นโยบายส่งเสริมการสร้างเมืองอัจฉริยะ

ผมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทยตลอดปี 2019 ด้วยหวังลึกๆ ที่จะเห็นข่าวดีที่น่าสนใจบ้าง

ลุถึงช่วงกลางเดือนพฤษจิกายนเข้านี่แล้ว เวบไซต์ https://smartcitythailand.or.th มีรายงานข่าวเพียงวาระการเดินสายจัดสัมมนาภาคส่วนต่างๆ ตามหัวเมืองเป้าหมาย… ซึ่งโดยส่วนตัวผมชื่นชมในความพยายามของทุกฝ่ายเรื่อง Smartcity โดยเฉพาะแกนนำอย่างสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ดีป้า และบีโอไอ ที่ร่วมกันเดินสายให้ข้อมูลทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

การให้ความรู้เป็นหนทางเดียวที่จะสร้างความเข้าใจ ซึ่งการจะปลุกคนทั้งเมืองลุกมาเปลี่ยนแปลงและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานในเมืองให้ล้ำสมัย โดยที่คนอยู่คนใช้และคนที่เกี่ยวข้องไม่รู้ไม่เข้าใจ… ก็เป็นอันเชื่อได้ว่ายากที่จะเปลี่ยนอะไรได้

การออกแบบเมืองอัจฉริยะเป็นเรื่องใหม่มาก และหลายอย่างยังรอโครงสร้างพื้นฐานเชิงเทคนิคเช่น IoT, 5G, Blockchain Internet, Autonomous, หรือแม้แต่ Quantum Computer รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านและกลืนกินวัฒนธรรมการอยู่อาศัยหลายอย่าง เหมือนเกวียนหรือรถม้าถูกกลืนด้วยรถยนต์และกำลังจะวิวัฒน์สู่ Transportation System ที่หนึ่งร้อยปีข้างหน้า… หลายสิ่งในปัจจุบันคงเป็นเพียงตำนาน

ในทัศนของผม… การพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าจะริเริ่มจากพื้นที่ๆ สร้างขึ้นใหม่ เพื่อใช้เป็นต้นแบบอย่างแท้จริงในการสร้างแรงบันดาลใจและให้ประสบการณ์ตรงกับผู้คน มากกว่าที่จะสร้างภาพฝันแบ่งปันเรียนรู้ แล้วจบลงหลังจบงานสัมมนาอย่างทุกวันนี้

หลายวันก่อนผู้ใหญ่ที่ผมเคารพท่านหนึ่ง โทรศัพท์หาผมเพื่อขอคอนเฟิร์มข้อมูลเกี่ยวกับ Blockchain Technology พร้อมข่าวภายในเรื่องแนวคิดการย้ายที่ทำการรัฐบาลออกจากกรุงเทพมหานคร… อย่าถามน๊ะครับว่าย้ายจริงมั๊ย? ย้ายไปที่ไหน? ย้ายเมื่อไหร่? เพราะยังไม่มีใครรู้จริงในขณะนี้

เอาเป็นว่า… ข่าวเรื่องย้ายเมืองหลวงมีการริเริ่มและศึกษาดำเนินการจริง… และผมหวังว่า อย่างน้อยๆ พิมพ์เขียวเมืองอัจฉริยะจากโครงการนี้… จะได้เห็นต้นแบบนวัตกรรมเมืองและการอยู่อาศัยที่ก้าวหน้าและท้าทายกว่าเดิม… ถ้ามีการออกแบบและศึกษาความเป็นไปได้กันจริงจัง…

กลับมาที่ แผนงานส่งเสริมการสร้างเมืองอัจฉริยะ… ผมเห็นดีเห็นงามกับการดำเนินงานด้วยความพยายามอย่างเข้มข้นของทีม “สำนักงานเมืองอัจฉริยะ” อย่างที่ทำอยู่ โดยเฉพาะการเดินสายพูดคุย จัดสัมมนา และอะไรมากมายที่จัดหาจัดเตรียมตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงเอกสารและข้อมูลเผยแพร่

และจะดีมากเลยถ้าเวบไซต์ https://smartcitythailand.or.th มีข้อมูลข่าวสารเชิงรุกมากกว่านี้… อย่างน้อยเวลาครูให้การบ้านเด็กให้ทำรายงานเรื่องเมืองอัจฉริยะ… จะได้มีที่ให้เด็กเรียนรู้หรือลอกข้อมูลไปใส่รายงานได้บ้าง

ผมคิดว่าเด็กน่าจะสร้างเมืองอัจฉริยะได้เจ๋งกว่าพวกเราแน่นอน!!!

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

RED LOTUS UDON THANI

นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี… Update 09–2020

นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีว่า… โครงการตั้งอยู่ที่ตำบลโนนสูง อำเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ประมาณ 2,170 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 1,635 ไร่ มูลค่าลงทุนประมาณ​ 1 แสนล้านบาท มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 50% โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภค คาดว่าปี 2564 จะสามารถเปิดให้บริการได้

วันผ้าไทยแห่งชาติ และ งานภูษาศิลป์จากท้องถิ่นสู่สากล

งานใหญ่และน่าสนใจมากของกระทรวงวัฒนธรรม ชื่องาน “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565… ซึ่งนอกจากจะเป็นวันแม่แล้ว ยังถูกกำหนดให้เป็น “วันผ้าไทยแห่งชาติ” ด้วย… โดยในงานจะจัดแสดง และ จำหน่ายสุดยอดผ้าไทยผลิตภัณฑ์ผ้าชิ้นเยี่ยมจาก 76 จังหวัดทั่วไทย ชมผ้าโบราณของศิลปินแห่งชาติ  และ การแสดงแบบชุดผ้าไทยจาก 4 สุดยอดดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง PICHITA… SURFACE… THEATRE และ SANTI SUK SPACE

Reverse Mortgage

เกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ จากธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศการให้สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุโดยมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (Reverse Mortgage) เป็นมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุมาตรการหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ เป็นธนาคารนำร่องในการให้สินเชื่อดังกล่าว เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศในระยะต่อไป การให้สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุโดยมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน เป็นธุรกรรมสินเชื่อรูปแบบใหม่ ที่มีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป กล่าวคือ เป็นธุรกรรมสินเชื่อที่ให้กับผู้กู้ที่เป็นผู้สูงอายุ เช่น ผู้ที่เกษียณอายุจากการทำงาน โดยนำที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของตน และ ปลอดภาระหนี้มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อเพิ่มเงินได้ในการดำรงชีพ ซึ่งจำนวนเงินที่ผู้กู้จะได้รับขึ้นอยู่กับอายุของผู้กู้ มูลค่าของที่อยู่อาศัย และ อัตราดอกเบี้ย

วิกฤตอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

ตังเลขจากสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ซึ่งมสมาชิกเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างกว่า 26,000 บริษัท ซึ่งแจ้งปิดกิจการแล้วกว่า 4,000 บริษัท โดยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจาก “ต้นทุนแพงเกินค่างานที่ทำสัญญาไว้” โดยเฉพาะสัญญาก่อสร้างกับรัฐที่มีสัดส่วนกว่า 55% ของมูลค่างาน 1,300,000 ล้านบาท หรือ 1.3 ล้านล้านบาท คุณลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ TCA ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวประชาชาติธุรกิจว่า… วงการรับเหมาก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ