The Only Way To Fail Is To Never Try New Things – Thomas J. Peters

Tom Peters

ตลอดช่วงเวลาที่ความคุ้นเคยแบบเดิมๆ ของทุกคนถูกทำลายลงจากภาวะการระบาด ที่เหลือทางเลือกไม่มากให้ “ดิ้นรน” ซึ่งหลายคนขอเพียง “อยู่รอด และ สามารถประคับประครอง” อะไรๆ ต่อไปได้จนถึงวันที่โอกาสใหม่ๆ จะเกิดขึ้น… ในขณะที่บางคน “ถอดใจ” เพราะเห็นทางข้างหน้าชัดเจนว่า “ไม่มีทาง และ ไปต่อด้วยวิธีกับวิถีดั้งเดิมที่เคยเป็นมาไม่ได้” เพราะเห็นชัดแล้วว่าอะไรๆ ในวันหน้าไม่เหลือโอกาสแบบที่เป็นมาก่อน “เหลือรอ” อยู่อีกแล้ว

คำอย่าง Absolute Disruption หรือ ภาวะชะงักงันอย่างสมบูรณ์แบบ ได้เกิดขึ้นกับหลายอย่างที่เห็นชัดเจนว่า “ไม่ได้ไปต่อ” เพราะอะไรๆ หลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงไปหมดแล้ว… การหยุด หรือ ถอยเพื่อทบทวนการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ จึงไม่สมควรถูกตีความว่าเป็นการ “ถอดใจ” ตราบเท่าที่การหยุดและถอยในโอกาสนี้… ไม่เป็นการหยุดและถอยตลอดกาล

Tom Peters หรือ Thomas J. Peters เจ้าของแนวคิดการจัดการยุคใหม่ผู้ได้รับการยอมรับท่วมท้น บนแนวคิดการจัดการที่เผยแพร่ผ่านหนังสือหลายเล่ม… ได้เคยพูดถึงการถอดใจ และ ความล้มเหลวผ่านประโยคที่ว่า… The Only Way To Fail Is To Never Try New Things. หรือ หนทางเดียวที่พาให้ล้มเหลวคือหนทางที่ได้ละความพยายามครั้งใหม่

โดยส่วนตัวผมรู้จัก Tom Peters จากหนังสือ Re-Imagine! Business Excellence in a Disruptive Age ซึ่งต่อมากลายเป็นหนังสืออ้างอิงสำหรับ Mindset หรือ ชุดความคิดในการจัดการธุรกิจสมัยใหม่ โดยหนังสือได้ปรับมุมมอง หรือ View Point ให้ผู้อ่านได้เห็นภาพใหม่ๆ จากมุมมองใหม่ที่จับต้องได้… เขียนขึ้นเป็น How to ที่ชัดเจนจนไม่ต้องตีความก่อนใช้เหมือนตำราอิงทฤษฎีอื่นๆ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นต้นแบบของการเขียน How to แบบ To Do List แนวห้าอย่างเจ็ดสิ่งร้อยประการที่ต้องทำนั่นนี่ของ Bloger ในปัจจุบัน ซึ่งเป็น Contents ที่คนส่วนใหญ่ชอบ… ถึงแม้ How To Do List ในระยะหลังๆ จะค่อนข้างเลอะเทอะเพราะคนไม่รู้จริงเอามาเขียนเพื่อทำ SEO Marketing ฉาบฉวยแข่งกันเท่านั้นก็ตาม

แต่ข้อมูลแบบ How To Do List จากปรมาจารย์ หรือ ปราชญ์สาขานั้นๆ ที่รู้ลึก รู้จริง และ เขียนเป็นด้วยอย่าง Tom Peters นอกจากจะไม่เลอะเทอะแล้ว ยังทรงคุณค่าและเต็มไปด้วยขุมทรัพย์ที่เอามาต่อยอดได้จริงในหลายแนวทาง… โดยเฉพาะการเอามาใช้กับธุรกิจและการตลาด

หนังสือ Re-Imagine! Business Excellence in a Disruptive Age ถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ คิดใหม่! : สุดยอดการปฏิวัติแนวคิดธุรกิจและการจัดการ… แปลโดย พ.ท.วีรจิต กลัมพะสุต โดยมีชื่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตรเป็นผู้เขียนคำนิยมไว้ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งคนใกล้ชิดอดีตนายกท่านนี้ในยุคนั้น จะได้หนังสือเล่มนี้เป็นของฝากหลายสิบคนทีเดียว และนโยบายพรรคหลายอย่างก็ถอดมาจากหนังสือเล่มนี้ จนชนะใจฐานเสียงได้คะแนนเสียงผ่านการเลือกตั้งท่วมท้นในยุคนั้น… ปัจจุบันถือเป็นหนังสือหายากที่มีคนอยากไ้ด้ไว้อ่านและสะสมอยู่ ผมเห็นมีโผล่มาประมูลขายตามเวบหนังสือมือสองและปิดราคาประมูลสูงกว่าราคาบนปกไปเยอะก็มี

หนังสืออีกเล่มหนึ่งของ Tom Peters ที่เว้นการกล่าวถึงไม่ได้ก็คือ… In Search of Excellence: Lessons from America’s Best-Run Companies  หรือเล่มแปลไทยชื่อ ค้นหาความเป็นเลิศ: กุศโลบายบริหารธุรกิจจากประสบการณ์ 62 บริษัทเหนือชั้นของอเมริกา แปลโดย คุณศิระ โอภาสพงษ์ ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกของ Tom Peters เขียนร่วมกับ Robert H. Waterman และทำให้ Tom Peters กลายเป็นที่รู้จัก และยังนำชื่อเสียงมาสู่ McKinsey & Company ที่ Tom Peters ทำงานให้หลังจบการศึกษาปริญญาเอกจาก Stanford University โดยเสนอแนวคิดการจัดการให้ลูกค้าคำปรึกษาของ McKinsey โดยช่วยลูกค้า Management By Wandering Around  หรือ MBWA หรือมองหาความเป็นเลิศในองค์กรจาก “ภายใน” นั่นแหละ… ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นที่ปรึกษาคนนอกที่ควรจะกั๊กเอาตังค์ก็ได้

แต่ท้ายที่สุดลูกค้าของ McKinsey กลับจ้างพวกเขาทำงาน WBWA เพิ่มเข้าไปในคำปรึกษาและการวิจัยทางธุรกิจที่ McKinsey ให้บริการอยู่ จนแนวคิด Management By Wandering Around ถูกพัฒนาเป็น McKinsey 7S Framework อันโด่งดังที่มอบความสำเร็จให้องค์กรทั่วโลกมาแล้วมากมาย

ผมเอาเรื่องย่อของ Tom Peters และ เกริ่นถึงหนังสือสองเล่มนี้แบบหยาบๆ ก็เผื่อว่า… หลายท่านที่กำลังถอยออกจากวิถีและแนวทางการทำมาค้าขาย หรือ กำลังปรับเปลี่ยนการจัดการธุรกิจจากความเป็นมาแบบเดิมๆ ไปสู่วิสัยทัศน์ใหม่ “แบบล้มเหลวแต่ไม่ล้มเลิก และเปิดทุกทางให้การเปลี่ยนแปลง” โดยมีคำแนะนำแรกอยู่ที่ “จงค้นหาความเป็นเลิศที่พบได้จากความสำเร็จเก่าๆ เดิมๆ “ภายใน” นั่นแหละ ที่ควรถูกปรับมุมมองใหม่ก่อนอื่น เพื่อไปต่อ”

ส่วนเส้นทางต่อจากนั้นก็คงมีแต่ท่านและคนที่เกี่ยวข้องกับ “ความเป็นเลิศเหล่านั้น” ที่จะทราบดีกว่าใครว่า “สามารถเปลี่ยนมุมมองเพื่อสร้างคุณค่าใหม่ได้อย่างไร?”

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

ทางยกระดับสายธนบุรี – ปากท่อ

ก่อนจะมีถนนพระราม 2 หรือถนนสายธนบุรีปากท่อ การเดินทางจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคใต้ต้องใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม วิ่งออกนครปฐมผ่านตัวเมืองราชบุรีก่อนจะวกลงใต้เข้าเพชรบุรี

มอเตอร์เวย์ชลบุรี-หนองคาย ตอน 1/2 ท่าเรือแหลมฉบัง – ปราจีนบุรี

มหากาพย์มอเตอร์เวย์สายชลบุรีหนองคาย มีข่าวมานานหลายปีตั้งแต่จีนเริ่มเข้ามามีบทบาทร่วมในแผนพัฒนาของไทยและอาเซียน จนถึงวันนี้ เมื่อมีการพูดคุยเรื่องมอเตอร์เวย์ เส้นทางมอเตอร์เวย์สายชลบุรี-หนองคาย คือโจ๊กที่ใครๆ ก็ส่ายหัวบ้าง หัวเราะบ้าง และส่วนใหญ่มองว่า การทำถนนจากหนองคายทะลุทะเลอ่าวไทย… ยังไงๆ คนได้ประโยชน์ก็คือจีนว่างั้น!!!

Seth Godin

Big Ideas Are Little Ideas That No-One Killed Too Soon – Seth Godin

ลูกพี่ใหญ่ของทีมจะเปิดห้องประชุม เรียกทุกคนเข้ามาก่อนจะแจ้งปัญหาและเป้าหมายให้ทุกคนเข้าใจให้ได้มากที่สุด แล้วก็ถามว่า… ใครมีไอเดียอะไรให้เสนอออกมา!… แล้วที่ประชุมก็จะเงียบ… โดยเฉพาะทีมที่อยู่ในวัฒนธรรมองค์กรแบบ “เสนออะไรไปก็จะได้โง่ทำอะไรที่ว่านั้นอยู่คนเดียว” จะหนักหน่อย เพราะทุกคนจะเงียบและก้มหน้ารอถูกด่าให้เสร็จในห้องประชุมก็จบกันไป… แต่ถ้าเป็นทีมจากองค์กรที่กระตือรือร้นกับการพุ่งชนปัญหาร่วมกัน ข้อมูลและไอเดียจากหลายๆ คนก็จะถูกยิงออกมาเพื่อเปิดเป็นประเด็นพูดคุย… ซึ่งถ้าโชคดีมีฉันทามติจนไปถึงขั้นได้ฉันทานุมัติจากที่ประชุม ไอเดียและการประชุมระดมสมองคราวนั้นก็คงไม่เสียเปล่า…

Domino

SET ในวิกฤติ COVID-19… กับภาพเปลือยเศรษฐกิจไทยที่ไร้โครงสร้าง

โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาต่างชาติทั้งระบบ โดยที่การใช้จ่ายและลงทุนในชาติเองก็มีแต่เปลือกที่พึ่งตัวเองไม่ได้… SME ไทยที่ปากกัดตีนถีบ กู้เงินมาลงทุนและเสียภาษีเต็มเม็ดไม่เล็ดลอด…. เมื่อเจอวิกฤติกับความช่วยเหลือแบบนายทุนเงินกู้ที่หลายๆ ความช่วยเหลือที่เสนอตัวผ่านโฆษณา… ที่ไม่เคยรับความเสี่ยงใดๆ และปล่อยให้ความเสี่ยงทั้งมวลตกใส่บ่าผู้ประการที่เหลือรอดได้ต้องเก่งจริงๆ เท่านั้น… มาตรการอย่างพักหนี้ลดดอกเบี้ย ที่ฟังดูก็เคลิ้มดีหรอก แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าช่องทางทำมาหากินค้าขายตีบตันหมด… และหนี้ยังไม่ได้หายไปไหน… กลายเป็นว่า การพักหนี้ลดดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ แท้จริงแล้วเป็นนโยบายเพื่อให้เจ้าหนี้เองยืดเวลารอให้ลูกหนี้มีปัญญาใช้หนี้ต่อ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายอะไรมากกว่านี้ เพราะเห็นอยู่ชัดๆ ว่าลูกหนี้ผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่น่าจะรอดไปได้ในช่วงนี้