Solid State Greenhouse Effect และ โดมสำหรับตั้งรกรากบนดาวอังคาร

ความพยายามในการเร่งรีบสำรวจดาวอังคาร เพื่อวางแผนลงหลักปักฐานให้มนุษย์ดาวโลกสามารถใช้ชีวิตอยู่บนดาวเพื่อนบ้านที่แห้งแล้งหนาวเหน็บแห่งนี้ และ ยังมีออกซิเจนเบาบางเกินกว่าธรรมชาติของมนุษย์โลกจะมีชีวิตรอดอยู่ได้โดยปราศจากอุปกรณ์ช่วยหายใจ ซึ่งความพยายามของนักวิทยาศาสตร์และนักลงทุนในกิจการอวกาศจากทั่วโลก ยังคงไล่ล่าความสำเร็จชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเห็นความเป็นไปได้อยู่แค่เอื้อม

กรณีปัญหาก๊าซเรือนกระจก หรือ Greenhouse Effect บนดาวโลก ซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศกักกันสภาพภูมิอากาศที่พื้นผิวโลกเอาไว้ใต้หลังคาธรรมชาติของชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมของมนุษย์บนผิวโลก ซึ่งถูกกักสะสมไว้จนอุณภูมิพื้นผิวของดาวโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ดาวอังคารไม่มีปัญหาภาวะเรือนจกในชั้นบรรยากาศห่อหุ้มดวงดาว กลับเจอปัญหาอุณหภูมิพื้นผิวของดาวแดง ต่ำจนเป็นปัญหากับสภาพภูมิอากาศบนพื้นผิวดาวอังคารเช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสถานะของน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการตั้งรกรากของมนุษย์

ข้อเท็จจริงก็คือ… อุณหภูมิพื้นผิวของดาวอังคารสามารถต่ำได้ถึง −143 °C และ สูงสุดเพียง 35 °C ในขณะที่อุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ -63 °C ซึ่งน้ำไม่สามารถเป็นของเหลวอยู่ได้ การตั้งนิคมบนดาวอังคารจึงมีโจทย์ใหญ่เรื่องอุณหภูมิในพื้นที่อยู่อาศัย โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ของ NASA ได้เสนอแนวคิดการสร้างโดมด้วยวัสดุที่แสงแดดจากดวงอาทิตย์ส่องผ่านและกักเก็บอุณหภูมิเอาไว้ใต้โดม ซึ่งเป็นแนวคิดการสร้างเรือนกระจก หรือ Greenhouse สำหรับเพาะพันธ์พืชในสภาพแวดล้อมควบคุม… โดยเฉพาะการควบคุมอุณหภูมินั่นเอง

แนวคิดนี้มุ่งเป้าทำให้พื้นที่อยู่อาศัยอบอุ่นขึ้น จนน้ำสามารถคงสภาพเป็นของเหลวบนพื้นผิวดาวแดงได้เหมือนผิวโลก และ มนุษย์มีวัสดุและเทคโนโลยีที่จะใช้ทำหลังคาโดมอยู่พร้อมแล้วด้วย นั่นก็คือ…Silica Aerogel หรือ  ซิลิกาแอโรเจล 

Silica Aerogel

Silica Aerogel ได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ว่าเป็นของแข็งที่เบาและเป็นฉนวนที่ดีที่สุดในโลก… โครงสร้างภายในประกอบด้วยอากาศราว 90–99.8% แต่แข็งแรงและรับน้ำหนักได้ 500-4000 เท่าของนำหนักตัว… ซึ่งเมื่อสร้างเป็นโดมคลุมพื้นที่บนดาวอังคารด้วย Silica Aerogel ก็จะเกิดภาวะเรือนกระจกของแข็ง หรือ Solid-State Greenhouse Effect ขึ้นมาในบริเวณดังกล่าว โดย Silica Aerogel ซึ่งโปร่งแสง ก็จะกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ภายใน และ ถ่ายทอดสู่พื้นผิวดาวแดงด้านล่าง ทำให้พื้นที่นั้นอบอุ่นขึ้น และ ผิวของแผ่นแอโรเจลซึ่งมีเส้นใยซิลิกายังสะท้อนรังสีอัลตราไวโอเลตที่อันตรายออกไปได้อีกด้วย

การคำนวณของทีมนักวิทยาศาสตร์จาก NASA ชี้ว่า… ต้องใช้ Silica Aerogel ชนิดแผ่น หนาราว 2-3 เซนติเมตร ก็เพียงพอที่จะเพิ่มอุณหภูมิในพื้นที่อาณานิคมบนดาวอังคารขึ้นอีก 50 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่ร้อนเพียงพอจะทำให้น้ำคงสภาพเป็นของเหลวบนพื้นผิวดาวและใช้ดื่มกินได้

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Project Olympus

PROJECT OLYMPUS… The Space Based Construction และ Lunarcrete 3D Printing

Lunarcrete หรือ Mooncrete ที่สถาปนิกและวิศวกรสิ่งก่อสร้างนอกโลกจะเลือกใช้เป็น “วัสดุพิมพ์” ซึ่งเป็นวัสดุคล้ายคอนกรีตที่จากได้จากหินและสินแร่บนดวงจันทร์ผลิตขึ้น ถูกเสนอครั้งแรกโดย Larry A. Beyer จาก University of Pittsburgh ในปี 1985 และมีการจำลองวัสดุเหมือนสินแร่จากดวงจันทร์หลายโครงสร้าง และทำการทดลองมากมายจากนักวิจัยหลายสำนัก ทั่วสหรัฐอเมริกา…

architectural-design

Acquisitions Deals… เกมส์เศรษฐีของจริง

นี่คือช่วงเวลาของการเล่นเกมส์เศรษฐีในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ผลลัพธ์มีแต่รวยมากกับรวยน้อยเท่านั้นเอง ขอแค่รู้จังหวะและโอกาสที่สามารถทำผ่าน Acquisition Deal และ Takeover แบบถูกที่ถูกเวลา

City Brain

Alibaba City Brain

ครั้งหนึ่งเมืองหังโจว หรือ Hangzhou ซึ่งมีประชากรกว่า 7 ล้านคน เคยถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีการจราจรแออัดที่สุดของจีนลำดับที่ 5 ของ แต่ลำดับดังกล่าวคลี่คลายลงไปอยู่ลำดับที่ 57 ในปี 2019… หลังจากนครหังโจว นำเทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยบริหารการจราจรภายใต้โครงการ City Brain ซึ่งขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ระดับแถวหน้าของโลก จาก Alibaba Cloud

XRP Ripple

XRP Ripple… ภาพรวมและที่มาอย่างย่อ

Ripple Blockchain และเหรียญ XRP เป็นธุรกิจของ Ripple Labs Inc. ทั้งหมด… โดย Ripple ให้บริการเครือข่ายการโอนเงินของธนาคารและสถาบันการเงินโดยตรง ผ่านบริการ Ripple’s XCurrent… ซึ่งมีรายงานยืนยันว่า… ธนาคารกว่า 100 แห่งทั่วโลกใช้เทคโนโลยี Ripple’s XCurrent ในการทำธุรกรรมโอนเงินระหว่างธนาคารในปี 2018 หลังจาก Update Rippled 1.0.0 บน GitHub.com ในวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 2018 และ แพลตฟอร์ม Ripple เปิดตัวใช้งานจริงเต็มระบบในวันที่ 15 พฤษภาคม ปี 2018 หรือในวันถัดมา… ซึ่งใช้เวลาพัฒนาระบบนานกว่า 6 ปี ตั้งแต่ปี 2012