VG Smartglass กระจกที่ไม่หยุดสมาร์ทเพราะขาดไฟ

กระจกถือเป็นวัสดุก่อสร้างที่ใช้กับอาคารบ้านเรือนมากมาย… สำหรับผม กระจกถือเป็นวัสดุก่อสร้างมหัศจรรย์ ที่สามารถเลือกใช้เพื่อความสะดวกก็ได้… เลือกใช้เพื่อความสวยงามก็ได้… เลือกใช้เพื่อความตื่นเต้นก็ยังได้

ในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกที่มีตึกสูงเบียดกันแน่นอยู่ทั่วไป หันไปทางไหนก็จะเห็นผนังตึกเป็นกระจกซะส่วนใหญ่… คนในวงการก่อสร้าง วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมาหรือแม้แต่ช่างทั่วไปก็จะทราบดีว่า กระจกมีชนิดและประเภทให้เลือกใช้มากมายในงานก่อสร้าง

ประเด็นมันมีอยู่ว่า… เวลาเราออกแบบบ้านหรืออาคารโดยใช้กระจก จะเพื่อวัตถุประสงค์อะไรก็แล้วแต่… ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นกระจกโปร่งใสที่สามารถมองทะลุไปเห็นอีกฝั่งหนึ่งของกระจกได้ พร้อมๆ กับแสงจากทั้งสองฝั่งของกระจก ก็จะทะลุหากันจนไม่อาจควบคุมแสงสว่างที่ทะลวงผ่านไปกลับได้เลย เว้นแต่ว่าคุณจะติดตั้งม่านหรือมูลี่เพิ่มเข้าไป

อยากได้แสงสว่างหรือวิวนอกกระจก… ก็เปิดม่าน… อยากได้ความเป็นส่วนตัวหรือไม่เอาแสงภายนอก… ก็ปิดม่าน

แน่นอนว่าการติดตั้งม่านหรือมูลี่เข้าไปเป็นค่าใช้จ่าย… แถมยังต้องแลกด้วยความ “เยอะ” จนหลายคนที่หลงไหล “Minimalist” เห็นแล้วได้แต่ทำใจ

ความพยายามในการประดิษฐ์นวัตกรรมให้กระจกสามารถจัดการปัญหาเรื่องแสงที่ผ่านกระจกก็ดี… ปัญหาความเป็นส่วนตัวก็ดี แต่ไม่สูญเสียความโปร่งใสให้แสงผ่านและมองเห็นอีกฝากของกระจกได้เสมอเมื่อต้องการ… จึงเป็นโจทย์ที่มีมูลค่ามหาศาลถ้าคำตอบโดนใจตลาด

นวัตกรรมกระจกอัจฉริยะจึงเกิดขึ้นจากฐานเทคโนโลยีหลายแขนง… ที่ชัดเจนและมีให้บริการในตลาดอย่างกว้างขวาง รวมทั้งเมืองไทยด้วย ก็เห็นจะเป็น “เทคโนโลยีฟิล์มอัจฉริยะ” ซึ่งใช้เทคโนโลยีนาโนอิเลคตรอนในการปรับความทึบแสง… เวลาติดตั้งใช้งานก็จะต้องต่อกระจกติดฟิล์มอัจฉริยะเข้ากับชุดควบคุมที่เป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์… ฟิล์มแบบนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ฟิล์มไฟฟ้า”… ท่านที่สนใจลองค้นดูบน Google ได้ ผมเห็นมีข้อมูลสินค้าและบริการอยู่พอสมควรครับ

อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่เอาเทคโนโลยีเดียวกับฟิล์มไฟฟ้านั่นแหละ ฝังเข้าไปในกระจกตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต และขึ้นรูปกระจกเลย ช่วงปลายปี 2017 บริษัท Texus Instrument เจ้าของสิทธิบัตรเทคโนโลยีมากมายได้ประกาศความสำเร็จในการผลิตกระจกอัจฉริยะเชิงพาณิชย์อย่างยิ่งใหญ่… และเชื่อว่าอีกไม่นานกระจกอัจฉริยะจาก TI ก็คงติดมากับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้

ทั้งสองเทคโนโลยีต้องต่อความอัจฉริยะของกระจกเข้ากับชุดควบคุมจึงจะสามารถใช้งานแบบ Full Function ได้… ช่องว่างที่ต้องมีกระแสไฟฟ้าเท่านั้นจึงจะอัจฉริยะนี่เองที่ทำให้ VG Smartglass เห็นโอกาสในการค้นคว้าวิจัยจนได้ Smartglass ที่ไม่ต้องต่อสายไฟออกมารองรับตลาดที่ไม่ต้องการ “หยุดสมาร์ทเพราะขาดไฟ”

VG Smartglass ใช้เทคนิค Polarization Orientation ในการควบคุมความโปร่งแสงของกระจก… เทคนิคก็คือการทำ Polarizers Crossed ของฟิล์มสองชิ้นที่เลื่อนไปมาได้อยู่ข้างในกระจก ทำให้กระจกที่ประกอบเข้าชุดกันแล้ว สามารถควบคุมความโปร่งแสงได้ร้อยเปอร์เซนต์เช่นกัน

ข้อดีสองข้อที่เห็นชัดเจนจากกระจกอัจฉริยะแบบ VG Smartglass ก็คือ คุณไม่ต้องใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่… เพราะไม่ต้องกลัวว่าไฟฟ้าดับหรือแบตเตอรี่เสื่อมเมื่อไหร่ แล้วกระจกด้านนั้นจะสร้างปัญหาอะไรให้… ส่วนการติดตั้ง ก็แค่ติดตั้งด้วยเทคนิคแบบเดิมๆ ที่ช่างกระจกหรือช่างก่อสร้างผู้รับเหมาเคยทำมา

แต่ไม่ว่าจะยังไง… สำนักงานสมัยใหม่หลายแห่งที่ผมได้แวะไป มีเริ่มใช้ Smartglass เข้ามาตกแต่งสำนักงานกันแล้ว… ทั้งหมดที่เห็นเป็นกระจกติดฟิล์มอัจฉริยะทั้งหมด

ประเด็นก็คือ… Smartglass จะเข้ามามีบทบาทอย่างสูงในงานออกแบบ Smart Home, Smart Building หรือแม้แต่ Smart City อีกมาก… ถ้าเราไปดูเกณฑ์หรือ KPI ในการประเมิน Smart Home, Smart Building และ Smart City จะเห็นว่า… ประเด็นการจัดการพลังงาน ผ่านการจัดการประตูหน้าต่าง หรือผนังอาคารที่เป็นกระจกนั้น เป็นประเด็นใหญ่ที่พูดคุยกันในทุกเวทีสนทนา… ถ้าจินตนาการว่า กระจกสามารถตอบสนองสภาพแวดล้อมทั้งภายนอกภายในได้เองถึงขั้นกระจก AI หรือควบคุมด้วย AI… ปลายทางของกระจกสำหรับอาคารบ้านเรือนก็ยังเหลือทางอีกยาวไกล

ส่วน VG Smartglass ผมคิดว่าเส้นทางก็ยังอีกยาวไกลเช่นกัน…

อ้างอิง

https://static1.squarespace.com/static/59c408ad9f745612f5e883e4/t/59c933c00abd04d34cb4b843/1506358210207/2-Switchable%2BPolarizing%2BGlass%2BOverview.pdf

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email