USDT และ USDC… เหรียญดิจิทัลมูลค่า 1 USD ไม่ผันผวนเปลี่ยนแปลง

USD Stable Coin

ในโลกคริปโตที่ความผันผวนของราคาถือเป็นอนิจจัง หรือ ไม่แน่ไม่นอนจนเอาแน่เอานอนไม่ได้ ซึ่งด้านหนึ่งคือความเสี่ยงเพราะความผันผวนของราคา ในขณะที่อีกด้านหนึ่งคือโอกาสจากส่วนต่างของราคาที่ผันผวนสำหรับหลายๆ คน

ในกรณีการแสวงโอกาสจากความผันผวน ซึ่งหาได้ด้วยการ Trade หรือ เทรด หรือ ซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเอาส่วนต่างราคาจากอัตราแลกเปลี่ยนในคาบเวลาหนึ่งๆ ซึ่งก็หวือหวาและเป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนที่มองความเสี่ยงเป็นโอกาส และมองความเสี่ยงจากความผันผวนสูงๆ เป็นโอกาสสุดคุ้ม… และความผันผวนของคริปโตก็สร้างเศรษฐีใหม่ขึ้นมาได้ไม่น้อย ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งก็ตอกย้ำความกลัวให้คนจำนวนมากที่เคยสูญเสียเงินลงทุน จนเลิกสนใจคริปโตและสาบส่งเล่าขานถึงความเสี่ยง และ ความสูญเสียไว้มากมาย

แต่จักรวาลคริปโตก็หมุนต่อไป และ ยังขยับขยายเพื่อปิดจุดอ่อนที่เคยถูกพูดถึงมานานหลายประเด็น โดยเฉพาะ “คุณค่า และ ราคา” ในกลไกทางเศรษฐกิจ ที่โลกความจริงมีอะไรให้ต้องสะสางและรับผิดชอบมากกว่าการโอนเหรียญดิจิทัลไปมา… โดยเฉพาะความสามารถในการเก็บและรักษามูลค่านี่เองที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในทางการเงินการธนาคาร ในช่วงเวลาที่ชัดเจนแล้วว่า… ทิศทางการกำกับดูแลโดยสถาบันระดับชาติของทุกประเทศ ได้กลับทางสู่การปรับใช้คริปโต หรือ Cryptocurrencies เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ และ ชัดเจนยิ่ง

ในขณะที่จักรวาลคริปโตซึ่งเป็นระบบนิเวศน์ที่มีนักเทคโนโลยีชั้นนำมารวมตัวกันมากที่สุดสายหนึ่ง ก็ได้พัฒนาระบบนิเวศน์ปูทางการนำคริปโตเข้าสู่การใช้งานเชิงเศรษฐกิจ ทดแทนกลไกการเงินการธนาคาร และ การลงทุนแบบเดิม จนสถาบันการเงินน้อยใหญ่ทั่วโลกตื่นตัว และ ตื่นกลัวที่จะถูกทิ้งไว้กับระบบการเงินการลงทุนในอดีต

โดยเฉพาะการเกิดขึ้น และ ใช้งาน Stable Coin หรือ คริปโตที่ตรึงอัตราแลกเปลี่ยนไว้กับค่าเงินสกุลอื่นให้คงที่ไว้… ซึ่งก็มีหลายเทคนิคการผูกราคาเป็นคุณสมบัติเฉพาะของ Stable Coin แต่ละสกุล ที่ผู้สนใจจะใช้ หรือ ลงทุนกับ Stable Coin ต้องเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติม รวมทั้งคอย Update ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนการใช้งาน Stable Coin ในโลกคริปโตในปัจจุบันนั้น โดยทั่วไปยังไม่มีนักลงทุนเก็บ หรือ สะสม Stable Coin เพื่อ “ถือลงทุน” นัก… โดยเฉพาะ Stable Coin ที่ผูกราคา หรือ มูลค่าไว้กับ USD หรือ US Dollar ซึ่งเป็น Stable Coin ที่ถูกใช้งานเป็นสื่อกลางในโลกคริปโตยอดนิยมเลยก็ว่าได้… โดยเฉพาะเหรียญ Tether หรือ USDT และเหรียญ USD Coin หรือ USDC ซึ่งมูลค่าทางการตลาด หรือ Market Capital ของ Stable Coin ทั้งสองรวมกันมีมูลค่ากว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทีเดียว… ในวันที่ผมทำต้นฉบับ

เหรียญ Tether หรือ USDT เป็นคริปโตที่มีมูลค่าทางการตลาดเป็นอันดับ 3 บน CoinMarketcap.com ด้วยมูลค่าทางการตลาด 61,203.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… เป็นรองเพียง Bitcoin กับ Ethereum เท่านั้น… ส่วนเหรียญ USDC ก็ลอยมาอยู่ที่อันดับ 8 ในช่วงบ่ายของวันที่ 28 พฤษภาคม ปี 2021 ด้วยมูลค่าทางการตลาด $21,987.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน

ประเด็นก็คือ… ถ้า USDT และ USDC มีราคาเท่ากับ 1.00 USD แล้วจะเอาดอลลาร์ไปแลกคริปโตทำไม?… คำตอบคือ แลกไว้เป็นสื่อกลางการลงทุนในโลกคริปโตครับ! 

โดยเฉพาะการใช้เป็นสื่อกลางเพื่อเข้าลงทุนกับ DEFI Platform ทุกแพลตฟอร์ม ที่สามารถทำธุรกรรมด้วยมูลค่าสินทรัพย์ที่ราคาคงที่ชัดเจนกว่าการใช้ Cryptocurrency ที่ราคาผันผวนมากมาเป็นตัวกลางในการเก็บและอ้างอิงมูลค่า ซึ่งลดความเสี่ยงให้ได้ทั้ง DEFI Platform และ นักลงทุน… ที่สำคัญคือ นักลงทุนเป็นเจ้าของจำนวน Stable Coin ใน Wallet ของตัวเอง… จะโยกย้ายโอนถ่ายไปทางไหนในโลกคริปโตก็เป็นสิทธิ์ส่วนตัว แม้ในทางปฏิบัติจะไม่ต่างจากการโอนเงินผ่านแอพธนาคาร แต่ในทางเทคนิคที่ต้องทำธุรกรรมการโอนกันบน Blockchain ซึ่งเหนือชั้นกว่าการทำ Transaction Data ในฐานข้อมูลธนาคาร ซึ่งธนาคารเป็นศูนย์กลางมาก… แม้แต่จะแลกเป็นเงิน Fiat Money หรือ สกุลเงินประจำชาติไหนๆ เพื่อโอนเข้าบัญชีธนาคารและกด ATM ออกมาเป็นธนบัตรเมื่อไหร่ก็เป็นเรื่องส่วนตัว… ถือเป็นสิทธิ์และเสรีภาพในการถือครอง และ ใช้สอยสินทรัพย์ของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งสถาบันการเงินให้มาช่วยทำหน้าที่ตัวกลางอีก

การออกเหรียญ Stable Coin ที่มี Fiat Money ค้ำประกันก็ไม่ได้ยุ่งยากแตกต่างจากการออก Token ทั่วไป เพียงแต่ต้องมี Fiat Money มากเป็นพิเศษเท่านั้นเอง… กรณีของ USDT และ USDC ก็เพียงแค่มีบัญชีสำรอง USD ตั้งเป็น Reserve เอาไว้เพื่อให้คนที่เอา USD มาแลก USDT/USDC ไปใช้ สามารถ “แลกคืน” เป็น USD ได้ทุกเมื่อที่อัตรา 1:1 เท่านั้นเอง… ซึ่งในทางเทคนิคก็เป็นระบบเดียวกับการกำหนดค่าเงิน Fiat Money ของประเทศสมาชิกกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลกตามข้อตกลงเบรตันวู๊ดส์ หรือ Bretton Woods Agreement ที่ใช้ทองคำค้ำประกันค่าเงินก่อนการพิมพ์ธนบัตรออกใช้หมุนเวียนนั่นเอง

การตั้ง Reserve ของ Stable Coin โดยเฉพาะเหรียญ USDT และ USDC ซึ่งเขียนไว้บน Whitepaper ของทั้งสองเหรียญ รวมทั้งกลไกการตรวจสอบ หรือ Audit ความโปร่งใสต่างๆ ซึ่งท่านที่สนใจโมเดลการลงทุนที่ต้องข้องแวะกับ Stable Coin “ควรต้องเรียนรู้ และ ศึกษาข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน” เสมอ

เพราะไม่ว่าจะอย่างไร… Stable Coin ก็เป็นของที่มนุษย์สร้างขึ้นบนโลกที่ทุกสิ่งล้วน “อนิจจัง” ซึ่งความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอนเสมอ… ยิ่งเป็นโลกคริปโตที่การเปลี่ยนแปลงเป็นความแน่นอน จนต้อง Update สถานะความแน่นอนที่ว่านั้น ซึ่งแนะนำให้เปรียบเทียบหรืออ้างอิงกับผลประโยชน์ของท่าน โดยอิงกับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งด้วย… ซึ่งประเด็นที่ต้องระมัดระวังจริงๆ ก็จะวนๆ อยู่บนผลประโยชน์ที่ท่านคาดหวังจากการลงทุนนั่นแหละครับ โดยหนักสุดก็คือฉ้อโกง และ ฉ้อฉล เหมือนๆ ธรรมชาติของทุกๆ ที่ๆ มีผลประโยชน์… ซึ่งก็ไม่ได้มีแต่โลกคริปโตหรอกครับที่ “เบี้ยวกันดื้อๆ” ให้เห็น… เพราะแม้แต่กรณี Bretton Woods ก็มีการเบี้ยวกันดื้อๆ เหมือนที่อเมริกาเลิกวางทองคำก่อนพิมพ์ดอลลาร์ในปี 1971 สมัยประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ฝ่ายเดียวและประเทศเดียวมาจนถึงทุกวันนี้

ท่านที่สนใจเหรียญ USDT หรือ Tether อย่าลืมศึกษา Whitepaper ได้ที่นี่ และ อย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารเสมอ… ส่วนท่านที่สนใจเหรียญ USDC ก็อย่าลืมศึกษาจาก Whitepaper โดยตรงที่นี่ เช่นกัน… เรียนรู้ให้มากๆ ก่อนเข้าสู่โลกคริปโตครับ จะได้ไม่เข้าไปแล้วต้องฟูมฟายเรี่ยราดตามโซเซี่ยลมีเดียให้คนอื่นมองบนใส่!!!

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Trend 2020 : Millennial Generation

Gen Millennial หรือ GenY ในที่นี่จะนับเอาช่วงวัยหลังจบการศึกษาปริญญาตรีขึ้นมาถึงกลุ่มอายุราวๆ 40 บวกลบ… ซึ่งทฤษฎีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดด้วยการกำหนดเป็น Generation เป็นการแบ่งโดยอ้างอิงพฤติกรรมการบริโภคเป็นหลัก… วันเดือนปีเกิดหรืออายุ จึงไม่ใช่ข้อมูลหลักที่ต้องระบุชัดๆ เปะๆ… แต่ช่วงเวลาการเกิดและเติบโตของกลุ่มคนวัยต่างๆ จะเติบโตมากับสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน พฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือพฤติกรรมการบริโภคและใช้จ่ายเงินทอง จึงแตกต่าง ซึ่งหากเราต้องการสื่อสารหรือค้าขายกับคนกลุ่มไหน ก็ต้องเข้าใจพื้นฐานคนกลุ่มนั้นให้มาก

Soft Loan Re-Open… สินเชื่อเพื่อธุรกิจโรงแรมเพื่อฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

โครงการ Soft Loan Re-Open มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม และ ผู้ประกอบการธุรกิจ Supply Chain ในการปรับปรุงซ่อมแซมสถานประกอบการ รวมถึงการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทย และ ชาวต่างชาติที่จะกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง จากการที่รัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศ โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว หลังจากได้รับผลกระทบมาเป็นระยะเวลานานตลอดช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19

ITB ASIA 2019 และแนวโน้มการท่องเที่ยว ปี 2020

เช้าวันปิยะมหาราช 23 ตุลาคมของทุกปีสำหรับผม เป็นสัญญาณการเริ่มต้นของฤดูท่องเที่ยว อากาศช่วงปลายฝนต้นหนาวทางเหนือและอิสานจะสบายๆ ในยามเช้า… ไม่ชื้นแฉะ ไม่อบอ้าว… บรรยากาศยามเช้าช่วงปลายฝนต้นหนาวจึงเป็นช่วงผ่อนคลายและโรแมนติกเสมอ

คอนโดมิเนียมทำเลพัทยา…

มีข่าวจาก prachachat.net ว่า… นักวิจัยจาก คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล เครือข่ายอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่เก่าแก่และเก๋าเกมส์กับตลาดอสังหาริมทรัพย์โลก พบตัวเลขเม็ดเงินจากมอสโค ไหลเข้าตลาดอสังหาริมทรัพย์พื้นที่พัทยา