The Most Effective Way To Do It, Is To Do It – Amelia Earhart

Amelia Earhart

ใกล้สิ้นปีแบบนี้สำหรับหลายๆ ท่านคงเป็นช่วงที่เหนื่อยกับ To-Do-List ที่ยังเป็น List ที่ไม่ได้ Do จากเหตุผลหลายอย่าง… ส่วนของผมเองก็มีรายการยาวเหยียดไม่แพ้ใคร และหลายรายการผมเปลี่ยนเวลาไปปีหน้าแล้วก็มี เพื่อจะได้โฟกัสอีกหลายอย่างที่สมควรถูกสะสาง และพยายามทำให้ดีที่สุด

ที่น่าประหลาดใจก็คือ New Year’s Resolutions หรือ ปณิธานส่วนตัวที่คุยกับตัวเองไว้ว่าจะทำนั่นนี่มากมายช่วงปีใหม่ ที่ยังคงได้แต่คิดจะทำเหมือนเมื่อสิบเดือนก่อน ก็เหลืออีกหลายรายการเหมือนกัน ที่ต้องชี้แจงกับตัวเองว่าทำไมล้มเหลวและไม่ใส่ใจได้ปานนั้น

ระหว่างกำลังเตรียมแผนและ To-Do-List สำหรับปีถัดไป… ทำให้ผมนึกถึงคำคมของ Amelia Earhart ซึ่งผมชอบเอาขึ้นสไลด์ท้ายๆ เวลาประชุมแผนปฏิบัติ หรือ Action Plan กับทีมไหนก็ตามที่ได้บทบาทนำ โดยผมจะเอา Quote ของ Amelia Earhart ท่อนที่บอกว่า… The Most Effective Way To Do It, Is To Do It หรือ หนทางที่เข้าท่าที่สุดที่จะทำอะไรก็แล้วแต่, คือลงมือทำ! ใส่ไปกับสไลด์ Thank You บ่อยๆ

อะมีเลีย แมรี แอร์ฮาร์ต หรือ Amelia Mary Earhart เป็นนักเขียนและนักบินหญิงคนแรกที่ขึ้นบินในฐานะผู้โดยสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ไปกับเที่ยวบินของ Wilmer Stultz ในปี 1928… และเธอโด่งดังโดดเด่นด้วยการขับเครื่องบิน Lockheed Vega 5B Earhart  โดยทำการบินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกแบบไม่แวะพัก และกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ประสบความสำเร็จกับภารกิจการบินมากมาย 

เธอได้รับรางวัล Flying Cross ในปี 1932… และได้รับเกียรติให้เป็นอาจารย์สมทบที่ Purdue University เพื่อแนะแนวอาชีพให้นักศึกษาหญิง และยังเป็นสมาชิก  National Woman’s Party หรือ พรรคสตรีแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เคลื่อนไหวเรื่องสิทธิสตรีในสหรัฐอเมริกา ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง

Amelia Earhart, Los Angeles ปี 1928 

Amelia Earhart เป็นบุตรสาวของ Samuel Edwin Stanton Earhart and Amelia Amy Otis เกิดที่บ้านคุณตา Alfred Gideon Otis ในเมือง Atchison ในรัฐแคนซัส เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ปี 1897

Samuel Earhart บิดาของ Amelia Earhart เป็นผู้บริหารระดับสูงของกิจการรถไฟในสมัยนั้น ฐานะทางการเงินและฐานะทางสังคมของ Amelia Earhart จึงพาเธอเข้าถึงโอกาสมากมายกว่าเด็กสาวในยุคเดียวกัน

Amelia Earhart เรียนจบชั้นมัธยมปลายที่ Chicago’s Hyde Park High School ในปี 1916 และสับสนก็อาชีพการงานที่ตนเองสนใจ เธอสะสมประวัติผลงานของสตรีที่ประสบความสำเร็จหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพที่เคยมีแต่บุรุษเท่านั้นที่เคยทำได้มาก่อนอีกด้วย… ช่วงที่เธอไปอาศัยอยู่กับพี่สาวในนครโตรอนโต ในปี 1917… เธอก็สมัครไปเป็นผู้ช่วยพยาบาลในหน่วยกาชาดของแคนนาดา เพราะเห็นทหารที่กลับจากสมรภูมิในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่เกิดระหว่างปี 1914–1918… และตัดสินใจเข้าเรียนแพทย์ ที่ Columbia University ในปี 1919 แต่ก็ลาออกเพื่อติดตามบิดาไปแคลิฟอร์เนีย

วันที่ 28 ธันวาคม ปี 1920 ที่ Long Beach แคลิฟอร์เนีย… Amelia Earhart ได้ไปชมการบินผาดโผนกับบิดา และได้นั่งเครื่องบินครั้งแรกนาน 10 นาทีในวันนั้น… ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

Neta Snook นักบินหญิงรุ่นบุกเบิกของสหรัฐอเมริกาและครูการบินของ Amelia Earhart… ถ่ายภาพคู่กันกับเครื่องบิน Kinner Airster ในปี 1921

Amelia Earhart กับ George Putnam สามี

Amelia Earhart เริ่มเรียนการบินครั้งแรกที่ Long Beach โดยครูการบินชื่อ Neta Snook… ตำนานนักบินหญิงอีกคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา…  ช่วงฤดูร้อนปี 1921… Amelia Earhart ก็ซื้อเครื่องบิน Kinner Airster แบบปีกสองชั้นสีเหลืองเป็นของตนเอง และตั้งชื่อเครื่องบินของเธอว่า The Canary หรือนกคีรีบูน

22 ตุลาคม ปี 1922, Amelia Earhart ก็พานกคีรีบูนของเธอ ทำสถิติ 14,000 ฟุตหรือราวๆ 4,300 เมตรเหนือพื้นดิน… เป็นสถิติโลกของนักบินหญิง… วันที่ 15 พฤษภาคม ปี 1923 FAI หรือ Fédération Aéronautique Internationale ก็ออก Pilot’s License หมายเลข 6017 ให้เธอ… และเป็นนักบินหญิงคนที่ 16 ที่ได้… และในเวลาต่อมา เธอยังได้ใบอนุญาติให้เป็นเจ้าของสนามบินส่วนตัว และยังเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องบินบางรุ่นอีกด้วย

Amelia Earhart ถือเป็นสุภาพสตรีที่มีเส้นทางชีวิตโลดโผนไม่ธรรมดาคนหนึ่งของโลก ซึ่งมีแง่มุมมากมายให้เรียนรู้และเล่าต่อ… เธอเป็นเจ้าของสถิติการบินมากมายก่อนที่สงครามโลกครั้งที่สองจะเริ่มขึ้น โดยมีเครื่องบินเป็นไม้ตายของคู่สงครามทั้งสองฝ่าย

29 มิถุนายน ปี 1937… เครื่องบินของ Amelia Earhart หายไปจากการติดต่อระหว่างเส้นทางในมหาสมุทรแปซิฟิก ในน่านฟ้าเกาะ Howland Island ระหว่างบินผ่านเกาะ Lae ไป New Guinea ทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะชวา และทางการประกาศการเสียชีวิตของเธอในวันที่  2 กรกฎาคม ปี 1937… ในวัย 39 ปี

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Digital Nomad

Citizen Nomad

ผมเป็นพวกนั่งทำงานไม่เป็นหลักแหล่งเข้าขั้นเร่ร่อนเลยหล่ะครับ… ชีวิตส่วนใหญ่เร่ร่อนอยู่ในเชียงใหม่กับ Notebook ตัวเก่งแวะสิงตามร้านกาแฟเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางครั้งที่ต้องปักหลักยาวกับ Co-Working Space ที่ต้อง “นั่งยาว-เฝ้าจอ-ต่อเวลา” ให้งานในสมอง ถูกระบายออกมาเป็นอะไรซักอย่าง

LRT เชียงใหม่… และ Feeder จากชานเมือง

แนวคิดเรื่องขนส่งทางรางในเชียงใหม่ ที่มีรถไฟฟ้าใช้ในเขตเทศบาลมีมานานกว่า 20 ปีแล้วครับ เทศบาลนครเชียงใหม่จริงจังเรื่องรถไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2537… ใช่ครับ เริ่มคิดกันมา 25 ปีแล้ว กระทั่งทุกวันนี้ รถไฟฟ้ารางเบาของเทศบาลนครเชียงเชียงใหม่ ก็เริ่มเห็นอนาคต

Trava Finance

Trava… Decentralized Finance Marketplace

ทีมพัฒนาของ Trava Finance เห็นโอกาสจากช่องว่างที่นักลงทุนรายย่อย และ Lender รายใหญ่ส่วนหนึ่งมีความต้องการที่จะเป็น Pool Owner อยู่ไม่น้อยนี่เอง จึงสร้าง Trava DeFi ให้สมาชิกสามารถเป็น Pool Owner ได้ไม่ยาก… ซึ่งการเป็น Pool Owner จะสามารถกำหนดนโยบายและอัตราส่วนต่างๆ บน Pool ของตนเองได้ตั้งแต่กำหนดอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงเงื่อนไขการบังคับขายหลักทรัพย์ดิจิทัลเอาทุนคืนได้เองทั้งหมด… เหมือนนายธนาคารมาเอง

Security Token Offering หรือ STO

STO และ Token Based Real Estate… อสังหาริมทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการลงทุน

อสังหาริมทรัพย์ในกระแสดิจิทัล ซึ่งสินทรัพย์ที่เก็บและถือครองในรูปดิจิทัล กำลังเป็นที่แนวโน้มสำคัญที่เกิดขึ้นชัดเจนแล้วว่า… ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ประโยชน์บนที่ดินทั้งหมด สามารถแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Digital Asset เพื่อให้ “ธุรกรรม” ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด สามารถจัดการและดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างราบรื่น