Smart City… BOI และมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

Thailand Smart City

ช่วงนี้ผมมีโอกาสได้ค้นคว้าข้อมูลเมืองอัจฉริยะแทบทุกมิติ ซึ่งข้อมูลหลายอย่างที่ผมพบ ในวันที่แนวคิดการพัฒนาชุมชนและเมืองเปลี่ยนแปลงรายสัปดาห์ จนต้อง Update กันถี่ยิบในหลายประเด็น โดยเฉพาะเทคโนโลยี IoT และการออกแบบประสบการณ์ของประชาชนในเมืองอัจฉริยะ

ประเด็นก็คือ… เมืองอัจริยะ หรือ Smart City เป็นเรื่องการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ที่ทุกภาคส่วนในบ้านเรา กำลังสนใจและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการขับเคลื่อนเชิงนโยบายก็มีความเคลื่อนไหวจนหลายเทศบาลจังหวัด โดดเข้าร่วมจนมีการแถลงข่าวเพื่อประกาศวิสัยทัศน์กันไม่น้อย โดยเฉพาะดาวเด่นอย่างชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทราที่เป็นหัวเมืองหลักใน EEC และเชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น ที่มีหัวเรือใหญ่อย่าง DEPA ไปตั้งสำนักงานสาขาอยู่ และรับนโยบายโดยตรงจากรัฐบาลให้ดำเนินการ

อันนั้นเป็นเรื่องของภาครัฐที่ผมจะขอข้ามไปไม่พูดถึงและวิจารณ์อะไรตอนนี้… พอดีผมได้สำเนาราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 136 ตอนพิเศษ 7 ง ลงวันที่ 9 มกราคม 2562 เป็นประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ ส. 7/2561 เรื่อง การให้การส่งเสริมกิจการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ มาอ่านเมื่อหลายวันก่อน และคิดถึงมิติของการลงทุน Smart City ของฝั่งเอกชน โดยเฉพาะเอกชนฝั่ง Developers ที่สนใจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยเทคโนโลยียุคถัดไป ที่สามารถเอาใจคนขี้เกียจและคนธุระยุ่ง ให้เหลือเวลาและสมองไปคิดอย่างอื่น มากกว่าจะมาเสียเวลากับกิจวัตประจำวันที่หลายอย่าง Automated ได้

สาระของ ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเรื่อง การให้การส่งเสริมกิจการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แบ่งประเภทกิจการออกเป็น 3 ประเภทกิจการที่เข้าข่ายได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามประกาศฉบับนี้ ได้แก่

1. กิจการนิคม หรือ เขตอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

2. กิจการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะ

3. กิจการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะ

หลักเกณฑ์ของกิจการนิคม หรือ เขตอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ได้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนแบบ A2 ประกอบด้วย

1. ต้องมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน

2. ต้องจัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ Smart Mobility, Smart People, Smart Living, Smart Economy, Smart Governance, Smart Energy และ Smart Environment ภายในพื้นที่

3. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะก่อนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน

4. ไม่ให้การส่งเสริมในกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ

5. ต้องมีที่ดินไม่น้อยกว่า 500 ไร่

6. ที่ดินที่เป็นที่ตั้งโรงงานต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และไม่เกินร้อยละ 75 ของพื้นที่ทั้งหมด ยกเว้นกรณีมีที่ดินทั้งหมดเกิน 1,000 ไร่ ให้กำหนดตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ

7. เงื่อนไขอื่น ดังนี้ 

    7.1 มาตรฐานของถนนหลัก

          7.1.1 กรณีที่ดินเกินกว่า 1,00 ไร่ขึ้นไป ต้องมีถนน 4 ช่องทาง เขตทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 14 เมตร มีเกาะกลางถนนและทางเท้าไม่น้อยกว่า 2 เมตรต่อข้าง นอกจากนี้ต้องมีผิวทางหรือไหล่ทางกว้างเพียงพอที่จะให้รถยนต์จอดฉุกเฉิน

          7.1.2 กรณีที่ดินเกินกว่า 500-1,000 ไร่ ต้องมีถนน 2 ช่องทาง เขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร ผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๗ เมตร มีทางเท้าไม่น้อยกว่า 2 เมตรต่อข้าง นอกจากนี้ต้องมีผิวทาง หรือไหล่ทางกว้างเพียงพอที่จะให้รถยนต์จอดฉุกเฉิน

7.2 มาตรฐานของถนนสายรองต้องมีผิวจราจรไม่น้อยกว่า 8.50 เมตร ไหล่ถนนไม่น้อยกว่า ๒ เมตรต่อข้าง

7.3 ระบบบำบัดน้ำเสียต้องเหมาะสมตามลักษณะสมบัติของน้ำเสียและการบำบัดน้ำเสียต้องเป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้งตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีบ่อเก็บน้ำทิ้งหลังการบำบัดด้วย

7.4 ระบบระบายน้ำเสียต้องแยกออกจากระบบระบายน้ำฝนโดยเด็ดขาด 

7.5 ต้องจัดให้มีที่รวบรวม จัดเก็บ และกำจัดขยะที่เหมาะสมตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ

7.6 โรงงานที่เข้าใช้พื้นที่ต้องเป็นโรงงานที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมต้องห้า,ตามที่กำหนดไว้ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

7.7 ต้องมีบริการสาธารณูปโภค โดยมีไฟฟ้า น้ำประปาและน้ำใช้ โทรศัพท์ และการไปรษณีย์แก่โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าไปอยู่ในเขตอุตสาหกรรมใช้ได้เพียงพอ

7.8 ต้องจัดปรับปรุงที่ดินประมาณร้อยละ 25 ของที่ดินทั้งหมดหรือตามจำนวนที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ ให้มีความพร้อมในด้านบริการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ออกบัตรส่งเสริม

หลักเกณฑ์ของกิจการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะ ได้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนแบบ A2,A3 ประกอบด้วย

1. ต้องมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน

2. ต้องจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่พร้อมรองรับระบบอัจฉริยะด้านต่าง ๆ เช่น Fiber Optic, Public Wifi เป็นต้น

3. ต้องจัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะ Smart Environment และจัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะด้านอื่น ๆ อย่างน้อยอีก 1 ด้าน จาก 6 ด้านดังนี้ Smart Mobility, Smart People, Smart Living, Smart Economy, Smart Governance และ Smart Energy

4. ต้องจัดให้มีระบบจัดเก็บและบริหารข้อมูล โดยมีการเชื่อมโยงหรือการให้ใช้งานข้อมูลในการบริหารจัดการและให้บริการในพื้นที่เมืองอัจฉริยะ (Open Data Platform)

5. ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะก่อนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน

6. ต้องกำหนดและดำเนินการตามเป้าหมายด้านต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่

7. ต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ และต้องเสนอแผนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

8.รายได้ที่อยู่ในข่ายได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องเป็นรายได้ค่าบริการในพื้นที่ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้ ระบบอัจฉริยะตามที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ

9. ให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ ดังนี้ 

     9.1 กรณีโครงการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่จัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะครบทั้ง 7 ด้าน ได้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนแบบ A2

     9.2 กรณีโครงการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่จัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะไม่ครบทั้ง 7 ด้าน ได้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนแบบ A3

10. หากตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC ให้ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติ เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

หลักเกณฑ์ของกิจการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะ ได้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนแบบ A2,A3ประกอบด้วย

1. ต้องมีการพัฒนา ติดตั้ง และให้บริการระบบเมืองอัจฉริยะที่เหมาะสมในด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้านตามที่คณะกรรมการกำหนด เช่น Smart Mobility, Smart People, Smart Living, Smart Economy, Smart Governance, Smart Energy และ Smart Environment เป็นต้น

2. ต้องเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเท่านั้น

3. ให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ ดังนี้ 

     3.1 กรณีโครงการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่จัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะครบทั้ง 7 ด้าน ได้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนแบบ A2

     3.2 กรณีโครงการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่จัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะไม่ครบทั้ง 7 ด้าน ได้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนแบบ A3

4. หากตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC ให้ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติ เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

โดยหลักการตามระเบียบก็มีให้ยึดเท่านี้… ซึ่งคณะทำงานเรื่อง Smart City บางคณะที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสพูดคุย จะเริ่มวางแผนเตรียมตัวกันนานพอดู โดยมีผู้นำการวางแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ นำแบบฟอร์มของสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทยหนา 47-48 หน้ามากรอกประเมินเพื่อเป็นแม่แบบในการศึกษาวางแผนเริ่มต้นครับ… ท่านที่สนใจแนวทางนี้ ดาวน์โหลดเอกสารที่นี่เลยครับ หรือจะประสานงานไปที่…

สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย
80 ถนนลาดพร้าว ซอย4 แขวงจอมพล 
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 
info@smartcitythailand.or.th
โทร: 020-262-333 ต่อ 5101-5111

ครับผม!

อ้างอิง

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/007/T_0021.PDF
https://smartcitythailand.or.th/face/images/card/1555477950.pdf

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

SEC ก.ล.ต.

Strengthening Resilient Future… แผนยุทธศาสตร์ 2564–2566 จาก กลต

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้เปิดเวทีแถลงแผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. ปี 2564–2566 ภายใต้แนวคิด “Strengthening Resilient Future” โดยท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “บทบาทตลาดทุนกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศปี 2564” ด้วย…

ตลาดนัด

ตลาดนัด… ทำง่าย โตไม่ง่าย

ตลาดไม่ได้เริ่มต้นที่เจ้าของที่ดิน หรือ Landlord แต่ตลาดมักจะเริ่มต้นจากพ่อค้าแม่ค้า และ ลูกค้าของพวกเขา… Landlord จะได้ประโยชน์อย่างแท้จริงเมื่อตลาดกลายเป็นชุมชน…

Ethereum 2.0

ETH 2.0 และ Proof-of-Steke… ในมิติของการลงทุน

การลงทุนด้วยการก่อตั้งหรือเข้าร่วม PoS Pool หรือ Proof of Stake Pool หรือการรวมกลุ่มหรือลงทุนเป็นแม่ข่ายทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบ หรือ Validator Pool ให้ธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum 2.0 ขึ้นไป ก็เหมือนการลงทุนก่อตั้ง Pool เพื่อขุดบิทคอยน์ ที่เกิดขึ้นเงียบๆ ในช่วงที่บิทคอยน์เกิดขึ้นใหม่ๆ ระหว่างปี 2009–2013 จนกลายเป็นธุรกิจใหญ่โตและสร้างเศรษฐีใหม่ในหลายประเทศ