Sulfur Concrete… วัสดุก่อสร้างสูตรชาวอังคาร

Sulphur - Sulfur

ดาวอังคารไม่มีน้ำและหินปูนเหมือนโลก การตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร ที่นับวันจะใกล้ความเป็นจริงเข้าไปทุกที จึงหาคอนกรีตสำหรับสร้างเมืองเหมือนบนโลกไม่ได้ ซึ่งการขนปูนซีเมนต์กับน้ำจากโลกไปดาวอังคารก็เป็นไม่ได้เช่นกัน… ทางเดียวที่จะทำได้ก็คือ การใช้ทรัพยากรและแร่ธาตุบนดาวแดง สร้างคอนกรีตสูตรมาร์เชียลโดยเฉพาะขึ้นมา

บทความจากเวบไซต์ FastCompany.com ได้พูดถึง Martian Concrete ที่พัฒนาขึ้นจากข้อจำกัดเรื่องการหาแร่ธาตุและทรัพยากรบนดาวอังคาร มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างอาณานิคมนอกโลกครั้งแรกของมนุษย์… และครั้งนี้มนุษย์ได้ค้นพบคอนกรีตที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% หรือรีไซเคิลได้ 100% อีกด้วย

Martian Concrete เป็นชื่อเรียก Sulfur Based Polymers ที่ขึ้นรูปด้วยการให้ความร้อนเหมือน Thermoplastic… ซึ่งอุณหภูมิขนาด 140°C จะละลาย Sulfur หรือกำมะถันจนกลายเป็นตัวประสานส่วนประกอบอื่นๆ ในเนื้อคอนกรีต และแข็งตัวทันทีที่อุณหภูมิเย็นลง

งานวิจัยหลายชิ้นเห็นตรงกันว่า… นี่เป็นสูตรคอนกรีตในอนาคตที่ไม่เพียงแต่จะใช้บนดาวอังคารที่มีส่วนประกอบกำมะถันอยู่มากเท่านั้น… แต่ความสามารถในการรีไซเคิลได้ 100% ของ Martian Concrete… มีความโดดเด่นมากพอที่จะใช้งานบนโลก ที่มีกำมะถันเหลือใช้จากอุตสาหกรรมต่่างๆ มากมาย โดยเฉพาะจากการกลั่นปิโตรเลียม

การขุดหินปูนมาทำซีเมนต์และคอนกรีตแบบที่เราใช้กันอยู่ทั่วโลกมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 อย่างทุกวันนี้ แม้จะมีข้อดีมากมายแต่การขุดหินปูนมาทำซีเมนต์และการใช้น้ำมหาศาลในขบวนการขึ้นรูปคอนกรีต และยังรีไซเคิลทางตรงกลับมาใช้ซ้ำได้ยาก

Martian Concrete เป็นตัวเลือกที่หลายฝ่ายกำลังจับตาอย่างมาก โดยเฉพาะการนำมาใช้กับเครื่องพิมพ์คอนกรีต 3D ที่คอนกรีตผสมน้ำ หรือ Water Based Concrete ใช้กับ 3D Concrete Printer ไม่ได้อยู่แล้ว

เวบไซต์ Japan Society of Civil Engineers ได้เผยแพร่รายงานการทดสอบเปรียบเทียบความสามารถในการรับแรงอัดของแท่งคอนกรีตซีเมนต์กับ Sulfur Concrete พบว่า… Sulfur Concrete ยังคงสภาพและรับแรงอัดในเดือนที่ 24 ได้เหมือนวันแรกที่ Sulfur Concrete พร้อมใช้งาน ในขณะที่คอนกรีตซีเมนต์รับแรงอัดได้เพียง 45% จากความสามารถรับแรงอัดในวันแรกได้ 100%

รายงานการวิจัยของ Dr.Rafał Anyszka จาก University of Twente ในเนเธอร์แลนด์ได้เปรียบเทียบให้เห็นว่า Sulfur Concrete ใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมงก็แข็งตัวพร้อมใช้งาน… ในขณะที่ Water Based Concrete ต้องใช้เวลา 28 วันจึงจะพร้อมใช้งาน

ส่วนผสมหรือสูตรและเทคนิคเกี่ยวกับ Sulfur Concrete ยังไม่คุยตอนนี้น๊ะครับ… เหตุผลแรกผมคิดว่า ยังต้องศึกษาทดลองอีกมากเพื่อใช้งานกับหลากหลายหน้าที่และวัตถุประสงค์ และอีกเหตุผลหนึ่งเป็นเพราะ ผมกำลัง Pitch Idea หาคนมาร่วมทำ Thermal Concrete สำหรับ 3D Printing ที่ส่วนผสมสำคัญก็มี Sulfur อยู่ด้วยครับ… 

ช่วงนี้ไม่มีข่าวดี… แค่กรณี COVID-19 กับการคาดเดาผลกระทบและผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว ก็มีแต่เรื่องชวนปวดเศียรเวียนเกล้า ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่าเป็นวิกฤต… และผมก็เห็นด้วย!… แต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่ไม่ควรลืมก็คือ… COVID-19 มาแล้วก็ไป… และผมเชื่อว่าอีกไม่ช้า COVID-19 คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะสร้างความแตกตื่นได้เหมือนทุกวันนี้… และสุดท้ายก็คงมีทั้งวัคซีนและยารักษา เพียงพอรองรับความตื่นตระหนกแบบนี้ได้… และผมคิดว่า ความท้าทายนี้คือโอกาสที่น่าสนใจ อย่างน้อยในระหว่างที่หลายๆ คนหลายๆ ฝ่ายกำลังเจอปัญหา นอกจากส่งกำลังใจให้ทุกท่านที่เจอวิกฤติตรงๆ ให้ผ่านวิกฤตไปได้แล้ว… ผมคิดว่าเรามอง Future Scenarios กันไปพลางๆ ในวันที่… ชีวิตก็ยังต้องเป็นไปและใช้ต่อ

อ้างอิง

https://www.researchgate.net/publication/308778258_Sulfur_Concrete_-_Promising_Material_for_Space-Structures_Building
https://cen.acs.org/articles/96/i1/build-settlements-Mars-ll-need.html
http://www.jsce.or.jp/committee/concrete/e/newsletter/newsletter24/index_files/techaward.htm
https://www.fastcompany.com/3055172/why-martian-concrete-might-be-the-best-building-material-in-the-solar-system

https://en.wikipedia.org/wiki/Sulfur_concrete

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

วีซ่าลองสเตย์ 10 ปี กับอสังหาริมทรัพย์ไทย

เมื่อ 22 พ.ย.2559 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบอนุมัติขยายระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักรไทย สำหรับกลุ่มพำนักในระยะยาวหรือลองสเตย์วีซ่า ซึ่งเป็นไปตามมาตรการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านสุขภาพ

Albert Einstein

In The Midst Of Every Crisis Lies Great Opportunity ― Albert Einstein

จุดเปลี่ยนอย่างแท้จริงเกิดขึ้นด้วยการรวมตัวกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะ Conrad Habicht และ Maurice Solovine ตั้งกลุ่ม The Olympia Academy ขึ้นเพื่อพบปะพูดคุยถกปัญหาด้านวิทยาศาสตร์และปรัชญา โดยกำหนดให้แต่ละคนไปอ่านหนังสือผลงานของบุคคลที่โดดเด่นและน่าสนใจ แล้วมาอภิปรายกันว่าใครมีความคิดเห็นอย่างไร… ซึ่งเข้าทางคนที่มีพื้นฐานคิดต่างมาตั้งแต่เด็กอย่าง Albert Einstein จนสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญทางวิทยาศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่วิทยาศาสตร์และฟิสิกส์ไม่มีอะไรใหม่ตั้งแต่ผลงานของ Sir Isaac Newton และผลงานสนามแม่เหล็กของ James Clerk Maxwell จนมีการกล่าวว่า… ไม่มีอะไรใหม่ให้ค้นพบอีกแล้วในเรื่องฟิสิกส์ ทั้งหมดที่เหลืออยู่เป็นการวัดค่าให้แม่นยำมากยิ่งขึ้นในช่วงเวลานั้น

Virginia Woolf

Without Self Awareness We Are As Babies In The Cradles ~ Virginia Woolf

เมื่อ Virginia Woolf พบกับ Vita Sackville-West จากกลุ่มวรรณกรรมบลูมเบอร์รี่ ทั้งคู่ก็สนิทสนมและเขียนจดหมายรักถึงกันมากมาย ซึ่งเป็นสัมพันธ์รักแบบหญิงรักหญิง ที่ต่างก็ต้องเป็น “แม่บ้านแม่เรือน” ให้ผู้ชายที่พวกเธอก็ยังรักและไว้ใจ… ว่ากันว่า แรงใจจาก Vita Sackville-West ผลักดันงานเขียนของ Virginia Woolf มากมายให้สะท้อนสถานภาพและจินตนาการของผู้หญิง พรั่งพรูออกมาจากกระแสสำนึกของตัวละครเอกในนวนิยายที่ Virginia Woolf รังสรรค์ขึ้น

Zapps by Zoom

My Zapps By Zoom

กลยุทธ์การเปิดทางให้แอพพลิเคชั่นองค์กรทุกรูปแบบ สามารถเข้าถึงได้โดยสมาชิกทีมยังคงเห็นหน้าพูดคุยและประสานงานกันไปจนจบ Task หรือเสร็จธุระที่ต้องช่วยกันผลักดัน