สถานีธนบุรี…

Thonburi Railway Station

วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564… การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน หรือ Market Sounding เพื่อทบทวนผลการศึกษาและปรับปรุงเอกสารการคัดเลือกเอกชนโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณบ้านพักพนักงานย่านสถานีธนบุรี (ครั้งที่ 2) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากภาคเอกชนประมาณ 25 ราย มีทั้งกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจทางการแพทย์ ธุรกิจด้านสุขภาพ เช่น เซ็นทรัล เดอะมอลล์ ทีซีซี ซี.พี.แลนด์ อารียา ปตท. กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลปิยะเวท โรงพยาบาลศิริราช รวมถึง บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

คุณเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเผยกับนักข่าวว่า… การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการศึกษาและจัดทำรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการพัฒนาพื้นที่ย่านสถานีธนบุรี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 ตั้งแต่เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2561 แล้วเสร็จเดือนเมษายน พ.ศ. 2562 และได้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน หรือ Market Sounding ไปแล้ววันเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562 และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ด รฟท. ตั้งแต่เดือน กันยายน พ.ศ. 2563… แต่เนื่องจากสถานการณ์โดวิด บอร์ด รฟท. จึงให้ปรับปรุงและทบทวนการแสดงความคิดเห็นของภาคเอกชนอีกครั้ง

การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ว่าจ้าง บจก.โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ เป็นที่ปรึกษา ซึ่งจะนำความเห็นจากภาคเอกชนไปทำการปรับปรุงและสรุปรายงานผลการศึกษาภายใน 2 เดือน เสร็จสิ้นราว พฤษภาคม พ.ศ. 2564… และเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำเอกสารประกาศเชิญชวนประกวดราคา หรือ TOR… คาดว่าจะขาย TOR ได้ในเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2564 โดยจะให้เวลาเอกชนจัดทำข้อเสนอ 2 เดือน ยื่นข้อเสนอในเดือนพฤษจิกายน พ.ศ. 2564 และได้ตัวเอกชนผู้ลงทุนประมาณเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564 

จากนั้นนำเสนอบอร์ด รฟท. อนุมัติ พร้อมกับจัดทำร่างสัญญา คาดว่าจะสามารถลงนามได้ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 โดยเป็นสัญญาเช่า 34 ปี แบ่งเป็นช่วงก่อสร้าง 4 ปี สัญญาเช่าหาประโยชน์ระยะ 30 ปี โดยประเมินมูลค่าโครงการประมาณ 3,500 ล้านบาท

โดยการศึกษาจะกำหนดรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ และ Business Model มีการประเมินมูลค่าการลงทุนและผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่คาดว่าจะได้รับไว้ โดยเอกชนที่เสนอผลตอบแทนให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดีที่สุดจะเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก

สำหรับเนื้อที่บริเวณโครงการบ้านพักพนักงานสถานีธนบุรีมีจำนวน 21 ไร่ 3 งาน… มีส่วนที่ถูกเวนคืนและถนน เหลือประมาณ 20 ไร่ โดยมีที่ดินพัฒนาเชิงพาณิชย์ จำนวน 14.76 ไร่… ราคาตลาดอยู่ที่ตารางวาละ 300,000 จึงมีมูลค่าประเมินได้ที่ 1,770.76 ล้านบาท ผลตอบแทนตลอด 30 ปี คิดที่ 64% หรือมีมูลค่าประมาณ 1,125 ล้านบาท โดยแบ่งชำระผลประโยชน์ตอบแทน ค่าธรรมเนียมเมื่อลงนามสัญญา 337.66 ล้านบาท ที่เหลือทยอยจ่ายโดย ปีแรกจ่ายผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 47.78 ล้านบาทปรับเพิ่มทุก 3 ปี อัตรา 10 % โดยปีสุดท้ายจะมีผลตอบแทน 196.69 ล้านบาท รวม 30 ปีได้รับผลตอบแทนรายปี รวม 3,174.91 ล้านบาท และรวมกับค่าธรรมเนียม… การรถไฟแห่งประเทศไทยจะได้รับผลตอบแทนรวมทั้งสิ้น 3,584.26 ล้านบาท

ส่วนผังแม่บทแบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ 

  1. พื้นที่โรงแรมและศูนย์การค้าสูง 13 ชั้น พื้นที่ 6.2 ไร่ หรือ 40,360 ตร.ม. จะเป็นโรงแรม 3 ดาว จำนวน 720 ห้อง มีศูนย์การค้าอำนวยความสะดวกภายใน กลุ่มเป้าหมายคือ ญาติผู้ป่วย โรงพยาบาลศิริราช และ โรงพยาบาลธนบุรี รองรับได้ 8,000-10,000 คนต่อวัน มีที่จอดรถ 501 คัน
  2. ศูนย์พักฟื้นและพื้นฟูสุขภาพหรือเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 1 เป็นอาคาร 13 ชั้น พื้นที่ 4 ไร่ จำนวน 280 ห้องรอง มีที่จอดรถ 232 คัน เปิดบริการในระดับลักซ์ชัวรี สำหรับผู้พักฟื้นต้องการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดที่เข้ามารับบริการจากโรงพยาบาลใกล้เคียงที่ตั้งของโครงการ เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลธนบุรี และกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ในพื้นที่ใกล้เคียงและย่านฝั่งธนบุรี
  3. เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 2 อาคาร 13 ชั้น พื้นที่ 3.1 ไร่ บริการสำหรับกลุ่มแพทย์และผู้พักพื้นต้องการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดในย่านธนบุรี จำนวน 300 ห้อง ที่จอดรถ 235 คัน จากการศึกษาโครงการเบื้องต้น จะเป็นที่พักรูปแบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 33 ตารางเมตร ส่วนรูปแบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ 45-50 ตารางเมตร กำหนดค่าเช่าในระดับกลางและระดับสูง
  4. บ้านพักสำหรับพนักงานการรถไฟ อาคาร 13 ชั้น พื้นที่ 3.3 ไร่ จำนวน 315 ห้อง รูปแบบของที่พักอาศัย 35-50 ตารางเมตรทดแทนบ้านพักแนวราบเดิม ที่จอดรถ 265 คัน ซึ่งเป็นงานที่ต้องเริ่มก่อน เนื่องจากปัจจุบันบ้านพักพนักงานรถไฟ 305 ครัวเรือนกระจายอยู่ทั่วพื้นที่โครงการ โดย เอกชนจะต้องจัดหาที่อยู่ชั่วคราวให้พนักงานในระหว่างที่ก่อสร้าง และเมื่อก่อสร้างเสร็จจะโอนให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดูแล

อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเป็นแพทย์ เจ้าหน้าที่ และญาติผู้ป่วย โรงพยาบาลศิริราช… โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และ โรงพยาบาลธนบุรี รวมไปถึงประชาชนที่อยู่อาศัยและทำงานในพื้นที่ฝั่งธนและเกาะรัตนโกสินทร์รัศมี 5 กิโลเมตร ประมาณกว่า 2 แสนคนที่สามารถเดินทางเชื่อมถึงโครงการได้ในเวลา 5-10 นาที

และพื้นที่โครงการยังสามารถดินทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้า 2 สถานี 3 สายเส้นทางซึ่งทั้ง 2 สถานี ได้แก่ สายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช… สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และ สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-สุวินทวงศ์ ซึ่งประเมินเฉพาะสายสีแดงจะมีผู้โดยสารประมาณ 50,000 คนต่อวัน

ข่าวต้นฉบับจาก https://mgronline.com 

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

ท่าอากาศยานเบตง

วันนี้ขอเลาะเอาข้อมูลการพัฒนาเมืองและชุมชนแถวชายขอบติดมาเลเซียมาบอกเล่าต่ออีกวันน๊ะครับ ไหนๆ ก็ลงใต้ทะลุไปถึงปีนังไปแล้ว เลยคิดว่า… ผมเอาข้อมูลเรื่องดีๆ ที่กำลังเกิดขึ้นตรงปลายสุดด้ามขวานไทยแลนด์อย่างพื้นที่อำเภอเบตงมาเผยแพร่บันทึกเอาไว้

Cannabis Farm

แนวทางการปลูกกัญชงกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ

กฎหมายไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปปลูกกัญชาได้… ผู้สนใจต้องรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน… วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือ สหกรณ์การเกษตร โดยร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อขออนุญาตปลูกกัญชา… กรณีกัญชง สามารถยื่นขออนุญาตปลูก ณ สถานที่ปลูกตั้งอยู่… หากอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. หากอยู่ต่างจังหวัดให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ สสจ. ส่วนการนำเข้าเมล็ดกัญชงให้นำเข้ามาเพื่อใช้ในการปลูกเท่านั้น

Crowdfunding for Real Estate…

ไหนๆ ก็แตะนิดแตะหน่อยกับเงินและทุนดิจิตอลมาพอสมควรแล้วทั้ง Cryptocurrency และ Blockchain… วันนี้ลุยทำการบ้านเรื่องสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จาก Crowdfunding กันแบบฟุ้งๆ ฝันๆ ดูกันหน่อยครับ

ICO

ตลาดหลักทรัพย์ X KBTG… พัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล

การพัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจรด้วยเทคโนโลยี DLT เกิดจากวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันในการเพิ่มช่องทางการลงทุนในผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มใหม่ ที่เพิ่มโอกาสให้แก่ธุรกิจในการระดมทุน และเป็นทางเลือกแก่นักลงทุนที่มองหาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่แตกต่าง มีรูปแบบผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่หลากหลาย เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินในปัจจุบัน โดยเชื่อว่าการร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของการระดมทุนและลงทุนในประเทศไทยภายใน 2-3 ปี