Thai Stop Covid Plus…

COVID Cert

แผนการเปิดประเทศใน 120 วัน หรืออีกราว 4 เดือนนับจากนี้… ดูเหมือนเสียงตอบรับที่เห็นเป็นข้อมูลในมือผมตอนนี้จะค่อนข้างเป็นบวก และ เห็นหลายฝ่ายกระตือรือร้นร่วมมือช่วยเหลือรัฐบาล และคณะทำงานทุกฝ่ายในการฝ่าวิกฤตโควิดคราวนี้… โดยเฉพาะฝั่งหอการค้าไทยที่เดินหน้า “อยากให้ช่วยอะไรขอให้บอก” จนเห็นความร่วมมือหลายอย่างต่อตรงเข้าหาธุรกิจการค้าที่อ่อนแรงมานาน… แม้จะยังขาดพร่องความช่วยเหลืออีกมาก แต่ก็มีบางส่วนถูกช่วยให้เห็นกันบ้างแล้ว

ส่วนที่อาจจะมีข่าวน้อยหน่อย แต่ผมคิดว่าสำคัญมากเหลือเกินกับเศรษฐกิจในระหว่างนี้ และ หลังวิกฤตคลี่คลายก็คือ… ความเชื่อมั่นของสินค้าและบริการในประเทศไทย และสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศ ซึ่งชัดเจนว่าทุกตลาดจะเข้มงวดเรื่องเชื้อโรค และ การปนเปื้อน… ซึ่งความเคลื่อนไหวของกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้ดูแลขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่าในสถานประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม ข้อมูลในมือผมก็เห็นการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะขอแกมบังคับให้โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ประเมินตนเองผ่านแบบประเมิน Thai Stop Covid Plus และ Thai Save Thai ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2564… โดยคาดโทษฝ่าฝืนกรณีไม่ปฎิบัติก็จะมาตรการลงโทษด้วย… ซึ่งไม่บ่อยที่จะเห็นคำขอมาพร้อมคำขู่ และ รายงานล่าสุดพบว่ามีโรงงานที่ประเมินตนเองผ่าน Thai Stop Covid Plus แล้วเกินหมื่นแห่งของโรงงานทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 64,000 โรง

ซึ่งแพลตฟอร์ม Thai Stop Covid Plus สำหรับสถานประกอบการจะใช้ตัวชี้วัดตามแบบประเมิน 44 ข้อ โดยจะเป็นคำถามเกี่ยวกับเกณฑ์การประเมินตนเองของสำนักงาน องค์กร สถานประกอบกิจการ หรือ โรงงาน ตามมาตรการหลัก เช่น ด้านการป้องกัน โรงงานของท่านตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกคนก่อนเข้าภายในบริเวณสำนักงาน องค์กร สถานประกอบกิจการ หรือ โรงงานหรือไม่

มีมาตรการติดตามข้อมูลของผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการใช้แอปพลิเคชั่นตามที่ทางราชการกำหนด เช่น โปรแกรมไทยชนะ หรือใช้มาตรการควบคุมการเข้า-ออกสถานที่ด้วยการบันทึกข้อมูลหรือไม่

ให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้มาติดต่อทุกคนสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ภายในสถาน ประกอบการหรือไม่

มีมาตรการควบคุมจำนวนผู้ปฏิบัติงานไม่ให้แออัด โดยลดการรวมกลุ่มระหว่างบุคคล เช่น หลีกเลี่ยงการจัดประชุมที่มีผู้ร่วมประชุมจำนวนมาก โดยการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร การอนุญาตให้ทำงานที่บ้าน กรณีงานสามารถทำที่บ้านได้ จัดเวลาทำงาน เวลาพัก และเวลารับประทานอาหาร ให้เหลื่อมกันหรือไม่

ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม จัดให้มีการระบายอากาศที่เหมาะสม โดยตรวจสอบประสิทธิภาพและทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ กรณีสถานประกอบกิจการมีประตู หน้าต่าง ควรเปิดประตู หน้าต่าง เป็นระยะเพื่อให้อากาศถ่ายเทหรือไม่

สำหรับมาตรการเสริม ในสถานประกอบการที่มีจำนวนพนักงานตั้งแต่ 51 คนขึ้นไป เช่น มีนโยบายป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และคณะกรรมการบริหารสถานการณ์จัดตั้ง คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน COVID-19 Steering Committee หรือไม่

และ มีแผนป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เพื่อรองรับกรณีพบพนักงานติดเชื้อ และมีการ ซักซ้อมแผนหรือไม่

นอกจากนั้น… กรมอนามัยในฐานะเจ้าภาพแพลตฟอร์ม Thai Stop Covid Plus ยังเร่งผลักดันให้สถานประกอบการ กิจการท่องเที่ยว หรือ แม้แต่ครัวเรือน เข้าไปทำแบบประเมินด้วยตนเองได้ที่ เวบไซต์ Thai Stop Covid Plus ได้ตลอดเวลา เพื่อใช้ข้อมูลบนแบบประเมินเป็นแนวทางในการปรับปรุงสถานประกอบการให้ปลอดภัยเชื่อมั่นได้… ซึ่งสถานประกอบการต่างๆ นับจากนี้น่าจะมีระเบียบ และ มาตรการกำกับดูแลเพื่อปรับเปลี่ยนสู่มาตรฐานใหม่หลังโควิดตามกรอบของกรมอนามัย… และ คงไม่มีอะไรย่อย่อนกว่านี้ไปอีกนาน

รีบทำกันเถอะครับ… ช่วยกันทำหนึ่งอย่างที่ทำได้!

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Social Media Marketing for Restaurants

Social Media Marketing for Restaurants

การสร้างความคาดหวังใส่ความต้องการให้ลูกค้าคือการตลาดล้วนๆ!… ในขณะที่การบริการอาหารเครื่องดื่มตามความคาดหวัง ก็จะเป็นงานขายล้วนๆ

Real Estate Statistics

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพ–ปริมณฑล Q4/2562

ผู้ประกอบการทั้ง Listed และ Non-listed Companies มีความเชื่อมั่นลดลงและมีมุมมองในเชิงลบต่อสถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาวะปัจจุบัน

COVID Tourism

สถิติท่องเที่ยวล่าสุดจาก EIC

EIC วิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดของภาคการท่องเที่ยวไทยโดยใช้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของทางการ และ High Frequency Data พบว่า… การท่องเที่ยวในประเทศเริ่มฟื้นตัวได้บ้างโดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพมหานคร แต่ในภาพรวมยังคงต่ำกว่าระดับช่วงก่อนการ Lockdown อยู่มาก และยังมีแนวโน้มอ่อนไหวต่อความเสี่ยงของการระบาดระลอกที่ 2 ของ COVID19

smart industrial estate

อัพเกรดนิคมอุตสาหกรรมสู่ Smart City

เงินลงทุน 5 ปี ประมาณ 60,000 ล้านบาท จะมีโครงการใหญ่ๆ ที่จะเกิดด้วย เช่น ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ขณะนี้ใช้เงินไปแล้ว ประมาณ 40 ล้านบาท งบประมาณปี 2563… ส่วนนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ค ที่จะเปิดปี 2564 อีกประมาณ 800 ล้านบาท ลงทุนด้านดิจิทัล 200 ล้านบาท และจะพัฒนาบุคลากรอื่นๆ อีกที่เหลือ 200 ล้านบาท ส่วนนี้คืองบฯลงทุนปีหน้า 1,200 ล้านบาท