Sponge City… เมืองซับน้ำ

changi-airport

กระแสการแก้ปัญหาด้วยแนวคิดการออกแบบ โดยส่วนตัวคิดว่า การแก้ปัญหาด้วยหลักการออกแบบไม่ใช่กระแสมานานแล้ว และเชื่อว่าเป็นทางเดียวของการเริ่มต้นแคะปัญหาน้อยใหญ่ ออกมาแยกส่วนจัดการอย่างสร้างสรรค์ และใช้เทคนิคเชิงออกแบบสร้างสมดุลย์ใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะเหตุปัจจัยมากมาย

ปัญหาเรื่องฝนตกน้ำท่วม ฝนขาดน้ำแล้ง เป็นปัญหาทั่วโลกที่สะท้อนว่า แท้จริงแล้วมนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตบนบก รู้จักและจัดการน้ำได้น้อยมาก ทั้งที่รกรากตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ก็เกิดและเติบโตบนดาวแห่งน้ำ… ดาวดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีน้ำมากมายให้มนุษย์ก่อเกิดและอาศัย

ในเมืองใหญ่ทั่วโลก… สิ่งก่อสร้างและนวัตกรรมเพื่อการระบายน้ำและบังคับทิศทางน้ำ ถือว่าเป็นแนวทางสำคัญหนทางเดียว ที่มนุษย์หาทางออกให้ปริมาณน้ำส่วนเกิน ได้ไหลพ้นไปจากวิถีชีวิตและชุมชน มาตั้งแต่โบราณ ซึ่งถ้ามองจากมุมการพัฒนานวัตกรรม ต้องถือว่า… ไม่มีอะไรใหม่มานานหลายร้อยปี เหมือนๆ กันทั่วโลก

ในเมืองไทย… ผู้นำในการออกแบบผลักดันและเคลื่อนไหวเรื่องการจัดการน้ำมาตลอด คือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงงานเรื่องน้ำทุกมิติ ทั้งบ่อ คลอง เขื่อน อ่างและแก้มลิง… ซึ่งคนที่เข้าใจงานที่พระองค์ท่านทรงริเริ่มไว้ จะทราบถึงแนวคิดเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ของการจับปัญหาน้ำมาหาทางจัดการด้วยองค์ความรู้ที่ยิ่งใหญ่แนวทางหนึ่งของโลกทีเดียว

กรณี “แก้มลิง” และแนวทาง Sustainable Drainage Systems หรือ SUDS หรือระบบระบายน้ำแบบยั่งยืน จนนำมาซึ่งการออกแบบเมืองให้เป็น Sponge City หรือ เมืองซับน้ำ หรือ ออกแบบเมืองให้เป็นเหมือนฟองนำเพื่อรับมือกับความมั่นคงเรื่องน้ำของชุมชนเมือง

เอกสารชื่อ Berlin, Germany: Sponge City- Preparing for a hotter climate เผยแพร่โดย EC Link หรือ Europe-China Link นำเสนอแนวคิด Sponge City และ Re-green ในพื้นที่เมืองหลวงของเยอรมัน ที่ผลักดันจริงจังแล้วในปัจจุบัน

Dr. Yu Kongjian จาก College of Architecture and Landscape Architecture ในสังกัด Peking University ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่พัฒนาองค์ความรู้เรื่อง Sponge City และแนวคิด Synthesising Modern Water Management Systems หรือ ระบบสังเคราะห์น้ำยุคใหม่ ซึ่งก็คือการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนการกักเก็บและใช้น้ำอย่างยั่งยืนทั้งในภาคเกษตร อุตสาหกรรมและการอยู่อาศัย… และรัฐบาลสิงคโปร์เชิญ Dr. Yu Kongjian เข้าร่วมการออกแบบ Singapore Sponge Cities ในนาม Turenscape ซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทเอกชนในกำกับของ College of Architecture and Landscape Architecture

สิ่งที่น่าสนใจในแนวคิด Sponge City คือหลักบูรณาการเชิงนิเวศน์ที่คิดจนครบวงจร และออกแบบให้ทุกหน่วยในวงจร เอื้อประโยชน์สูงสุดบนหลักยั่งยืนทั้งกับภายในวงจรเอง และระหว่างวงจร

ในขั้นนี้ผมยังค้นงานออกแบบตามหลักคิด Sponge City ได้เพียงเล็กน้อยเพราะแนวคิดนี้เป็นเรื่องใหม่ และเกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรมและโยธา ซึ่งพื้นฐานและเครือข่ายผมมีน้อยจนทำได้เท่าที่ค้นเจอในอินเตอร์เน็ต… แต่อีกไม่นานข้อมูลระดับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องคงมีตีพิมพ์เผยแพร่กว่าปัจจุบัน… และผมคงได้เจาะเอามาเล่าเพิ่มเติมในอนาคต

อ้างอิง

http://www.eclink.org

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Libra Coin… โอกาสและแนวโน้ม

สองสามปีมานี้ข่าวคราวเรื่อง Bitcoin และ Cryptocurrency เป็นหนึ่งในข่าวหลักที่ผมเชื่อว่า น้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินหรือรู้จัก Bitcoin ที่สร้างประเด็นมากมายขึ้นทั่วโลก… ล่าสุด Crytocurrency จาก Digital Platform ที่ทรงอิทธิพลกับไลฟ์สไตล์คนค่อนโลกอย่าง Facebook ก็เปิดตัวสู่มหาชนนาม… Libra Coin

research and development

Return On Research Capital… คุ้มแค่ไหนที่จะวิจัยและพัฒนา

ผลสำเร็จของ R&D ถือเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ หรือ Competitive Advantage ที่ชัดเจนและโดดเด่นที่สุด… ซึ่งกลุ่มธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการทุ่มทุนทำ R&D อย่างชัดเจนจนได้โมเดลธุรกิจบน Supply Chain ของตัวผลิตภัณฑ์ยึดโยงกันอย่างน่าตื่นตะลึง…

BIM Dimension

BIM Dimensions… พื้นฐาน Digital Construction

งานออกแบบด้วย BIM อย่างครบวงจร ซึ่งกลายเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมก่อสร้างในยุค ConTech หรือ Construction Technology นั้น… ก็เพราะความสามารถทางข้อมูลทั้ง 6 มิติ ที่ BIM สามารถป้อนกลับสู่กลไกการจัดการได้อย่างสมบูรณ์นั่นเอง… แต่การนับมิติ หรือ Dimension ของ BIM โดยทั่วไปจะนับจาก 3D ซึ่งเป็น Common Data Environment ของระบบ หรือก็คือมิติของการแจกจ่ายแบ่งปันข้อมูลการออกแบบ… ส่วน 4D ซึ่งเป็นขั้นตอนและลำดับการก่อสร้าง หรือ Construction Sequencing ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นมิติที่เกี่ยวกับ Schedule หรือ Time หรือ เวลาล้วนๆ… และ 5D ที่สามารถให้ข้อมูลทางการเงินและการประมาณราคาอย่างครบถ้วน… ในขณะที่ 6D ซึ่งเป็น Project Lifecycle Information หรือ ข้อมูลวงจรอายุสิ่งก่อสร้าง ที่จำเป็นอย่างมากเมื่อการก่อสร้างและส่งมอบสิ้นสุดลงและเริ่มต้นใช้ประโยชน์สิ่งก่อสร้างตามวัตถุประสงค์

RPA Robotic Process Automation

RPA Software and Systems #Digital–Transformation

อยากให้ท่านนึกถึงการรับพนักงานใหม่มาทำหน้าที่บางอย่างในกิจการก่อน และท่านจะสอนงานน้องใหม่รายนี้ให้ทำงานที่ต้องรับผิดชอบว่า… ให้ทำอะไรยังไงจากขั้นตอนไหนไปถึงขั้นตอนไหน และมอบหมายงานหรือขั้นตอนที่สอนไปให้รับผิดชอบ… ทีนี่ท่านเปลี่ยนจากสอนน้องใหม่ที่เป็นมนุษย์ ไปสอน RPA Software… และปล่อยให้ระบบของ RPA ทำงานและรับผิดชอบขั้นตอนที่สอน หรือขั้นตอนที่สร้างให้ทำงานตามขั้นตอนจนเสร็จสิ้นในแต่ละรอบ ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่มีพักกินข้าวหรือเข้าห้องน้ำ และไม่เรียกร้องค่าล่วงเวลา หรือ OT ใดๆ อีก