard Demille Wyckoff หรือ Wyckoff หรือ วิคคอฟฟ์ เจ้าของสูตรการวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยเฉพาะการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกต้องรู้จัก และ ต้องเรียนรู้การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ของวิคคอฟฟ์ให้เป็น… ซึ่งทั้งหมดจะเริ่มต้นที่ Wyckoff Price Cycle หรือ วงจรราคาของวิคคอฟฟ์

ท่านกำลังอ่านบทความชุด Wyckoff Method… พื้นฐานการวิเคราะห์หลักทรัพย์ และ Cryptocurrency ตามวิธีของวิคคอฟฟ์ ซึ่งจำเป็นต้องเขียนขึ้นเป็นหลายตอน เพื่อเจาะลึกเอารายละเอียดในหลักการและเครื่องมือ มาแนะนำผ่านมุมมอง และ รายละเอียดให้ชัดเจนพอที่จะเป็นแนวทางตั้งตน ในการเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเองสำหรับทุกท่านที่สนใจ… ตอนนี้เป็นตอนที่ 2 ต่อจาก The Laws of Wyckoff… พื้นฐานนักเทรด ครับ

ประเด็นก็คือ ความเคลื่อนไหวเป็นวงจรขึ้นลงของราคาหลักทรัพย์และสินทรัพย์ลงทุน ถือเป็นธรรมชาติของราคาหลักทรัพย์ในตลาดรอง หรือ Second Market ไม่ต่างจากการขึ้นลงของคลื่นชีพจรในตัวเรา ซึ่งบ่งบอกหลายอย่างแม้จะเป็นเพียงข้อมูลพื้นๆ ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร… แต่เมื่อค้นดูเหตุและผลของจังหวะชีพจรอะไรก็ตามอย่างละเอียด…  ข้อมูลพื้นๆ นี่เองที่ฝังข้อมูลแฝงมากมายเอาไว้ให้เราได้เรียนรู้

Richard Wyckoff จึงตามดูชีพจรราคาของหลักทรัพย์ หรือ วงจรราคา คู่กับ การเรียนรู้พฤติกรรมการซื้อขายของนักลงทุนรายใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ… ก่อนจะนำมาแยกแยะอธิบายใหม่เป็นส่วนๆ เพื่อให้เห็นเหตุและผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการขึ้นลงของราคา… ซึ่งถูกต้องแม่นยำในการใช้ทำนายราคา และ แนวโน้มทิศทางจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

Richard Wyckoff กำหนดให้ช่วงราคาตกต่ำ แล้วมีการเคลื่อนไหวของราคาในกรอบแคบๆ เป็น Accumulation Phase หรือ ระยะสะสม… และกำหนดให้ช่วงราคาที่ปรับตัวขึ้นมาสูง แล้วเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เป็น Distribution Phase หรือ ระยะแบ่งขาย… โดยมี “ช่วงราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” เรียกว่า Markup เชื่อมเป็นเส้นกราฟชันขึ้นจากระยะสะสม ไปชนจุดเริ่มต้นระยะแบ่งขาย เพื่อจบแนวโน้มขาขึ้น หรือ Bullish Trend… และ มี “ช่วงราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง” เรียกว่า Markdown ดิ่งลงจากระยะแบ่งขาย ไปชนจุดเริ่มต้นระยะสะสม เพื่อจบแนวโน้มขาลง หรือ Bearish และ ครบวงจร “ขึ้น–ลง” ในหนึ่งรอบ

Wyckoff Price Cycle
ตัวอย่างการกำหนดวงจรราคาบนกราฟราคาอย่างหยาบ

ส่วนที่ยากที่สุดในการวิเคราะห์วงจรราคาก็คือ การทำนาย หรือ การระบุจุดสิ้นสุดระยะสะสม หรือ Accumulation Phase… และ การทำนาย หรือ การระบุจุดสิ้นสุดระยะแบ่งขาย หรือ Distribution Phase… ซึ่งจำเป็นต่อการจัดการพอร์ตลงทุนให้สอดคล้องต่อแนวโน้มที่ถูกต้องที่สุด… 

Richard Wyckoff จึงพยายามศึกษาลึกลงไปในวงจรราคา เพื่อจะทำนายจุดแนวโน้ม หรือ Trend ให้แม่นยำที่สุด… และ Richard Wyckoff ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจมากมายจากการรวบรวมข้อมูล และ สัมภาษณ์พูดคุยกับนักลงทุนจำนวนมาก จนตกผลึกกลายเป็น  Wyckoff Schematics อันเป็น “ลายแทงขุมทรัพย์” ที่ฝังอยู่ในระยะสะสม หรือ Accumulation Phase และ ระยะแบ่งขาย หรือ Distribution Phase… ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาหลักทรัพย์จะมีทิศทางไม่ชัดเจนจนทำให้นักลงทุนหวั่นไหวเคร่งเครียด และ นำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดเสมอ

ตอนหน้ามาเจาะดูรายละเอียดไปด้วยกันครับ!

บทความในชุด Wyckoff Method… พื้นฐานการวิเคราะห์หลักทรัพย์ และ Cryptocurrency

  1. The Laws of Wyckoff… พื้นฐานนักเทรด 
  2. Wyckoff Price Cycle… วงจรราคาของวิคคอฟฟ์
  3. Wyckoff Accumulation and Selling Climax… ระยะสะสมของวิคคอฟฟ์
  4. Wyckoff Distribution And Buying Climax… ระยะจำหน่ายจ่ายแจกของวิคคอฟฟ์

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Funnel Marketing สำหรับร้านอาหารและการปรับร้านอาหารไปพัฒนาสินค้าอาหาร

ร้านอาหารหลายร้านที่เคยขายดี เพราะคนออกจากบ้านมาทำงานเป็นปกติ แต่ช่วงนี้ไม่มีอะไรปกติ… และลูกค้าส่วนใหญ่คงไม่สบายใจพอที่จะแวะซื้อกลับบ้านเอง หรือแม้แต่สั่งผ่านบริการส่งอาหารต่างๆ ก็เถอะ… ลูกค้ามีตัวเลือกมากมายจนร้านเราอาจจะจมหายไปในจักรวาลข้อมูลของแอพสั่งอาหาร หรือไม่… ลูกค้าก็เจอเมนูของร้านอื่นก่อน และคลิกอีกสองสามครั้ง เราก็หมดโอกาสไปแล้ว… การเป็น TOP OF MIND ที่ลูกค้าคิดถึงก่อนสั่ง จึงสำคัญมากกับการขายอาหารแบบสั่งส่ง

ที่ดินเปล่า! การลงทุนเป็นเจ้าของที่ดินแปลงแรก… คุณค่าที่ควรใส่ใจ

อสังหาริมทรัพย์อย่างที่ดิน จะที่ดินว่างๆ หรือจะมีกระต๊อบซักหลัง หรือจะเป็นคฤหาสถ์อลังการ หรือจะนาข้าวแล้งน้ำ ผมแนะนำให้คุณ เป็นเจ้าของที่ทางซักแปลง ถูกแพงใกล้ไกลเอาไว้คิดทีหลัง

Properea Growth Hacking

Growth Hacking for Real Estate… ผ่าตัดเพื่อเติบโต

Growth Hacking หมายถึงกลยุทธ์การทำตลาดแนวทางหนึ่ง เพื่อเพิ่มการเติบโตของธุรกิจในยุคที่ลมหายใจธุรกิจล้วนเข้าออกโดยมี Technology ขับเคลื่อน หรือที่เรียกว่า Tech Driven หรือ Technology Driven

แบงก์ชาติเลื่อนบังคับใช้เกณฑ์คุมสินเชื่อบ้านเป็น เมษายน 2562…

แบงก์ชาติเลื่อนบังคับใช้เกณฑ์คุมสินเชื่อบ้านเป็น เมษายน 2562 โดยผ่อนปรนบ้านหลัง 2 แต่เข้มบ้านหลัง 3 วางดาวน์ 30% ชี้ผลกระทบในภาพรวมมีจำกัด หลังจากที่มีการเปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และ มีผู้ให้ความเห็นจำนวนมาก นายจาตุรงค์ จันทรังษี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้สรุปหลักเกณฑ์การกำกับดูแล คือ การวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ หรืออัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) สำหรับสัญญากู้ที่อยู่อาศัยหลังแรก