Wyckoff Distribution And Buying Climax… ระยะจำหน่ายของวิคคอฟฟ์

Bull Market Trend

วงจรราคาในแนวทางการวิเคราะห์แบบ Wyckoff Method ซึ่งนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ส่วนหนึ่ง ยึดมั่นและใช้เป็นแนวทางหลักในการทำนาย และ ติดตามราคาหลักทรัพย์เพื่อการลงทุนนั้น… นักวิเคราะห์จะพยายามระบุ “แนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้น” ในช่วงเวลาต่างๆ ของวงจรราคา ซึ่งเหตุการณ์ หรือ Event จะเกิดขึ้นซ้ำไปมาเพียงไม่กี่เหตุการณ์ ถึงแม้ว่าทั้งหมดนั้นจะสะท้อนจากจิตวิทยาของนักลงทุนทั้งหมดในตลาด ที่อ่อนไหวไร้รูปแบบอย่างซับซ้อนที่สุด… แต่ในท้ายที่สุดก็จะกลั่นออกมาเป็น “แรงซื้อ กับ แรงขาย” เพียง 2 อุบัติการณ์อยู่ดี

ท่านกำลังอ่านบทความชุด Wyckoff Method… พื้นฐานการวิเคราะห์หลักทรัพย์ และ Cryptocurrency ตามวิธีของวิคคอฟฟ์ ซึ่งจำเป็นต้องเขียนขึ้นเป็นหลายตอน เพื่อเจาะลึกเอารายละเอียดในหลักการและเครื่องมือ มาแนะนำผ่านมุมมอง และ รายละเอียดให้ชัดเจนพอที่จะเป็นแนวทางตั้งตน ในการเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเองสำหรับทุกท่านที่สนใจแนวทางนี้… ตอนนี้เป็นตอนที่ 4 ต่อจาก Wyckoff Accumulation and Selling Climax… ระยะสะสมของวิคคอฟฟ์ ครับ

หลังจากราคาหลักทรัพย์สามารถยืนเหนือแนวต้านของระยะสะสม หรือ Accumulation ใน Phase E สำเร็จ… พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจนกลายเป็นแนวโน้มขาขึ้น หรือ Bullish Trend ซึ่งจะมีแรงซื้อของรายย่อยที่ยังสู้ต่อเข้ามาเติม พร้อมนักลงทุนหน้าใหม่เข้า BUY ด้วยอารมณ์การลงทุนระดับกระปรี้กระเปร่าและโลกสวย หรือ Optimism จนดันราคาและภาวะตลาดเป็นระยะ MarkUp… กระทั่งราคาถูกดันขึ้นไปถึงจุดที่เรียกว่า Buying Climax หรือ BC ที่จะเห็นแรงขายอย่างน่าตกใจจนราคากลับตัวรุนแรงจากการทำกำไรของรายใหญ่ที่ถือสินทรัพย์ด้วยต้นทุนต่ำมาจากระยะสะสม หรือ Accumulation Phase… ซึ่งพอร์ตมีกำไรแล้วก็จะ SELL ออกมา

ในทางจิตวิทยา… แนวต้านบริเวณ Buying Climax จะเป็นจุดที่นักลงทุนส่วนใหญ่อิ่มเอิบใจ หรือ Euphoria จากแนวโน้มขาขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Anxiety หรือ วิตกหวั่นไหว… โดยเฉพาะเมื่อราคาเหวี่ยงลงมาใกล้ราคา Automatic Reaction หรือ AR กลายเป็นกรอบแนวรับล่าง ของกรอบการซื้อขาย หรือ Trading Range และ สร้าง Distribution Phase Phase A หรือ ระยะจำหน่ายแรกขึ้น… 

นักวิเคราะห์จะขีดเส้นแนวต้านสำคัญ ซึ่งยืนยันด้วยปริมาณซื้อขายที่สูงเป็นพิเศษ ณ ราคา Buying Climax หรือ BC เอาไว้ก่อน… โดยนักลงทุนรายใหญ่ที่มีหลักทรัพย์ในพอร์ตมาก ก็จะเริ่มกำหนดราคา SELL และ จับตาพฤติกรรมราคา หรือ กราฟราคาคู่กับปริมาณการซื้อขายเป็นระยะ… หรือไม่ก็วางออเดอร์ SELL ตามราคากลยุทธ์ล่วงหน้า และ ไปพักผ่อน…

โดยทั่วไป… หลังจากราคาสินทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการไล่ซื้อ หรือ BUY ทุกราคาจนกราฟราคาชันขึ้นอย่างฮึกเหิมในภาวะตลาดกระทิง หรือ Bull Market นั้น… นักลงทุนรายใหญ่ และ เก๋าตลาดพอ… ก็จะรอ “แจกจ่าย หรือ จำหน่าย ณ ราคา New High”​ เมื่อความผันผวนของราคาผ่าน Distribution Phase B กลับเป็นขาขึ้นอีกครั้ง… 

โดยเฉพาะเมื่อเห็นพฤติกรรมราคาส่งสัญญาณ Sign Of Weakness หรือ SOW จนเห็นแรงขายทำกำไรอย่างรุนแรงจากภาวะอารมณ์ Anxiety หรือ วิตกหวั่นไหว ทำให้ราคาร่วงลงต่ำกว่าแนวรับแรกของ Distribution Phase A ที่เรียกว่าราคา Automatic Reaction หรือ AR… เกิดกราฟราคา “หลุดแนวรับแรก” ลงมาทำ New Low… 

แต่แล้วราคาก็จะกลับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมแรงซื้อ FOMO หรือ Fear Of Missing Out ปนกับ Short Term BUY ของรายใหญ่ที่รู้ว่าราคาจะขึ้นไปทำ New High ซึ่งวางออเดอร์รอไว้แล้วส่วนหนึ่ง

ระดับจิตวิทยาการลงทุน

จากนั้น… แรงเทขาย ณ ราคา New High จะเริ่มเห็นความผันผวนของราคาปรับตัวลงไปหาแนวรับ โดยมีแรงซื้อขายระยะสั้นหนาขึ้นจนเห็นความผันผวนของราคาขึ้นและลงหลายรอบ… ซึ่งนักวิเคราะห์จะเกาะกราฟราคาเพื่อหาแนวรับที่ยังแข็งแกร่งอยู่ให้เจอ และรอราคาปรับขึ้นอีกครั้งเพื่อทำราคา Upthrust After Distribution หรือ UTAD หรือ ราคาเหนือความเชื่อมั่น หรือ ราคาชาวดอย ที่จะพุ่งขึ้นเหนือกรอบซื้อขายใน Distribution Phase… บ่อยครั้งจะเห็นราคา New High เหนือราคา Upthrust หรือ UT แรกใน Distribution Phase B… ซึ่งยืนยันว่าราคาสินทรัพย์ได้เข้าสู่ Distribution Phase C เรียบร้อยแล้วด้วย

ถ้านักวิเคราะห์ หรือ นักลงทุนรายใหญ่เจอ Upthrust After Distribution หรือ UTAD… ถ้าเป็นพอร์ตลงทุนแบบส่งมอบ หรือ Spot ก็จะเทขายสินทรัพย์ที่เหลือในพอร์ตแถวๆ แนวต้านนี้… แต่ถ้าเป็นพอร์ต Margin นักลงทุนก็จะวาง SELL ณ ราคาบริเวณนี้ เพื่อไปทำ TP หรือ Take Profit ที่ราคากลยุทธ์ขาลง… ซึ่งพฤติกรรมราคาในระยะจำหน่ายจ่ายแจก และ ตลาดกระทิงจะจบลงที่ ราคา New High ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็น Distribution Phase C ก่อนจะปรับตัวลดลงมาผันผวนใน Distribution Phase D และ เข้าสู่ขาลง หรือ Mark Down… โดยมีความผันผวนของราคาต่ำกว่ากรอบแนวรับเดิม ซึ่งได้เปลี่ยนเป็นแนวต้านไปแล้ว

ข้อควรระมัดระวังก็คือ… Distribution Phase B อาจต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ หากไม่มี “ข่าวร้าย” มากระทบตลาด ซึ่งจะทำให้ราคาสินทรัพย์ที่อ่อนไหวเพราะนักลงทุนรายย่อยเกือบทั้งหมดจะอยู่ในภาวะ “กล้าๆ กลัวๆ” อยู่เดิมจนเทขายเพราะกลัว หรือ ไม่ก็ไล่ซื้อเพราะ “ข่าวดี” และอยู่ในภาวะ FOMO ซึ่งท้ายที่สุดมักจะกลายเป็นชาวดอยตกค้างบนที่สูงกันหมด… ในขณะที่รายใหญ่กำลังพักผ่อนยาว

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร… รูปร่างกราฟ และ พฤติกรรมราคาในโลกความจริงไม่ได้ง่ายที่จะระบุว่า New High ไหนคือ Buying Climax หรือ BC… และ New High ไหนคือ Upthrust หรือ UT และ ไหนคือ Upthrust After Distribution หรือ UTAD… เพราะแม้แต่นักวิเคราะห์ที่เกาะติดสินทรัพย์มานานเป็นสิบๆ ปี ก็ไม่สามารถ “ทายผลการวิเคราะห์” ได้ถูกต้องทั้งหมด… 

Wyckoff Price Cycle

แต่พฤติกรรมราคาตามทฤษฎีของวิคคอฟฟ์ ก็ยังแม่นยำพอที่จะ “ชี้นำแนวโน้ม” ต่างๆ ตาม Phase ได้ค่อนข้างแม่น และ เชื่อมั่นได้ว่าจะมีวงจรราคาสินทรัพย์ตามแนวคิดนี้เกิดขึ้นวนไปเสมอไม่เปลี่ยน ซึ่งนักลงทุนเพียงกำหนดกลยุทธ์ให้สอดคล้องก็สามารถเป็นนักลงทุนที่อยู่ทำกำไรจากตลาดได้ โดย… หาทางซื้อ และ รอซื้อในระยะสะสม หรือ Accumulation Phase… และ หาทางขาย หรือ รอขายในระยะจำหน่าย หรือ Distribution Phase… เท่านั้นเอง

ที่เหลือจึงมีแต่ “จิตวิทยาส่วนตัว” ของนักลงทุนเองล้วนๆ ที่เป็นปัญหา!… โดยส่วนตัวจะมองหาเพียง Buying Climax และทำ SELL Order ไว้แล้วก็รอวงจรราคาเดินไป… ส่วนจะเป็นวงจรสั้นยาวแค่ไหนนั้น ก็แล้วแต่ธรรมชาติของสินทรัพย์แต่ละแบบว่าเคลื่อนไหวผันผวนระดับไหน… ครับผม!

บทความในชุด Wyckoff Method… พื้นฐานการวิเคราะห์หลักทรัพย์ และ Cryptocurrency

  1. The Laws of Wyckoff… พื้นฐานนักเทรด 
  2. Wyckoff Price Cycle… วงจรราคาของวิคคอฟฟ์
  3. Wyckoff Accumulation and Selling Climax… ระยะสะสมของวิคคอฟฟ์
  4. Wyckoff Distribution And Buying Climax… ระยะจำหน่ายจ่ายแจกของวิคคอฟฟ์

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Biomass

โรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 โดยเห็นชอบโครงการนำร่องโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก มีเป้าหมาย 150 เมกะวัตต์… แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล 75 MW และ ก๊าซชีวภาพ 75 MW โดยใช้ชีวมวลและก๊าซชีวภาพ กำหนดให้ใช้พืชพลังงาน ผสมน้ำเสียและหรือของเสียไม่เกิน 25 %…

Bitcoin Tabroots

Bitcoin Taproot Upgrade

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า… การอัปเกรด Taproot ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการพัฒนา Bitcoin เข้าสู่อุตสาหกรรมบล็อกเชนยุคใหม่ ซึ่งมีผลกับทั้งอนาคตของ Bitcoin เองและความเคลื่อนไหวของราคาในตลาดไม่ต่างจากเมื่อครั้งทำ Hard Fork ในปี 2017 หรือ SegWit Upgrade ซึ่งส่งผลให้ราคา Bitcoin ในตลาดสูงขึ้นกว่า 50% ทีเดียว… แต่ก็มีบางความเห็นที่เชื่อว่า Soft Fork อย่าง Tabroot Upgrade น่าจะมีผลกับราคาบิทคอยน์น้อย…

Space Perspective… บริการบอลลูนสตราโตสเฟียร์เพื่อการท่องเที่ยว

Space Perspective ก่อตั้งในปี 2019 โดย Jane Poynter และ Taber MacCallum โดยได้รับเงินลงทุนใน Series A ถึง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนตุลาคม ปี 2021 โดยมีแผนจะบินท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ในปี 2024 แต่ก็มีคิวจองไปแล้วกว่า 475 รายที่ยืนยันการจองด้วยเงินมัดจำค่าเดินทางระหว่าง 10,000–25,000 ดอลลาร์สหรัฐ… โดยมี​​เที่ยวบินทดสอบอันน่าประทับใจในในช่วงกลางปี 2020 ที่ผ่านมาดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งทดสอบด้วยแคปซูลบอลลูน Neptune สำหรับลูกเรือ 9 ที่นั่ง ลอยตัวด้วยก๊าซไฮโดรเจนจากศูนย์อวกาศเคนเนดีของ NASA โดยจะบินเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกสู่ชั้นบรรยากาศสทราโทสเฟียร์เพื่อชมเส้นขอบอวกาศ… ใช้เวลาบินขึ้น 2 ชั่วโมง ชมอวกาศและเส้นขอบฟ้า 2 ชั่วโมง และ บินกลับอีก 2 ชั่วโมงรวมเวลาในเที่ยวบินทั้งหมด 6 ชั่วโมง

Advanced Construction Robotics

TyBot… หุ่นยนต์งานผูกเหล็กก่อสร้าง

Advanced Construction Robotics จาก Allison Park, Pennsylvania จึงพัฒนาเครื่องกลอัตโนมัติเพื่องานผูกเหล็กเส้นเรียกว่า Rebar-Tying Robot ที่เพียงแค่ยกไปติดตั้งและสั่งให้ทำงานโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเติม เพราะ Rebar-Tying Robot ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ทาง Advanced Construction Robotics ระบุว่าการใช้งานเป็นแบบ Plug and Play แค่นั้น