SLO-MO แนวโน้มพฤติกรรมการท่องเที่ยว 2020

SLO-MO 2020

เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเดินทางท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดของไทยและผู้คนส่วนใหญ่ทั้งโลก… ยิ่งปีนี้เป็นปีที่ค่าเงินบาทของไทยแข็งโป๊กไม่ว่าจะเทียบกับเงินสกุลไหน ทำให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกันคึกคัก… ในขณะที่คนส่วนใหญ่ก็ยังเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผสมกับการเดินทางเยี่ยมเยียน ที่นักเดินทางส่วนหนึ่งเลือกแวะระหว่างทาง เพื่อสัมผัสประสบการณ์ของแถม หรือไม่ก็เลี่ยงการจราจรหนาแน่นในบางช่วงบางตอนและจังหว่ะเวลา… ซึ่งพฤติกรรมการเดินทางแบบนี้เข้าข่ายแนวโน้มการเดินทางใหม่ที่ชื่อว่า Slo-Mo หรือ Slow-Mo Travel หรือ Slow Of Missing Out Travel

TravelPredictions2020 ในความดูแลของ Booking.com ได้เผยแพร่ข้อมูลแนวโน้มหรือเทรนด์การท่องเที่ยวในปี 2020 ที่กำลังจะมาถึง… ซึ่งข้อมูลหลายส่วนมาจาก Big Data ของแพลตฟอร์มให้บริการจองโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกเจ้านี้

TravelPredictions2020.com สรุปแนวโน้มน่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไว้ราวๆ 8 ประเด็นพร้อม 10 จุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมทั่วโลก… ท่านที่สนใจผมวางลิงด์เอาไว้ใต้อ้างอิงครับ

สำหรับมุมมองจากผม… ผมสนใจประเด็น Slo-Mo ที่จะมาแทน FOMO ที่เคยเป็นพฤติกรรมท่องเที่ยวแบบ “กลัวพลาดหรือกลัวไม่ได้เชคอิน” ที่โซเชี่ยลมีเดีย เข้ามามีอิทธิพลให้ผู้คนได้อวดประสบการณ์แปลกใหม่ในที่แปลกตาจนเกิดคำว่า FOMO หรือ Fear Of Missing Out และกลายเป็นกระแสล่าแต้มที่กินที่เที่ยวอวดกันสนุกสนานมาหลายปี

แต่ที่ TravelPredictions2020 พบแนวโน้มใหม่ว่า… ผู้คนชอบเดินทางลำพังมากขึ้น และดื่มด่ำกับจุดหมายปลายทางมากขึ้น ไม่สนใจกระแส FOMO ที่หลายครั้งเป็นการเที่ยวแบบ “ทัวส์ไฟไหม้” ที่พยายามไล่ล่าจุดหมายปลายทางที่ขอแค่ให้ไปถึงหรือได้สัมผัสพออวดได้… ก็ผ่านไป

แต่แนวโน้ม Slo-Mo ระบุว่า… นักเดินทาง 48% วางแผนเดินทางไม่เร่งรีบเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง หากลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม… ในขณะที่ 61% มองหาเส้นทางที่ยาวกว่า หรือยินดีไปทางอ้อมเพื่อสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่มากขึ้น และ 62% สนใจประสบการณ์เกี่ยวกับการคมนาคมระหว่างเดินทาง ที่หมายถึงสนใจประสบการณ์หลากหลายทั้งขึ้นรถ ลงเรือ ไปรถไฟ นั่งเครื่องบิน หรือไม่ก็โบกรถกันเลยหล่ะ… ซึ่ง 64% สนใจเดินทางด้วยรถไฟที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวรวมทั้งประสบการณ์พิเศษอย่าง Flying Scotsman หรือ Orient Express… และ 56% ไม่รังเกียจที่จะถึงจุดหมายปลายทางช้า หากเป็นการเดินทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

credit: https://news.booking.com

ข้อมูลประมาณนี้ครับ… ซึ่งในมุมมองของผมเห็นว่า เบื้องลึกของพฤติกรรมและแนวโน้ม Slo-Mo คือโอกาสบนเส้นทางคมนาคมที่ผู้คน “ยินดีแวะและใช้เวลา” กับจุดหมายรองระหว่างทางโดยไม่รีบเร่งเพื่อไปให้ถึงที่หมาย…

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร… แนวโน้มที่ผู้คนจะเดินทางมากขึ้น… มีมากขึ้นมาก!… ที่พัก อาหาร นิทานหรือเรื่องเล่า… คือเครื่องมือเก็บเกี่ยวประโยชน์จากพลวัตรการเดินทาง ที่ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน ขอให้ท่านมี 3 สิ่งทั้งที่พักดีๆ  อาหารโดเด่น และนิทานชวนสัมผัส

SLO-MO Trends จะสร้างโอกาสให้ท่านได้แน่นอน… ขอให้ทุกท่านท่องเที่ยวให้สนุกตลอดเทศกาลแห่งความสุขนี้ครับ…

อ้างอิง

https://news.booking.com

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

ลดค่าโอน-จำนอง… โค้งสุดท้าย

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา นอกจากชิบช้อปใช้เฟสสองจะได้ลายเซ็นต์ครบทั้งคณะแล้ว… มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เรื่องสำคัญอีกวาระก็ได้รับการอนุมัติด้วยนั่นก็คือ ลดค่าโอนและค่าจำนองเหลือ 0.01%

สถิติบ้านมือสองทั่วประเทศ…  ไตรมาส 4 ปี 2021

ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ในไตรมาส 4 ปี พ.ศ. 2564 โดยภาพรวมด้านอุปทานพร้อมขายนั้น… ในตลาดมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ทั้งในด้านจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยประเภทที่มีการประกาศขายมากที่สุดทั้งในด้านจำนวนหน่วยและมูลค่าได้แก่ “บ้านเดี่ยว” ในระดับราคา 5.00 – 7.50 ล้านบาท เป็นระดับราคาที่มีทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าเฉลี่ยต่อเดือนเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 มากที่สุด… โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มีการประกาศขายที่อยู่อาศัยมือสองมากที่สุดในด้านมูลค่าด้วยสัดส่วน 62% และ มีสัดส่วนด้านจำนวนหน่วยประกาศขายเฉลี่ยต่อเดือน 41%

Cannabis Food

กัญชาหาร… เทรนด์อาหารใส่กัญชา

ปัจจุบันนี้ มีร้านอาหารหลายแห่งเริ่มโปรโมทเมนูจากกัญชาและเปิดให้นักชิมได้มาลิ้มรส… ที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็นเมนูจาก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กับเมนูชุด มาชิมกัญ… ซึ่งข่าวว่าคึกคักและได้รับความสนใจไม่ธรรมดา

mixing truck

แนวโน้มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ปี พ.ศ. 2563-2565

วิจัยกรุงศรีคาดว่า… ปี พ.ศ. 2563 รายได้ของธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มหดตัวจากปี พ.ศ. 2562 ตามภาวะซบเซาของภาคก่อสร้างจากผลกระทบของวิกฤต COVID-19 โดยการก่อสร้างภาครัฐคาดว่าจะเติบโตชะลอลง 1.0-2.0% จาก 3.1% ในปี พ.ศ. 2562… ผลจากแผนลงทุนภาครัฐหลายโครงการมีความล่าช้า ขณะที่การก่อสร้างภาคเอกชนจะหดตัว 2.5-3.5% เทียบกับปี พ.ศ. 2562 ที่เติบโต 2.1%