หลายสิ่งที่ต้องรู้ เมื่อคิดทำโรงแรมขนาดเล็ก

ตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเมื่อสิ้นปี 2561 คือ 38,277,300 คน เป็นตัวเลขที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเผยแพร่อย่างเป็นทางการครับ นอกจากธุรกิจการบินที่ได้ประโยชน์ทางตรงไปเนื้อๆ แล้ว อีกธุรกิจนึงที่ได้ประโยชน์ไม่แพ้กันคือธุรกิจโรงแรม ประเด็นการลงทุนในธุรกิจโรงแรมของทุนใหญ่ เครือข่ายกว้างผมขอไม่พูดถึงน๊ะครับ

เพราะยังไงๆ ผมก็ยังไม่ใช่นักลงทุนสายโรงแรมมากประสบการณ์พอที่จะพูดถึงการลงทุนระดับนั้นได้… วันนี้เรา Focus กันที่นักลงทุนที่อยากทำโรงแรมที่พัก ระดับสี่ห้องห้าห้องถึงแค่ยี่สิบสามสิบห้องน๊ะครับ และวันนี้เราจะ Focus กันที่ “กฎกระทรวง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561”

ซึ่งหมายเหตุท้ายกฏกระทรวงฉบับนี้เขียนไว้ว่า

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดเกี่ยวกับการดัดแปลงอาคารหรือการเปลี่ยนการใช้อาคารมาประกอบธุรกิจโรงแรม เพื่อขยายระยะเวลา ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารประเภทอื่นมีระยะเวลาในการดำเนินการเพื่อให้ได้รับใบรับรองการดัดแปลงอาคารหรือใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารมาประกอบธุรกิจโรงแรมได้ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงกำหนด ลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ๒๕๕๙ ใช้บังคับ และแก้ไขเพิ่มเติมการกำหนดเกี่ยวกับลักษณะอาคารที่จะดัดแปลงมาประกอบธุรกิจโรงแรม ตลอดจนควบคุมให้อาคารที่จะดัดแปลง มาประกอบธุรกิจโรงแรมมีลักษณะหรือมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารตามที่กำหนด จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

พูดง่ายๆ ว่า นี้เป็นกฏกระทรวงเพื่อหลายคนที่อยากเปลี่ยนบ้านหรือตึกเก่ามาเป็นโรงแรมเก๋ๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยวกันบ้างนั่นแหละครับ

หลายเคสที่ผมได้พูดคุยแลกเปลี่ยนและให้คำปรึกษาส่วนใหญ่ ขาดความเข้าใจในระเบียบและข้อปฏิบัติพอสมควร จนสุดท้ายกลายเป็นปัญหาหลังการสร้างหรือต่อเติมอาคารแล้วไปยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ทั้งที่ “ใบรับรองการดัดแปลงอาคาร” ก็ดี “ใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารมาประกอบธุรกิจโรงแรม” ก็ดี… เจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกใบอะไรให้ได้เพราะเหตุผลการก่อสร้างดัดแปลงต่อเติมอาคาร ทำไว้โดยไม่ถูกต้อง

เวบไซด์ธนาคารกสิกรไทย ได้สรุปสาระสำคัญที่คุณจิตติพันธ์ ศรีกสิกรณ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เฮอริเทจ สเตย์ จำกัด ได้ให้แง่คิดเอาไว้ดังนี้ครับ

  1. เรื่องที่จอดรถยนต์ จากเดิมกฎหมายกำหนดให้โรงแรมที่มีห้องพักตั้งแต่ 30 ห้องขึ้นไปต้องมีที่จอดรถ ซึ่งเป็นปัญหาของโรงแรมขนาดเล็ก เนื่องจากมีพื้นที่ประกอบการน้อยอยู่แล้ว ยังต้องจัดสรรมาทำที่จอดรถอีก ทำให้ผู้ประกอบการบางรายทำผิดด้วยการไม่ทำที่จอดรถ ดังนั้นกฏหมายใหม่จึงได้มีการอนุโลมในเรื่องนี้ โดยหากมีพื้นที่ Lobby หรือพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ไม่เกิน 300 ตร.ม. หรือโรงแรมตั้งอยู่ในพื้นที่ตามสภาพธรรมชาติที่ไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปได้ ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างที่จอดรถ เช่น โรงแรมที่ต้องนั่งเรือเข้าไป ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างที่จอดรถ

  2. เรื่องผังเมือง เดิมกฏหมายอนุญาตให้สร้างโรงแรมได้เฉพาะพื้นที่เขตพาณิชย์อย่างเช่น สีลม สุขุมวิท หรือย่านใจกลางเมือง ซึ่งที่ดินมีราคาแพงมาก ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กจึงแทบจะหมดสิทธิ์ไปทำธุรกิจในย่านนั้น และไม่อนุญาตให้สร้างหรือออกใบอนุญาตโรงแรมในพื้นที่อื่น ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ อย่างถนนข้าวสารหรือบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ จึงมีการแก้ไขกฎหมายกฏหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่อื่นมากขึ้น โดยผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบผังเมืองใหม่ที่มีการอนุญาตให้ทำธุรกิจโรงแรมได้ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือ www.dpt.go.th นอกจากนี้อยากให้ผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อตึกเก่ามาปรับปรุงใหม่ต้องตรวจสอบทุกครั้งว่า ตึกที่สนใจจะซื้อนั้นเคยมีการฟ้องร้องเป็นคดีความหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอในท้องที่นั้นๆ ด้วยครับ

  3. เรื่องกฎหมายควบคุมอาคารในเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะอาคารเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมาก่อนแต่ไม่ได้ขอเป็นโรงแรม ตามกฎหมายใหม่ ได้มีการกำหนดเรื่องความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการเอง และของผู้เข้าพักในโรงแรม เช่น ทางหนีไฟภายในอาคารกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 0.80 ม. ผนังหรือประตูหนีไฟต้องทำจากวัสดุทนไฟได้เกิน 30 นาที มีถังดับเพลิงสำหรับพื้นที่ทุก 1,000 ตร.ม. ต้องทำประกันภัยบุคคลที่ 3 ถ้าเป็นโรงแรมที่มีห้องพักในชั้นเดียวกันไม่เกิน 20 ห้องจะต้องมีทางเดินกว้างไม่น้อยกว่า 1.20 ม. บันไดต้องกว้างไม่ต่ำกว่า 0.90 ม. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งที่มากที่สุดของอาคาร

นี่เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กทั้งหน้าใหม่และเก่า ที่อาจจะยังทำไม่ถูกกฎหมายให้เร่งแก้ไขปรับเปลี่ยนให้ถูกต้อง ภายในปี พ.ศ.2564 เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายผ่อนปรนก่อนกฎหมายจริงจะบังคับใช้ แต่สำหรับอาคารที่มีการดัดแปลง การเพิ่มหรือลดพื้นที่อาคารเกิน 10% หรือมีการเพิ่มน้ำหนักอาคารเกิน 10% จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องแล้วเสร็จครับ

พรุ่งนี้มาว่าต่อเรื่อง แนวทางการเตรียมตัวเป็นเจ้าของกิจการโรงแรมเล็กซักแห่งต่อกันครับ

…โปรดติดตาม

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต โรงแรมซัมแวร์ “SOMEWHERE KOH SICHANG”

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line ท่านจะได้ Link บทความใหม่ทุกเช้า

Related Post

ประตูเชียงของ…

ยังคงวนเวียนอยู่ในเวียงเชียงรายต่ออีกวันน๊ะครับ… ไหนๆ ข้อมูลก็วิ่งอ้อมเมืองเชียงรายแล้ว ก็น่าจะมาดูสะพานมิตรภาพไทย-ลาวทางเหนือกันบ้าง

Internet of things

Internet of Things ในประเทศไทย…

ระหว่างวันที่ 2-3 ธันวาคมที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยศรีปทุมร่วมกับสมาคมไทยไอโอที ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสัมมนาครั้งสำคัญของวงการ IoT ประเทศไทยขึ้น… ชื่องาน Thai IoT International Conference หรืองานประชุมวิชาการนานาชาติไทยไอโอที ครั้งที่ 1 ที่อาคาร 11 มหาวิทยาลัยศรีปทุม

Disposable Food Tray

Disposable Trays and Food Trays… แนวโน้มภาชนะใส่อาหารทานแล้งทิ้ง

แนวโน้มการเสิร์ฟอาหารด้วยถาดแบบใช้ครั้งเดียว ทั้งกินในที่และหิ้วไปกินอีกที่ กำลังได้รับความนิยมเนื่องจากง่ายในการจัดการงานหลังบริการมาก โดยเฉพาะการล้างทำความสะอาดและการจัดเก็บ ที่มีต้นทุนแฝงและความเสี่ยงด้านสุขอนามัยหลายรูปแบบให้กังวล…

Virginia Woolf

Without Self Awareness We Are As Babies In The Cradles ~ Virginia Woolf

เมื่อ Virginia Woolf พบกับ Vita Sackville-West จากกลุ่มวรรณกรรมบลูมเบอร์รี่ ทั้งคู่ก็สนิทสนมและเขียนจดหมายรักถึงกันมากมาย ซึ่งเป็นสัมพันธ์รักแบบหญิงรักหญิง ที่ต่างก็ต้องเป็น “แม่บ้านแม่เรือน” ให้ผู้ชายที่พวกเธอก็ยังรักและไว้ใจ… ว่ากันว่า แรงใจจาก Vita Sackville-West ผลักดันงานเขียนของ Virginia Woolf มากมายให้สะท้อนสถานภาพและจินตนาการของผู้หญิง พรั่งพรูออกมาจากกระแสสำนึกของตัวละครเอกในนวนิยายที่ Virginia Woolf รังสรรค์ขึ้น