คุณภาพอากาศใน Smart City

ผมอยู่เชียงใหม่ในวันที่คุณภาพอากาศเลวร้ายขึ้นอันดับหนึ่งของโลก สภาพเมืองท่องเที่ยวเบอร์ต้นๆ ของไทยใกล้วันสงกรานต์ในปีนี้… เงียบเหงาและวังเวงน่าใจหาย

เชียงใหม่เป็นเมืองในหุบเขา ที่มีภูเขาล้อมรอบ… เมื่ออากาศเลวร้ายขนาดมองไม่เห็นดอยสุเทพเพราะม่านควันไฟหนาแน่น… คนเชียงใหม่จึงเหมือนอยู่ในกระทะที่ร้อนอบอ้าวและถูกรมควันรอวันตายอยู่ก้นกระทะ

ผมค้นฐานข้อมูลงานวิจัยเอย ฐานข้อมูลสิทธิบัตรเอยเพื่อค้นดูว่า มีใครทำอะไรบ้างที่สามารถเปลี่ยนอากาศพิษให้ปลอดภัยกว่านี้

นอกจากเครื่องฟอกอากาศที่ขาดตลาด… อย่างอื่นที่เป็นรูปธรรมในการเลี่ยงปัญหาฝุ่นละอองและคุณภาพอากาศ… ก็ดูจะเลือนลาง

ผมค้นข้อมูลเพื่อหวังว่าจะเจอเทคโนโลยีแบบวาคานดา ที่สามารถสร้างโดมครอบเมืองทั้งเมืองให้ปลอดภัยจากสิ่งแวดล้อมด้านนอก แล้วดึงอากาศปนเปื้อนฝุ่นละอองและก๊าซพิษไปฟอกจนสะอาด… และปล่อยกลับเข้าระบบนิเวศน์

…แต่นั่นมันการ์ตูนนี่เนอะ!!!

ผมพูดคุยกับนักวิชาการอีกหลายท่าน ทั้งสายวิศวกรรมและสายสุขภาพ… ข้อมูลจากหลายท่านเท่าที่ประมวลได้ คือการทำเมืองให้ปลอดการปล่อยก๊าซพิษ และจัดพื้นที่อยู่อาศัย ให้ปนเปื้อนมลภาวะได้ยาก…

  • จัดการต้นเหตุของมลภาวะทางอากาศในเมืองที่… ส่วนใหญ่มาจากยานพาหนะ… ประเด็นนี้คือการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือจักรยาน เป็นหลัก
  • ค้นหาเทคโนโลยีการปรุงสุกอาหารมาทดแทนการปิ้งย่างหุงต้ม… โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมคุณภาพอากาศ
  • สร้างมาตรฐานอาคารบ้านเรือน ให้สามารถควบคุมมลพิษทางอากาศได้… เช่น บ้านใช้เทคโนโลยีห้องสะอาดเทียบมาตรฐาน GMP (GMP and HACCP Clean rooms and Laboratories Technology)
  • ออกแบบเมืองให้ พื้นที่สาธารณะ เป็น Clean Zone ที่สามารถจัดการพื้นที่และประชากรได้เบ็ดเสร็จ

และอีกมากมายที่หลายคนเริ่มเห็นแล้วว่า มลพิษทางอากศเป็นเรื่องใหญ่มากๆ ซึ่งประเด็นที่แตกพูดคุยแลกเปลี่ยน ล้วนมุ่งไปที่ Smart City ที่หลายความเห็นเชื่อว่า

Smart City เป็นทางออกเร่งด่วนทางเดียวที่สามารถแก้ไขได้เบ็ดเสร็จและเชื่อมั่นได้มากกว่า… 

หลายเสียงเห็นตรงกันว่า ควันและฝุ่นจากท่อไอเสียและไฟป่า ควบคุมได้ยากกว่าการสร้างพื้นที่เฉพาะที่กันมลพิษไว้อีกด้านหนึ่งของผนัง เพื่อให้เราท่านได้ใช้ชิวิตอย่างปกติสุขและปลอดภัยจากมลพิษ… 

ความจริงเราเพียงยกระดับจากอาคารบ้านเรือนที่ติดแอร์อยู่เดิม… ไปเป็นอาคารบ้านเรือนที่ควบคุมคุณภาพอากาศได้ด้วยเสียแต่ตอนนี้… ไม่ช้าไม่นาน โครงสร้างใหญ่ๆ ก็คงปรับตามกันไป…

ตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงมาเคาะประตูบ้านท่านละครับ… 

สำหรับธุรกิจ… วิกฤติมาพร้อมโอกาสเสมอ… ชั่วโมงนี้มีคนจำนวนหนึ่งที่… ไม่ได้อยากซื้อแค่เครื่องฟอกอากาศ แต่กำลังมองหาบ้านที่ปลอด PM 2.5, PM10, Nitrogen dioxide, Sulfur dioxide, Carbon monoxide, หรือแม้แต่ Ozone (O3)

…และอยากได้เมืองสะอาดๆ ไว้หลบไปพักครับ!

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

e-QLands และ บริการจดทะเบียนที่ดินออนไลน์ข้ามสำนักงาน

กรมที่ดินได้เปิดบริการ “จดทะเบียนที่ดินข้ามสำนักงาน” หรือ จดทะเบียนที่ดินออนไลน์ให้ชาวกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดแรก… ซึ่งจะทำให้คนกรุงเทพที่ต้องทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ สามารถใช้บริการ ณ สำนักงานที่ดินที่สะดวก หรือ ใกล้บ้านได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินพื้นที่ก็ได้

Multiple Central Bank Digital Currencies… อนาคตการโอนเงินระหว่างประเทศบนเทคโนโลยี DLT

Bank for International Settlements หรือ BIS หรือ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ ได้ประกาศความสำเร็จในโครงการนำร่อง Multiple Central Bank Digital Currencies หรือ Multi-CBDC ภายใต้การนำของ BIS Innovation Hub โดยมีธุรกรรมเริ่มต้น 164 รายการ มูลค่าเกือบ 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านแพลตฟอร์ม mBridge ที่ถูกริเริ่มโดย HKMA หรือ Hong Kong Monetary Authority และ ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน… ซึ่งต่อมาได้มีพันธมิตรอย่างธนาคารประชาชนจีน หรือ 中国人民银行 กับ ธนาคารกลางแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ Central Bank of the United Arab Emirates แล้ว… ก็ยังมีธนาคารกลางพันธมิตรจากอีก 20 ประเทศเข้าร่วม

Olympus

Olympus DAO

นักวิเคราะห์มากมายยังมีคำถามกับ Olympus DAO ในหลายประเด็น โดยเฉพาะการใช้แนวคิดดั่งเป็นธนาคารกลางแบบกระจายศูนย์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในการกำกับดูแลไม่ต่างจากกรณีของ Libra Coin ที่ Facebook นำการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรทรงอิทธิพลมากมาย แต่ก็ล้มเหลวไปในที่สุด… นอกจากนั้น การวิเคราะห์ Smart Contract ของ Olympus DAO ยังถูกตั้งคำถามเรื่องช่องโหว่บน Smart Contract รวมทั้งโมเดลธุรกิจอิงแนวคิดแชร์ลูกโซ่ หรือ Pyramid Accusations จากโปรแกรม Staking Rewards ซึ่งหวือหวาด้วยการจ่ายผลตอบถึงหลายพันเปอร์เซนต์ก็เกิดขึ้นมาแล้ว…

City Brain

Alibaba City Brain

ครั้งหนึ่งเมืองหังโจว หรือ Hangzhou ซึ่งมีประชากรกว่า 7 ล้านคน เคยถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีการจราจรแออัดที่สุดของจีนลำดับที่ 5 ของ แต่ลำดับดังกล่าวคลี่คลายลงไปอยู่ลำดับที่ 57 ในปี 2019… หลังจากนครหังโจว นำเทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยบริหารการจราจรภายใต้โครงการ City Brain ซึ่งขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ระดับแถวหน้าของโลก จาก Alibaba Cloud