Properea

We Shall Fight on the Beaches ― Sir Winston Churchill

Winston Churchill

การประกาศปิดประเทศ หรือ Shut Down อย่างเป็นทางการในศตวรรษที่ 21 ของประเทศต่างๆ ค่อนโลกรวมทั้งประเทศไทย ถือเป็นเรื่องไม่ปกติในโลกยุคโลกาภิวัฒน์… ซึ่งการ Shut Down เป็นเรื่องเหมาะสมแล้วในยามยากลำบาก ที่พวกเราทั้งหมด ต้องลืมวิธีคิดแบบชีวิตปกติ ซึ่งคงไม่ต่างจากสถานการณ์ในภาวะสงครามนัก… ผมเกิดไม่ทันสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ผมคิดถึงสงครามโลกครั้งที่สอง และคิดถึงชายคนหนึ่งและคิดถึงสุนทรพจน์อันลือลั่นของเขาที่ได้อ่านและฟังมาหลายรอบ… Sir Winston Churchill

We shall go on to the end. We shall fight in France, we shall fight on the seas and oceans, we shall fight with growing confidence and growing strength in the air, we shall defend our island, whatever the cost may be. We shall fight on the beaches, we shall fight on the landing grounds, we shall fight in the fields and in the streets, we shall fight in the hills, We shall never surrender… เราจะเดินหน้าให้ถึงจุดจบ เราจะสู้ในฝรั่งเศส เราจะสู้ในทะเลและมหาสมุทร เราจะสู้อย่างเด็ดเดี่ยวและกร้าวแกร่งในท้องนภา เราจะปกป้องเกาะของเราไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร เราจะสู้บนหาด เราจะสู้ที่ลานบิน เราจะสู้ในท้องทุ่งและถนน เราจะสู้กลางขุนเขา เราจะไม่มีวันยอมแพ้…”

Winston Churchill กล่าวสุนทรพจน์สำคัญที่รู้จักกันดีในชื่อ We Shall Fight on the Beaches ซึ่งมีใจความตอนที่ยกมานี้ เป็นส่วนหนึ่งของสุนทรพจน์เมื่อครั้ง Winston Churchill เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาอังกฤษท่ามกลางไฟสงครามโลกครั้งที่สองในวันที่ 4 มิถุนายน ปี 1940… ซึ่งถือเป็นสุนทรพจน์ปลุกใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลก็ว่าได้ ที่สามารถเรียกขวัญกำลังใจของคนอังกฤษในขณะที่พื้นที่ Mainland Europe หรือแผ่นดินใหญ่ของทวีปยุโรปทั้งหมด ถูกนาซีเยอรมันรุกเข้าครอบครองทุกหัวระแหง

ก่อนหน้านั้น… นายกรัฐมนตรี Neville Chamberlain ได้ลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 10 พฤษภาคม 1940 และมีเพียง Winston Churchill เพียงคนเดียวที่กล้ารับภาระใหญ่หลวงที่จะพาอังกฤษ ต่อต้านอิทธิพลนาซีเยอรมัน

Winston Churchill กลายเป็นรัฐบุรุษของชาวอังกฤษและฝ่ายสัมพันธมิตร และยังเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรสองสมัย ระหว่างปี 1940-1945 และระหว่างปี 1951-1955 ด้วย…  Winston Churchill ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 ด้วยเกียรติภูมิของนายทหารในกองทัพอังกฤษ นักประวัติศาสตร์ นักเขียน และศิลปิน ถึงขั้นได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม และเป็นบุคคลแรกที่ได้เป็น พลเมืองเกียรติยศแห่งสหรัฐอเมริกา

Winston Churchill เกิดในตระกูลขุนนางที่สืบเชื้อสายมาจาก  The Dukes of Marlborough หรือ ดยุกแห่งมาร์ลบะรอกก์ ซึ่งเป็นสายตระกูลหนึ่งของตระกูลสเปนเซอร์ โดยเป็นหลานของ John Spencer-Churchill, 7th Duke of Marlborough ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการที่เมือง Dubh Linn ในไอร์แลนด์… บิดาของเขาคือ Lord Randolph Churchill และมารดาคือ Lady Jennie Jerome อดีตนักสังคมสงเคราะห์ชาวอเมริกัน

Winston Churchill วัยหนุ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ หรือ Royal Military Academy Sandhurst… จบการศึกษาในเดือนธันวาคม 1894 และเข้าประจำการสังกัดทหารม้าด้วยยศร้อยตรีประจำกรมทหารที่ 4th Queen’s Own Hussars ในเดือนกุมภาพันธ์ 1895… ต่อมาไม่นานก็ต้องเดินทางไปประจำการที่คิวบาเพื่อสังเกตการณ์การต่อสู้ระหว่างกองทัพสเปนกับกองกำลังปลดแอกคิวบา ระหว่างอยู่ที่คิวบานี้เองที่ชายคนนี้ได้ลองสูบฮาวานาซิการ์ และซิการ์ก็กลายเป็นบุคลิกของ Winston Churchill 

Winston Churchill ไม่ค่อยสนใจงานในหน้าที่นายทหารและการเลื่อนยศตำแหน่งเท่าไหร่… เพราะเขาต้องการเป็นผู้สื่อข่าวสายทหารมากกว่า และอยากเข้าไปมีส่วนร่วมในปฏิบัติการต่างๆ เพื่อรายงานข้อเท็จจริงในฐานะสื่อมวลชนมาก… จึงอาศัยเส้นสายของครอบครัว ทำให้เขากลายเป็นผู้สื่อข่าวให้แก่หนังสือพิมพ์ในลอนดอนนานกว่าเจ็ดปี… ระหว่างนั้น Winston Churchill ยังมีงานเขียนเกี่ยวกับปฏิบัติการต่างๆ มากมายเผยแพร่

Winston Churchill ถูกย้ายไปประจำการที่อินเดียก่อนจะออกจากกองทัพเพื่อลงเลือกตั้งในปี 1899 และชนะเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาสามัญหรือ House of Common เขต Oldham โดยเป็นสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยม… ก่อนจะย้ายมาสังกัดพรรคเสรีนิยมในสมัยต่อมา พร้อมแนวคิดการสนับสนุนเขตการค้าเสรี… เมื่อพรรคเสรีนิยมได้ตั้งรัฐบาลโดยมี Henry Campbell-Bannerman เป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 1905… Winston Churchill ก็ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการอาณานิคม ดูแลนิคมแอฟริกา… แม้สมัยต่อมา Winston Churchill จะแพ้เลือกตั้ง แต่บทบาทในทางการเมืองของ Winston Churchill กลับเข้มข้นในหลายๆ บริบท โดยเฉพาะกรณีเอกราชของอินเดียที่ถือว่า… Winston Churchill ต่อต้านการออกกฏหมายให้เอกราชแก่อินเดียและสาปแช่งมหาตมคานธีในทุกโอกาสที่เขาทำได้… ในสมัยนายกรัฐมนตรี Stanley Baldwin ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มกระบวนการคืนเอกราชแก่อินเดีย… Winston Churchill ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ทำงานอะไรร่วมกับ Stanley Baldwin อีก จนกระทั่งโลกเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง

วันที่ 3 กันยายน 1939 วันที่สหราชอาณาจักรประกาศสงครามกับนาซีเยอรมัน และ Winston Churchill ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงทหารเรือ ตำแหน่งเดิมกับที่เขาเคยดำรงตำแหน่งในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 1…  Winston Churchill เป็นหนึ่งในสมาชิกคณะรัฐมนตรีฝ่ายสงคราม หรือ War Cabinet ในรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรี Neville Chamberlain… ซึ่ง Winston Churchill แตกต่างจากนักการเมืองอังกฤษในยุคที่เก่งกาจเรื่อง Phoney War หรือสงครามคำลวง ที่ปล่อยให้มิตรประเทศ ถูกนาซีเยอรมันรุกราน เพราะไม่ได้เตรียมพร้อมจริงจังที่จะทำสงคราม… การรบผ่านน้ำคำนักการเมือง ทั้งของกองทัพอังกฤษและฝรั่งเศสในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2… ที่โปแลนด์ถือว่าทั้งอังกฤษและฝรั่งเศษตระบัดสัตย์อย่างร้ายแรงจนชาวโปลด์เรียกแผนการรบนี้ว่า Sitz Krieg ที่แปลว่าทำสงครามด้วยการนั่งดู เทียบกับคำว่า Blitz Krieg ที่แปลว่าสงครามที่บุกยึดสายฟ้าแลบของเยอรมัน… ซึ่งคำว่า Sitz Krieg เป็นคำด่าจากโปแลนด์ถึงมหามิตรอังกฤษฝรั่งเศษในสมัยนั้น

Winston Churchill เสนอให้คณะรัฐมนตรีฝ่ายสงคราม อนุมัตแผนวางทุ่นระเบิดสะกัดเส้นทางขนส่งเหล็กจากนอร์เวย์และสวีเดนไปเยอรมันเพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตอาวุธในปฏิบัตการณ์ Wilfred… แต่ความลังเลของคณะรัฐมนตรีสงครามภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี Neville Chamberlain ทำให้การอนุมัติแผนล่าช้าจนเยอรมันนียึดครองนอร์เวย์ได้หลังวันอนุมัติแผนเพียงวันเดียวเท่านั้น… และเหตุการณ์นั้นทำให้ นายกรัฐมนตรี Neville Chamberlain ต้องลาออกและ ตัวเต็งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปอย่าง Edward Frederick Lindley Wood หรือ Earl of Halifax ประกาศถอนตัวเปิดทางให้ Winston Leonard Spencer-Churchill ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีทั้งที่ไม่ได้มีใครเชื่อมั่นในตัวเขามากนัก… แต่ก็ไม่มีใครเหมาะสมหรืออยากจะเป็นนักหรอกในห้วงเวลาที่อังกฤษมีโอกาสแพ้สงครามมากเหลือเกิน

แต่แล้วชายที่ชื่อ Winston Leonard Spencer-Churchill หรือ Winston Churchill ก็ได้พาอังกฤษและมิตรประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร ชนะสงครามโลกครั้งที่สองจนสำเร็จอย่างที่ประวัติศาสตร์จารึก

Victory in Europe Day หรือ VE Day

Winston Leonard Spencer-Churchill  เกิดวันที่ 18 พฤศจิกายน ปี 1874… เป็นสมาชิกสภาสามัญ หรือ House of Common ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1900 สังกัดพรรคอนุรักษ์นิยม หรือ Conservative Party และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกในปี 1940-1945 และสมัยที่ 2 ในปี 1951-1955 แต่ยังเป็นสมาชิกสภาสามัญไปถึงปี 1964 และถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อวันที่ 24 มกราคม ปี 1965 ในวัย 90 ปี… สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานรัฐพิธีศพให้เป็นเกียรติสูงสุด… Winston Churchill ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ… ชื่อของเขาถูกจารึกอยู่ในลำดับที่ 1 ของทำเนียบชาวอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลจากการจัดอันดับในปี 2002

ในห้วงเวลาที่เรากำลังสละหลายอย่างเพื่อเอาชนะศัตรูตัวเล็กๆ อย่างไวรัสกลายพันธ์ COVID-19 ที่พาเราออกจากสภาวะปกติและชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคย… ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไร การถามหาความสุขสบายเหมือนในสภาวะปกติคงดูไม่ฉลาด แต่เราก็ยังมีผู้นำที่พาเราสู้ และยังมีนักรบในชุด PPE กับใจเต็มร้อย ที่ยังลุยเป็นด่านหน้าเพื่อปะทะศัตรูที่หลายคนทั้งกังวลและกลัว จนกลายเป็น COVIDIOT ที่คิดพูดทำเรื่องไม่งามจนทำลายกันและกัน… ช่วยกันเถอะครับ! We Shall Fight Together, We Shall Never Surrender… เราจะสู้ไปด้วยกัน เราจะไม่มีวันยอมแพ้!

ถ้าเป็นไปได้… ช่วยกัน #สวมเกราะให้นักรบเสื้อกาวน์ ด้วยครับ

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Winston_Churchill
https://www.greelane.com