Space Economy และ ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย

Space Economy

ความเคลื่อนไหวของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้การนำของ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ในฐานะผู้อำนวยการ NIA ซึ่งนำการขับเคลื่อนองค์กรแห่งความหวังอย่างสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และ อนาคตประเทศไทยบนถนนนวัตกรรมได้อย่างน่าตื่นตา ซึ่งเห็นโลโก้ NIA ปรากฏอยู่ทุกหนแห่งที่เป็นความหวังและอนาคต

10 สิงหาคม ปี 2021 ที่ผ่านมา… NIA ได้เปิดตัวสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอวกาศ หรือ Space Technology Startups จากโครงการ Space Economy: Lifting Off 2021 ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุน และ ส่งเสริมให้สตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการทำเทคโนโลยี ระบบ หรือ บริการด้านกิจการอวกาศ สามารถต่อยอดสู่ธุรกิจจริง และ สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจอวกาศโลกที่ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 1,000,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 20 ปีข้างหน้า… 

ประเด็นสำคัญก็คือ NIA คาดหวังจะได้เห็นเศรษฐกิจอวกาศ กลายเป็นหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ เป็นเครื่องยนต์ในการกระตุ้น GDP ของไทยให้สูงขึ้น โดยร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การส่งเสริมและสนับสนุน สตาร์ทอัพเทคโนโลยีอวกาศ หรือ Space Technology Startups ผ่านกลไกต่างๆ เช่น…

  • สนับสนุนงานด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้สตาร์ทอัพสามารถนำไปต่อยอดในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการ
  • ส่งเสริมให้เกิดการผลิตและการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางอวกาศ เช่น สถานีภาคพื้นดิน
  • เตรียมพร้อมรองรับการส่งจรวดและดาวเทียมด้วยการพัฒนาให้สตาร์ทอัพสามารถผลิตดาวเทียมได้เองเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ
  • สนับสนุนการใช้งานด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบนำทาง โทรศัพท์สัญญาณดาวเทียม และบริการด้านอุตุนิยมวิทยา 
  • การสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์จากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอวกาศให้แก่สตาร์ทอัพของไทยที่สนใจเปลี่ยนมาทำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีอวกาศ

โครงการ Space Economy: Lifting Off 2021 มีสตาร์ทอัพไทยอยู่ในโครงการมากถึง 10 ราย ได้แก่…

  1. Space Composites… ผู้พัฒนาเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ชั้นสูงที่ใช้ออกแบบและผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์เพื่อการสำรวจอวกาศ
  2. iEMTEK… สายอากาศและอุปกรณ์เชื่อมต่อสั่งงานสำหรับระบบสื่อสารบนดาวเทียมขนาดเล็ก 
  3. NBSPACE… ดาวเทียมขนาดเล็กเพื่อการศึกษาสภาพทางอวกาศ 
  4. Irissar… เรดาร์ อุปกรณ์ และ ระบบที่เกี่ยวข้องกับอวกาศ 
  5. Halogen… บอลลูนเพื่อสำรวจชั้นบรรยากาศ
  6. Plus IT Solution… ระบบวิเคราะห์พื้นที่จากภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ และการใช้ประโยชน์อื่นๆ 
  7. Krypton… นวัตกรรมโปรเจกต์คริปโตไนท์ ซึ่งเป็นวิวัฒนาการดาวเทียมในรูปแบบใหม่ 
  8. Spacedox… ระบบวิเคราะห์และแจ้งคุณภาพอากาศโดยใช้บอลลูนลอยสูงผ่านเครือข่าย Lora และข้อมูลการตรวจวัดจากดาวเทียม
  9. Emone… เทคโนโลยีควบคุมความเร็วการโคจรวัตถุในอวกาศเพื่อลดปริมาณขยะจากอวกาศ 
  10. Tripler Adhesive… สูตรกาวและสารยึดเกาะเพื่อใช้สำหรับอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางอวกาศ

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า… โครงการ Space Economy: Lifting Off 2021 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ดำเนินการร่วมกับ ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย หรือ Thai Space Consortium เพื่อผลักดันเศรษฐกิจอวกาศให้เกิดขึ้น ด้วยการพัฒนาผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีอวกาศให้มีบทบาทและสามารถเติบโตได้ในอุตสาหกรรมอวกาศ โดยได้ดำเนินโครงการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 ที่ผ่านมา… ซึ่ง NIA ได้เฟ้นหาบริษัทสตาร์ทอัพที่มีความสนใจหรืออยู่ในธุรกิจอวกาศของประเทศไทย เพื่อเข้ามาร่วมโครงการบ่มเพาะและพัฒนาในรูปแบบ “การร่วมรังสรรค์ หรือ Co-Creation” เพื่อปูทางไปสู่การสร้างเศรษฐกิจอวกาศให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย หรือ Thai Space Consortium หรือ TSC ซึ่งมี ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานเลขานุการภาคีความร่วมมืออวกาศไทย… ซึ่งผลักดันและเคลื่อนไหวจนมีวาระการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ว่าด้วย “ความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัย และ พัฒนานวัตกรรม เกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศไทย” ของ 12 หน่วยงาน ไปตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน ปี 2021 โดยมีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. รวมทั้งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติเป็นแกนนำ

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า… การลงนามความร่วมมือของ ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย จะเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ วิศวกรรุ่นใหม่ ได้ร่วมกันริเริ่มตั้งแต่สร้างและพัฒนาดาวเทียมขนาดเล็กโดยใช้องค์ความรู้ภายในประเทศ เรียนรู้และลงมือทำโดยตรง ทดสอบและควบคุมการใช้งานโดยฝีมือคนไทย… รวมถึงออกแบบ และ สร้างอุปกรณ์ Payload เพื่อใช้งานด้านต่างๆ 

ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว เป็นโจทย์ที่ท้าทายการยกระดับองค์ความรู้ของประเทศที่สำคัญ โดยทั้ง 12 หน่วยงานที่ร่วมลงนาม จะมีบทบาทสนับสนุนการทำงานของ ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย ภายใต้กรอบการดำเนินงาน 5 ด้าน ได้แก่ 

  1. งานวิศวกรรม 
  2. งานแอปพลิเคชั่น 
  3. งานวิจัยและพัฒนา 
  4. งานสนับสนุนการศึกษา
  5. งานสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม 

โดยใช้โครงสร้างพื้นฐาน ห้องปฏิบัติการ ความเชี่ยวชาญ และ กำลังคนที่แต่ละหน่วยงานภาคีความร่วมมืออวกาศไทยมีอยู่… ซึ่งทั้ง 12 หน่วยงานภาคีประกอบด้วย

  1. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
  2. สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
  3. สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
  4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  5. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  6. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
  7. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  8. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  9. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  10. มหาวิทยาลัยมหิดล
  11. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
  12. สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ระบบนิเวศด้านอวกาศของไทยที่เริ่มต้นด้วยการเดินเครื่องผลักดัน Startup ซึ่งเป็นเอกชนผ่านโครงการ Space Economy: Lifting Off 2021 โดย NIA… โดยความเห็นส่วนตัวถือว่า “เติมเต็ม” เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศและนวัตกรรมจริงๆ อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์นวัตกรรมไทย… ซึ่งหาข่าวและความเคลื่อนไหวด้านนวัตกรรมในประเทศไทยที่ไกลจากหิ้งแบบนี้ไม่เคยได้มาก่อน… 

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Digital Transformation, Second Wave

The Second Wave Of Digital Transformation… คลื่นสูงและลมแรง

Digital Transformation… คำๆ นี้สำหรับหลายๆ ท่านคงเริ่มอิ่มและไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก โดยเฉพาะเมื่อทุกท่าน ต่างได้ปรับตัวและเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเพื่อให้การอยู่กับวิกฤตโควิดตลอดปี 2020 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะท่านที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่ยืดยุ่นกับการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนตรงไปตรงมาและสามารถ Transform บริบทสู่ดิจิทัลได้อย่างราบรื่น รวมทั้งหลายๆ ท่านที่จำเป็นต้องรับความช่วยเหลือจากโปรแกรมกระตุ้นเศรษฐกิจมากมาย ที่ภาครัฐถือโอกาสทำ National Digital Transformation ซ่อนรูปมากับความช่วยเหลือและโปรแกรมกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้ผลและมีสีสันมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยก็ว่าได้

Stock Price

The Laws of Wyckoff… พื้นฐานนักเทรด

หัวใจสำคัญที่ The Real Rules of the Game ของ Wyckoff ซึ่งได้จากการแกะรอย “Price หรือ ราคา และ Volume หรือ ปริมาณซื้อขาย” ซึ่งเป็นร่อยรอย หรือ ประวัติการส่งออเดอร์ของนักลงทุนรายใหญ่ และ Super Traders… ทำให้ Richard Demille Wyckoff สามารถพล๊อตกราฟขึ้นมาอธิบาย “วงจรราคา และ ความสัมพันธ์ระหว่างราคา กับ ปริมาณซื้อขาย” ซึ่งกลายเป็น “กฏทอง” ที่ใช้ได้กับการิวเคราะห์หุ้น… อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา… ตลาดล่วงหน้าทั้งโภคภัณฑ์ และ พลังงาน รวมทั้งตลาดคริปโตที่กำลังเปลี่ยนโลกการลงทุนอยู่ในปัจจุบัน… โดยมี “ข้อเท็จจริง” จนกลายเป็นกฏ 3 ข้อ หรือ The Three Laws of Wyckoff ที่นักลงทุน และ นักวิเคราะห์ต้องจำได้ใช้เป็นก่อนอื่น

โต๊ะจีน

โต๊ะจีน… ธุรกิจที่เจ็บจริง ล้มจริง จาก COVID19

ธุรกิจจัดเลี้ยงโต๊ะจีน ใน 1 ปี จะมีช่วงของการรับงานโต๊ะจีนเพียงแค่ 7 เดือน เท่านั้น ซึ่งงานทั้ง 7 เดือนส่วนใหญ่ จะตรงกับศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เท่ากับว่าอีก 4 วัน คือช่วงที่ว่าง ส่วนช่วงที่งานซบเซา จะเป็นช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ที่งานเลี้ยงต่างๆ จะลดลง รวมทั้งการเข้าสู่หน้าฝนที่ไม่เอื้อต่อการจัดงานเลี้ยงในแบบกลางแจ้ง กรณีของ”COVID19″ ที่กระทบมาถึงการจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน ที่คาดว่าจะดึงให้ชะลอตัวลงไปจนถึงสิ้นปี

Ricult สตาร์ทอัพเพื่อเกษตรกร

Ricult อ่านว่า รีคัลท์ เป็นชื่อที่ “โคตรเก๋ไก๋” ในความคิดของผม Ricult เป็นชื่อที่ตัดมาจากคำเต็มของ Agriculture โดยการตัด Ag ด้านหน้าคำทิ้ง และตัด ure ด้านหลังคำทิ้งด้วยจึงเหลือเพียง ricult… ที่ผมคิดว่า คนคิดชื่อช่างมีความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำเลิศ