WeWork… หรือมันจะไม่เวิร์ค

WeWork เป็นสตาร์ทอัพสายอสังหาริมทรัพย์หรือ PropTech ที่ร้อนแรงและเซ็กซี่ตั้งแต่ Adam Neumann, CEO ของ WeWork เปิดตัวแพล็ตฟอร์มขึ้นราวๆ กุมภาพันธ์ ปี 2010 และกลายเป็นกระแส Co-Working Office ที่บูมไปทั่วโลก… กระทั่งงบดุลปี 2018 ของ WeWork สะท้อนตัวเลขขาดทุน 1.6 พันล้านดอลลาร์ ออกมาช่วงต้นปีที่ผ่านมา จนคีย์เวิร์ดคำว่า WeWork ถูกต่อท้ายด้วย Burning Cash และกลายเป็นกระแสหลายมิติให้เราได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ

ล่าสุด… เวบไซต์ข่าว reuters.com ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ We Company ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อถอนตัวจากการเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก และเป็นเหตุการณ์หลังจากที่ Adam Neumann ถูกขับออกจากตำแหน่งซีอีโอเพียง 1 สัปดาห์จากประเด็นอื้อฉาวที่มีการเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง

แน่นอนว่า… การยกเลิก IPO ของ WeWork ทำให้ธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังต้องการเงินอย่างมากเพื่อลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์อย่าง WeWork ต้องหยุดชะงักลง แต่ข้อดีก็คือ WeWork ยังคงดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินต่อสาธารณะมากเหมือนการเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์… ซึ่งก็เป็นข้อดีอีกด้านของการไม่เอาบริษัทเข้าตลาด

ผมติดตามการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาของ WeWork ที่ฉายแววยูนิคอร์นมาหลายปี ทั้งเป็นต้นแบบและแรงบัลดาลใจให้สตาร์ทอัพเกิดทีหลังได้เรียนรู้และหันมอง… WeWork ในปัจจุบันเหลือเพียงภาพม้าแกลบที่หมดแรงตอนกำลังจะข้ามเหว และเข้าสู่ช่วงยากลำบากที่นักลงทุนไม่รักไม่ใกล้ และใครๆ ก็ไม่ช่วย… ช่างท้าทายและน่าติดตามอย่างยิ่ง

ในมุมมองของผม… WeWork มีเรื่องเดียวที่เป็นรอยด่างอย่างแท้จริงคือ ประเด็นธรรมาภิบาลของซีอีโออย่าง Adam Neumann ที่ใช้เงินนักลงทุนไปในทางที่ไม่เหมาะสม และการขับ Adam Neumann ออกจากตำแหน่ง แม้จะฟังดูเหมือนตำนานคลาสสิกของ Steve Jobs แห่ง Apple หรือตำนานของ Jack Dorsey แห่ง Twitter ที่ถูกขับออกจากงานและตำแหน่งสำคัญในองค์กรที่ตัวเองเป็น Founder… และหวนคืนบ้านเก่าเพื่อสร้างตำนานของตัวเองในอนาคตอันใกล้

ประเด็นธรรมาภิบาลในปัจจุบันเป็นเรื่องยากที่ใครทำอะไรไม่ถูกไม่ควร แล้วจะรอดพ้นปิดบังข้อเท็จจริงได้… คงรออีกไม่นานก็รู้ว่า Adam Neumann จะใช่ตัวจริงเสียงจริงอย่างที่ Steve Jobs และ Jack Dorsey เป็นตัวจริงได้หรือไม่

ส่วนประเด็นโมเดลธุรกิจ… ที่คนส่วนใหญ่โจมตีโมเดลธุรกิจของ WeWork ว่ามันไม่เวิร์คที่จะเอาเงินไปเช่าพื้นที่ระยะยาว แล้วมาปล่อยเช่าระยะสั้น… ในมุมมองของผม การถือสิทธ์ในอสังหาริมทรัพย์ ยังไงก็ “เสื่อมค่าน้อย เสี่ยงต่ำ ทำอะไรได้อีกมาก…” ผมหมายถึงว่า ถ้าตัดตอนมองโมเดลธุรกิจสั้นๆ แค่เซ้งพื้นที่มาแพงมาก แล้วเอามาปล่อยเช่าระยะสั้นๆ ก็เท่ากับเผาเงินเล่น!… ไม่น่าจะถูกต้องทั้งหมด เพราะโมเดลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยวงจรธุรกิจที่สั้นขนาดนั้น… ผมมองว่า ถ้าโมเดลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างมูลค่าเพิ่มบนอสังหาริมทรัพย์เกินกว่าตัวทรัพย์ไม่ได้… เราจะเรียกอสังหาริมทรัพย์ ย่อมไม่ได้เช่นกัน

ในวงการสตาร์อัพ… วิธีคิดเรื่องโมเดลธุรกิจจะค่อนข้างแตกต่างอย่างมากกับโมเดลธุรกิจแบบ SME… StartUp จะเริ่มโมเดลธุรกิจจากจุดที่เริ่มต้นได้ง่ายและเร็ว โดยไม่สนใจภาพใหญ่ว่าจะเติบโตไปเป็นอะไร และเมื่อธุรกิจเลยจุดสตาร์ทกลายไปเป็นอะไร บรรดาธุรกิจสตาร์ทอัพทั้งหลายก็จะ Pivot Model เข้าหาความสำเร็จที่เร็วและ Impact สูงสุดทันที เช่น Grab เริ่มต้นด้วยโมเดลเรียกแท็กซี่ แต่ก็โตมารับส่งอาหาร และวันข้างหน้าจะโตต่อไปทางอื่นๆ ได้อีกมาก… ในขณะที่ SME จะเริ่มต้นโดยมีจุดเริ่มต้นเพื่อเป้าหมายเดียว เช่นจะเปิดกิจการขนส่ง ก็จะเริ่มที่รับงานขนส่งด้วยรถคันเดียว เติบโตขึ้นก็แค่รับงานขนส่งด้วยรถหลายคันขึ้น… อะไรประมาณนี้

กรณี WeWork ผมเชื่อว่า… การถอนไฟล์ลิ่งก่อน IPO ครั้งนี้เป็นสัญญาณสู้ต่อมากกว่าถอดใจหรือตกต่ำ ผมอาจจะผิดก็ได้ เพราะนี่เป็นทัศนที่สวนทางผู้เชี่ยวชาญที่ผมเองยังใช้ความเห็นของหลายๆ ท่านเป็นแนวทางมามาก… 

แต่ผมว่า… SoftBank กับพันธมิตรที่เป็น WeWork’s Angle คงไม่ปล่อยลูกรักล้มละลายตรงหน้า ถึงแม้ข้อเท็จจริง จะเป็นจริงว่า วันนี้ WeWork เข้าสู่ช่วงยากลำบากที่ต้องฝ่าฟันเหมือนทุกๆ ตำนานที่ยิ่งใหญ่

WeWork! WeWork! WeWork!

อ่อ… ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ครับ Properea กำลังมองหาพันธมิตรเพื่อทำสินเชื่อขายฝาก ไถ่ถอน รีไฟแนนซ์ แต่โมเดลเบื้องต้นคงเปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิมๆ มากโขอยู่… ท่านที่สนใจส่งโปร์ไฟล์หรือ Resume แนะนำตัวมาที่ admin@properea.com ครับ พูดคุยแลกเปลี่ยนกันก่อน ไม่ผูกมัดอะไรกัน… ตัดสินใจก่อน 31 ตุลาคมนี้น๊ะครับ

ส่วนท่านที่ยังไม่ได้แอดไลน์ @reder เป็นเพื่อน ต้องแอดแล้วน๊ะครับ เพราะ Reder.red ก็มีบทความเผยแพร่แยกต่างหากทุกเช้าพร้อม Properea เช่นเดิม โดยเฉพาะท่านทีกำลังมองหาที่ reskill หรือช่องทางรายได้บนแพลตฟอร์มโฆษณายุคดิจิตอล… reder.red กำลังทดสอบระบบ e-Learning เพื่อให้เปิดบริการได้ทันต้นปีหน้า ผมออกแบบระบบให้เรียนในนั้น ค้าขายในนั้นแบบ One Stop Success… ผมตั้งใจทำมากครับ!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

The best investment on earth is earth… Louis J. Glickman

Louis J. Glickman ถือเป็นนักลงทุนและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวอเมริกันเชื้อสายยิว ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ประวัติและข้อมูลของ Glickman มีไม่มากนัก… ทราบแต่เพียงว่า Louis J. Glickman เกิดและเติบโตใน Brooklyn มีบิดาชื่อ Pincus Glickman เจ้าของกิจการรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ Louis สืบทอดต่อจากบิดา

Digital Lending

Decentralized Finance… การล่มสลายของกลไกการกู้ยืมผ่านธนาคาร

Defi Platform จะเป็นแอพที่สร้างขึ้นเพื่อให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งก็คือคริปโตที่ผู้ฝากถือครองอยู่… แต่ละแอพหรือแต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีโมเดลการเสนอ “ดอกเบี้ยตอบแทน” ให้กับผู้ฝากเช่นเดียวกับธนาคาร… ในขณะเดียวกันก็มีโมเดลเสนอให้กู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโต โดยผู้กู้จะต้องทำตามเงื่อนไขการกู้ยืม ซึ่งส่วนใหญ่จะมีทั้งการวางหลักประกัน รวมทั้ง “ดอกเบี้ยจ่าย” ตามที่แพลตฟอร์มออกแบบโมเดลไว้

LTV… เหนื่อยยาว เผาจริง

เสียงบ่นจากคนขายบ้าน ทุกการพูดคุยที่ผ่านมาตั้งแต่หลังสงกรานต์… คีเวิร์ด LTV กับ เผาจริง เป็นคำที่ผมได้ยินจากทุกการสนทนาเรื่องบ้านและอสังหาริมทรัพย์… 

Internet of Things… ปลั๊กอินเพื่อยกระดับการอยู่อาศัยสู่ดิจิตอลไลฟ์สไตล์

Internet of Things หรือ IoT หรือ อินเทอร์เน็ตเชื่อมทุกสิ่ง คือการประยุกต์ใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อส่ง-สั่ง-แชร์ ข้อมูลระหว่างคน (Users) และทุกๆ สิ่งในชีวิตประจำวัน… ในวงการอสังหาริมทรัพย์ นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป IoT จะถูกเสนอให้คุณๆ ได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตประจำวันไฮเทคอย่างมากมาย ทั้งทางตรงและทางอ้อม