Properea

อสังหาริมทรัพย์ไทยในวิกฤตการณ์ไวรัสโคโรน่าและทุนจีน

Wuhan-China

ประเด็นไวรัสโคโรน่าจากอู่ฮั่น ส่งผลกระทบแรงขึ้นในหลายๆ มิติอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นมากมายให้เราได้เรียนรู้ จดจำและนำไปใช้วิเคราะห์สถานการณ์ทำนองเดียวกันนี้ในอนาคตได้หลายอย่าง

ผมเป็นนักวิเคราะห์มือสมัครเล่นมานานที่ชอบเรียนรู้ บันทึกและจดจำเหตุการณ์ในอดีต เพื่อคาดคะเนเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ก็ไม่ค่อยมีพรสวรรค์ทางด้านนี้นัก ที่การคาดการณ์ด้วยตัวเองบ่อยครั้ง ไกลจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงลิบลับ จนทำให้ผมต้องตามอ่านและเรียนรู้ความเห็นอื่นๆ จากบุคคลหรือแหล่งที่เชื่อถือได้มาตลอด

กรณีไวรัสโคโรน่าระบาดรุนแรงในจีน… แม้ว่าโดยเหตุการณ์และสถิติจะดูไม่ใช่เรื่องระดับที่สุดของวิกฤตการณ์ที่เคยเกิดขึ้น… เพียงแต่ที่ต่างออกไปคือข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏข่าวปลอมระบาดยิ่งกว่าไวรัสสายพันธุ์ใดๆ ในโลก… ซึ่งร้ายกาจต่ออาการมือลั่นของคนยุคนี้ที่แชร์ก่อนคิด…

ประเด็นก็คือ… ทั้งข้อเท็จจริงและข่าวลวงมีผลกระทบต่อความตื่นตระหนกของคนหมู่มาก ซึ่งความตื่นตระหนกจะมาจากอะไรก็ตามแม้กระทั่งเรื่องไม่จริงทั้งเพ… แต่ความตื่นตระหนกได้เกิดไปแล้วและหลายเหตุการณ์ต่อจากนั้นก็ตามมา

โคโรน่าไวรัสจึงเป็นเพียงต้นเหตุที่สร้างผลกระทบ โดยมีการเสริมแรงความหวาดวิตกด้วยข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนและหลอกลวง ช่วยขยายผลกระทบหลายอย่างให้เสียหายต่อเนื่องมากมาย

หันมาดูผลกระทบที่เกิดกับฝั่งอสังหาริมทรัพย์… เวบไซต์ฐานเศรษฐกิจได้รวบรวมความเห็นผู้มีชื่อเสียงในวงการอสังหาริมทรัพย์มากมายรายงานไว้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า… ผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จากอู่ฮั่น ไม่น่าจะส่งผลมากมายและยาวนาน กรณีตัวเลขต่างๆ ที่ทุนจีนหายไปจากตลาด ส่วนใหญ่ก็เกิดมาตลอดอย่างน้อยก็เกิน 12 เดือนมาแล้วตั้งแต่สงครามการค้าจีนสหรัฐดุเดือดเลือดพล่านโน่นแล้วเป็นอย่างน้อย ส่วนผลกระทบจากการกักกันจนธุรกรรมที่นัดหมายช่วงนี้ต้องเลื่อนออกไป หลายฝ่ายก็เชื่อว่ากระทบไม่มาก เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ย่อมมีแผนสำรองอยู่ระดับหนึ่ง… ยกเว้นเฉพาะกรณีการท่องเที่ยวมิติเดียวที่แม้สุดท้าย ผลกระทบจะต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ถึงวงจรเศรษฐกิจทั้งระบบ… แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่เกิดเอาตอนไวรัสโคโรน่าระบาด

รายงานจากศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ก็เคยรายงานไว้ว่า… ตลาดทุนจีนมีการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้นในช่วงปี 2018-2019 อย่างมีนัยยะ นับตั้งแต่จีนเองก็ปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจการค้าภายในหลายอย่าง ตั้งแต่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศจีนเองชะลอตัวลง จนถึงผลของนโยบายปฏิรูปโครงสร้างฝั่งอุปทาน หรือ Supply-side Structural Reform ก็ดี หรือแม้กระทั่งการเข้าไปควบคุมจัดการ Shadow Banking รูปแบบต่างๆ… ต่อเนื่องด้วยสงครามการค้าและอะไรต่อมิอะไรที่วันชื่นคืนสุขของเศรษฐกิจจีนได้ผ่านไปแล้ว

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร… ความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นแล้วก็กระทบแล้ว… คุณอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทยให้ความเห็นว่า… การปิดประเทศของจีนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ส่งผลให้ลูกค้าจีนหายไปจากตลาดคอนโดมิเนียมไทยเพิ่มขึ้นอีก 50% เมื่อเทียบจากมูลค่าการซื้อขายเมื่อปี 2562 ที่ 27,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า

ผมแนบลิงค์ข้อมูลต้นฉบับไว้ใต้อ้างอิงน๊ะครับ… เผื่อท่านที่สนใจรายละเอียด… เพราะผมจะตัดจบตรงนี้เลยว่า เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวลงมากค่อนข้างแน่ อย่างน้อยก็ครึ่งปีแรกนี้ที่การลงทุนใดๆ ต้องรอบคอบ แต่ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ… โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ใครมีช้อนก็เตรียมตัวก็แล้วกันครับ ทำการบ้านให้มาก ศึกษาทำเลให้แตก เรียนรู้ช่องทางและกลยุทธ์ให้ชำนาญ… เวลาช้อนจะได้ไม่พลาด

อ้างอิง

SCBEIC
Thansettakij.com

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Recent Posts