Properea


Urbanization หรือความเป็นเมือง ได้แทรกเข้ามาในชีวิตประจำวันของพวกเราแบบกลืนวิถีชีวิตแบบเดิม ไปสู่วิถีชีวิตของคนเมืองใหญ่และมหานครตลอดเวลา… ถ้าคุณย้อนชีวิตตัวเองกลับไป 10 ปี นึกออกมั๊ยครับว่า คุณซื้อแปรงสีฟันจากที่ไหนใช้เมื่อสิบปีที่แล้ว แล้วปัจจุบันคุณซื้อที่ไหน

…นั่นเพียงเรื่องเดียวที่ผมเชื่อว่า “ความเป็นเมือง หรือ Urbanization” เปลี่ยนคุณไปหนึ่งเรื่องละครับ!

จากนี้ไป Urbanization จะพาวิถีชีวิตคนเมืองสู่ Smart City ด้วยอัตราเร่งที่เร็วกว่าการปฏิรูปทางเกวียนสู่ถนนลูกรังและเปลี่ยนเป็นถนนลาดยางอย่างเทียบกันไม่ได้

หลายวันก่อนผมได้พูดคุยกับนักวิชาการท่านหนึ่ง(ท่านไม่ยินดีจะให้เอ่ยนามครับ) ที่กำลังคลุกคลีอยู่กับข้อมูลระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC อันลือลั่น ประเด็นที่ผมขอความรู้ท่านในวันนั้นคือเรื่อง โครงการก่อสร้างเมืองใหม่ในเขต EEC คือ เมืองใหม่พัทยา เมืองใหม่อู่ตะเภา เมืองใหม่ระยอง และเมืองใหม่ฉะเชิงเทรา ซึ่งผมอยากได้ข้อมูลมาใช้เป็นแนวทางการทำโมเดลข้อมูลวิเคราะห์แนวโน้มต่างๆ ในพื้นที่ EEC ครับ

แบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ลิน ลินช์ (Bank of America Merrill Lynch ) แบ่งเมืองอัจฉริยะไว้ 6 ด้านคือ

  1. ด้านสาธารณูปโภค Smart Infrastructure
  2. ด้านสถาปัตยกรรมก่อสร้าง Smart Buildings
  3. ด้านคุณภาพการพักอาศัย Smart Homes
  4. ด้านความปลอดภัย Smart Safety & Security
  5. ด้านประหยัดและใช้พลังงาน Smart Energy
  6. ด้านการเดินทาง เชื่อมโยงระหว่างกัน Smart Mobility

Smart City ไม่ใช่แค่ทันสมัยเฉพาะเทคโนโลยี หากยังรวมเอาความก้าวหน้าทั้งมวลบูรณาการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในเมืองสะดวกสบายปลอดภัยพร้อมๆ กับทำเงิน… รายงานของแบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ลิน ลินช์ (Bank of America Merrill Lynch ) ประเมินว่า ตลาดที่เกี่ยวข้องกับเมืองอัจฉริยะจะเติบโตขึ้นสูงถึง 1.3-1.6 ล้านล้าน (Trillion) ดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2020 กระแสนี้มาแรงมากขนาดที่มีการจัดเอ็กซ์โปใหญ่ๆ นำเสนอสินค้าและแนวคิดของเมืองอัจฉริยะ เช่นงาน Smart City World Expo Congress จัดโดย คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้รับความสนใจสูงมากมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกมาแล้ว

กลับมาที่ EEC Smart Cities ทั้ง เมืองใหม่พัทยา เมืองใหม่อู่ตะเภา เมืองใหม่ระยอง และเมืองใหม่ฉะเชิงเทรา… ผมจะชี้ประเด็นในมิติอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักน๊ะครับ!

…Urbanization ที่ถูกออกแบบและขับเคลื่อนแบบ Smart City จะดึงดูดผู้คนเพิ่มขึ้น ในขณะที่การเติบโตของเมืองแบบเดิม เมื่อผู้คนเพิ่มขึ้นจะมีปัญหาเพิ่มขึ้นด้วยทุกๆ มิติ เช่น คนเพิ่มขึ้นเท่ากับขยะเพิ่มขึ้นและจัดการยากขึ้น แต่ Smart City เมื่อคนเพิ่มขึ้นขยะเพิ่มขึ้น ขยะทั้งหมดจะมากหรือน้อยก็สามารถจัดการได้อย่างสมบูรณ์แบบจนไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เป็นต้น

ทีนี้ก็มาถึงประเด็นการลงทุน… พื้นที่ EEC ดึงดูดนักลงทุนทุกมิติอยู่แล้วด้วยนโยบายและแรงส่งจากทุกภาคส่วน เมื่อบวก Smart City เข้าไปอีก! ผมก็บอกทุกท่านได้แต่ว่า… โอกาสแบบนี้ คงไม่เกิดซ้ำแถวๆ พัทยา อู่ตะเภา ระยองและแปดริ้วแล้วหล่ะครับ

ไม่อยากตกรถไฟเที่ยวนี้ ก็ต้องยอมซื้อตั๋วราคาเต็มแล้วหล่ะครับ… เพราะยังไงๆ ตั๋วเที่ยวหน้า ราคาสูงกว่าเที่ยวนี้แน่ๆ ครับ!