บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด

wing technology

ความเคลื่อนไหวที่เป็นรูปเป็นร่างที่สุดท่ามกลางวิกฤตโควิด ที่หันหาข่าวดีจากประเด็นอะไรไม่ได้เลย… มีก็แต่ประเด็นคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ลงนามโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก… ซึ่งกลุ่มการกิจการร่วมค้าบีบีเอส ได้จัดตั้ง บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่นิติบุคคลเฉพาะกิจ หรือ SPV หรือ Special-purpose Vehicles ในการลงนามสัญญาร่วมลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกในวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2563

บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ด้วยทุนจดทะเบียน 4,500 ล้านบาท โดยบริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จะมีบทบาทหลักเป็น Lead Firm ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 45% ในขณะที่บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 35% และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 10%

ใช้ที่ตั้งเดียวกับสำนักงานใหญ่ของบางกอกแอร์เวย์ส บนถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร… โดยรายชื่อกรรมการของ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ชุดแรกประกอบด้วย

1. นาย ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (กลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส์)
2. นาย พุฒิพงศ์  ปราสาททองโอสถ (กลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส์)
3. นาย ประดิษฐ์ ทีฆกุล (กลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส์)
4. นาย อนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา (กลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส์)
5. นาย คีรี กาญจนพาสน์ (กลุ่มบีทีเอส)
6. นาย สุรพงษ์ เลาหะอัญญา (กลุ่มบีทีเอส)
7. นาย คง ชิ เคือง (กลุ่มบีทีเอส)
8. นาย ภาคภูมิ ศรีชำนิ (กลุ่มซิโน-ไทย)
9. นาง ใจแก้ว เตชะพิชญะ (กลุ่มซิโน-ไทย)

การลงนามในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือสกพอ. จะเป็นคู่สัญญากับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด โดยมีหนังสือยินยอมจากกองทัพเรือให้ใช้พื้นที่ 6,500 ไร่ ซึ่ง สกพอ. จะส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนได้ครบโดยไม่มีปัญหา

ส่วนแผนการดำเนินงาน หรือมาสเตอร์แพลน กำหนดให้การก่อสร้างจะเริ่มต้นเมื่อ สกพอ. ออกหนังสือให้เริ่มทำงาน หรือ Notice to Proceed หรือ NTP เพื่อรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคน… โดยงานก่อสร้างและการดำเนินโครงการประกอบด้วย

เฟสที่ 1

จะรองรับผู้โดยสาร 16 ล้านคน สูงกว่าที่กำหนดในเอกสารการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน หรือ RFP หรือ Request for Proposal กำหนดไว้ 12 ล้านคน รวมถึง การก่อสร้างแท็กซี่เวย์ การเชื่อมต่อรถไฟ ความเร็วสูงและการเชื่อมจราจรจากพื้นที่ นอกสนามบิน และ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ประเมินมูลค่าการก่อสร้างส่วนนี้ไว้ประมาณ 40,000 ล้านบาท

เฟสที่ 2 

จะเริ่มก่อสร้างเมื่อจำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการอยู่ที่ 85% ของอาคารผู้โดยสารที่ก่อสร้างในเฟส 1 และเมื่อพัฒนาถึงเฟส 2 จะทำให้สนามบินอู่ตะเภารองรับ ผู้โดยสารได้ 60 ล้านคน… เงื่อนไขการเริ่มก่อสร้างเฟสที่ 2 จะต้องสอดคล้องกับการทำงานประสานกับอีก 2 ส่วน คือ  

1. การพิจารณารายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรือ EIA
2. การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการร่วมประสานงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพื่อบูรณาการ การดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ให้สอดคล้องเชื่อมโยงและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน… โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้จะหารือร่วมกัน ระหว่าง สกพอ. กับบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด และบริษัทรถไฟ ความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด เพื่อให้ การก่อสร้างของทั้ง 2 โครงการเชื่อมต่อกัน รวมทั้งต้องหาข้อสรุปร่วมกันเรื่องที่ตั้ง ของสถานีรถไฟความเร็วสูงอู่ตะเภา

ส่วนการจ่ายเงินผลตอบแทนให้รัฐ ซึ่งบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด เสนอผลตอบแทนที่คำนวณ เป็นมูลค่าปัจจุบัน 305,555 ล้านบาท โดยต้องจ่ายผลตอบแทนให้แก่ รัฐรายปี แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า ระหว่าง จำนวนเงินประกันผลตอบแทนค่าเช่าและ ส่วนแบ่งรายได้ขั้นต่ำ โดยเริ่มจ่ายปีที่ 3 นับจากได้รับหนังสือให้เริ่มทำงาน และเริ่มจ่ายที่ 100 ล้านบาท จนถึงปีที่ 50 ที่ 84,000 ล้านบาท

นอกจากนั้น สกพอ. กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเตรียมความพร้อมเรื่องแผนงานและการจัดเตรียมงบประมาณ สำหรับ 9 โครงการได้แก่ 

1. ก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และการจัดทำรายงานผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หรือ EHIA
2. ก่อสร้างทางเชื่อมโครงข่ายทางถนน สุขุมวิทและทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7
3. ดำเนินการด้านอุตุนิยมวิทยาการบิน 
4. กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ประโยชน์ ที่ดินราชพัสดุเขตส่งเสริมเมืองการบิน 
5. ทำข้อตกลงการใช้ประโยชน์สนามบินอู่ตะเภาทั้งหมดร่วมกัน
6. ก่อสร้างหอบังคับการบินแห่งใหม่ 
7. จัดหาผู้ประกอบการสาธารณูปโภค 
8. การรื้อย้ายศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภาของการบินไทย 
9. การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติอนุญาต

และ… กองทัพเรือดำเนินการคัดเลือกผู้รับจ้างเพื่อก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ ระหว่างรอผลการพิจารณารายงาน EHIA 

ความเคลื่อนไหวชัดเจน… ตามนั้นครับ!

อ้างอิง

https://www.matchlink.asia

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

EV Indoor Charging

สถานีชาร์จ EV… โดย ปตท. และพันธมิตร

ปัจจุบัน ปตท.ได้ติดตั้ง EV Charging Station ที่พร้อมให้บริการแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค และ True Digital Park สุขุมวิท 101 มุ่งรองรับการเติบโตตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ

beach-landscape

Immunitised, High Touch, High Trust… กรณีศึกษาแนวทางฟื้นเมืองท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนที่ภูเก็ต

เสนอให้ออกแบบนิเวศน์แห่งการท่องเที่ยวเพื่อรองรับมาตรการสาธารณสุข ที่จะดึงดูด นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่กำลังมองหาที่พักพิง หรือลี้ภัยในช่วงวิกฤติ โดยการสร้างให้ภูเก็ตกลายเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวและอยู่อาศัยชั่วคราวที่ปลอดภัย สร้างระบบความเชื่อมั่น ภายใต้แนวคิด Immunitised Community บนพื้นฐานของการปรับตัวของต้นทุนทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ของเมือง

One Transport for All 2018 แผนลงทุนโครงการอีก 1 ล้านล้าน ในปี 2562-2565 ของกระทรวงคมนาคม

ความจริงวิสัยทัศน์โครงการ One Transport for All 2018 ได้เปิดตัวโครงการไปตั้งแต่ วันที่ 13 ก.ค. 2561 โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีเปิดงานนิทรรศการและการเสวนาสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี และยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565 ครั้งที่ 1 ภายใต้ชื่อ “One

Lowcode mobile app development

Low Code Development Platform… เครื่องมือทำธุรกิจยุคดิจิทัล

ระบบนิเวศน์ของการพัฒนาซอฟแวร์ หรือ การทำแอพพลิเคชั่น หรือ Application หรือ App จึงต้องหันหลังให้แนวคิดซอฟท์แวร์สำเร็จรูป และ ซอฟท์แวร์สำนักงานอย่างในอดีต มาสู่แนวคิดการใช้ “ซอฟท์แวร์สร้างซอฟท์แวร์” เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ซอฟท์แวร์ธุรกิจ ที่เหมาะสมกับ Business Process ทุกๆ โมเดลที่สุด… และนี่เป็นต้นทางของแนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม Low Code หรือซอฟท์แวร์สร้างซอฟท์แวร์ที่ไม่ต้องเขียนโค๊ดแบบโปรแกรมเมอร์อีกต่อไป