ภาคส่งออกขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์… เราตายน้ำตื้นขนาดนี้ได้อย่างไร?

shipping container

ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2020 ที่ผ่านมา… ภาคส่งออกของประเทศไทยเจอวิกฤตสาหัสกว่าโควิดเป็นไหนๆ ตลอดครึ่งปีหลัง จนกระทั่งขึ้นปีใหม่ แทบจะทุกอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ตู้สินค้าและการขส่งทางเรือ หาตู้บรรจุสินค้าไม่ได้ และกระทบการค้าขายและเป้าหมายส่งออกอย่างสาหัส

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ หรือ สรท. มีตัวเลขเก็บไว้อ้างอิงระบุว่า… ประเทศไทยมีตู้ส่งออกประมาณ ปีละ 5 ล้าน TEUs ในขณะที่มีตู้นำเข้าประมาณ 3.5 ล้าน TEUs บริษัทเรือจึงต้องมีการนำเข้าตู้เปล่าปีละประมาณ 1.5 ล้าน TEUs ต่อปี… และปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้าที่เกิดขึ่นระหว่างมิถุนายน-สิงหาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา มีปริมาณตู้นำเข้าลดลง 20% โดยตู้สินค้าไปตกค้างที่สหรัฐอเมริกาและยุโรปมากกว่า 1 ล้านตู้ เนื่องจากปัญหาโควิด19 เพราะขาดแคลนบุคลากรในภาคขนส่งจากผลกระทบของวิกฤตโควิดทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรป

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563… คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเรือคลองเตย กรุงเทพมหานครและหารือร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนตู้สินค้าและอัตราค่าระวางเรือที่สูงขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกที่กำลังได้รับผลกระทบ

ภายหลังการประชุมหารือร่วม 15 หน่วยงานพร้อมภาคเอกชนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  กล่าวว่า วันนี้เป็นการลงพื้นที่เพื่อมาดูสถานการณ์การส่งออกผ่านท่าเรือกรุงเทพโดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาสำคัญ 3 ประเด็น คือ 

  1. ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้สำหรับบรรจุสินค้าส่งออกไปยังต่างประเทศขาดแคลน
  2. เรื่องค่าบริการในประเทศ จากกระบวนการนำเข้าและส่งออก
  3. การจองพื้นที่เพื่อบรรจุตู้สำหรับส่งออกและปัญหาการจองตู้ โดยประเทศไทยมีความต้องการตู้สำหรับการส่งออกประมาณ 5,000,000 ตู้ต่อปี และนำเข้า 3,500,000 ตู้ต่อปี จึงยังขาดอยู่ 1,500,000 ตู้

โดยที่ประชุมได้สรุปการแก้ไขการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ได้ 6 มาตรการ ดังนี้

  1. กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับการท่าเรือและภาคเอกชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาลู่ทางในการเร่งนำตู้เปล่าเข้ามาให้พอกับการใช้บรรจุสินค้าส่งออก
  2. นำตู้เก่ามาซ่อมแซมในประเทศเพื่อใช้บรรจุสินค้าเพื่อการส่งออก โดยให้ความช่วยเหลือให้นำเข้าตู้เปล่าและตู้เก่าให้สะดวกรวดเร็ว
  3. หาทางเพิ่มช่องทางการส่งออกโดยไม่ใช้ตู้ เช่น ใช้เรือสินค้าทั่วไป เป็นต้น
  4. สนับสนุนช่วยเหลือ SME ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายย่อย ให้รวมตัวกันจองตู้ล่วงหน้าผ่านสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 
  5. เร่งดำเนินการหาลู่ทางให้เรือที่มีขนาด 400 เมตรสามารถเข้าท่าที่แหลมฉบังได้ แทนที่จะอนุญาตเฉพาะเรือ 300 เมตร อย่างในปัจจุบัน เพื่อให้การส่งออกการนำเข้าสามารถบรรทุกสินค้าได้มากขึ้น
  6. หามาตรการในการลดต้นทุนการนำเข้าตู้

ส่วนในเรื่องของค่าบริการในประเทศ หรือ Local Charge ได้ตกลงร่วมกันว่าจะร่วมมือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนในการหาทางลดค่าบริการในประเทศ ปัจจุบันเฉลี่ยตู้ขนาด 20 ฟุต ประมาณ 1,800 บาทต่อตู้ สำหรับภาครัฐการท่าเรือจะไปหาลู่ทางปรับลดเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก และการนำเข้าตู้เปล่าหรือตู้เก่าเข้ามา ช่วยรับภาระได้ 6 เดือนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 การคิดค่าบริการที่สร้างภาระเกินสมควร กรมการค้าภายในจะใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเข้ามากำกับดูแล ส่วนปัญหาการจองพื้นที่ตู้หรือการจองตู้ที่บางครั้งถูกเลื่อนหรือถูกยกเลิก ซึ่งเป็นปัญหากับผู้ส่งออกนั้น ได้ขอให้สำนักงานแข่งขันทางการค้าของกระทรวงพาณิชย์เข้ามารับภาระในการรับเรื่องร้องเรียนจากภาคเอกชนที่ประสบปัญหาโดยสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าแจ้งว่าถ้ามีหลักฐานพร้อมและมายืนร้องก็จะดำเนินการพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน

ประเด็นก็คือ… ตู้ขนสินค้าขาดแคลนทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยประเทศเดียว ซึ่งประเทศไทย ขาดแคลนเพราะ 

  1. ตู้คอนเทนเนอร์ไปค้างอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯกับสหภาพยุโรปและส่งออกไม่ได้เพราะติดโควิด 
  2. จีนกับเวียดนามสามารถที่จะดึงตู้เปล่าอยู่ในประเทศได้เยอะมาก ทำให้ยิ่งขาดแคลน และโดยปริมาณตัวเลขการส่งออกนำเข้าของเรา นำเข้าแค่ 3,500,000 ตู้ต่อปีแต่ส่งออกถึง 5,000,000 ตู้ต่อปี ทำให้ขาดแคลนตู้ปีละ 1,500,000 ตู้”

เอาเป็นว่า… ค่อยๆ คุยกันครับ เท่าที่ผมเชคข้อมูลก็มีล่าช้าบ้าง แต่ก็จัดสรรแบ่งปันกันได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว ขาดเหลือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า… ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP กระทรวงพาณิชย์ หรือสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169 ได้เลยครับ

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line ท่านจะได้ Link บทความใหม่ทุกเช้า

Related Post

Housing Predictions

ตลาดที่อยู่อาศัย… ความท้าทายของการฟื้นตัวหลัง COVID19

การระบาดของ COVID19 ซ้ำเติมให้ตลาดที่อยู่อาศัยที่อ่อนแออยู่แล้วจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและผลของมาตรการ LTV ที่เริ่มในปี 2019 หดตัวลงต่อเนื่องในปี 2020 โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 ยอดขายที่อยู่อาศัยหดตัว -45%YOY หรือ Year On Year หรือ เทียบกับช่วงครึ่งแรกของปีก่อน… จากกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงมาก รวมถึงการปรับลดลงของยอดขายจากตลาดต่างชาติ ขณะที่ในด้านอุปทาน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการเปิดโครงการใหม่ๆ ออกไป โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม และหันมาเน้นโครงการแนวราบเพื่อเจาะกลุ่ม Real Demand มากขึ้น

City Brain

Alibaba City Brain

ครั้งหนึ่งเมืองหังโจว หรือ Hangzhou ซึ่งมีประชากรกว่า 7 ล้านคน เคยถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีการจราจรแออัดที่สุดของจีนลำดับที่ 5 ของ แต่ลำดับดังกล่าวคลี่คลายลงไปอยู่ลำดับที่ 57 ในปี 2019… หลังจากนครหังโจว นำเทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยบริหารการจราจรภายใต้โครงการ City Brain ซึ่งขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ระดับแถวหน้าของโลก จาก Alibaba Cloud

Warren Buffett

The More You Learn, The More You’ll Earn. ~ Warren Buffett

หนังสือชื่อ The Intelligent Investor: The Definitive Book on Value Investing 1949 โดย Benjamin Graham และหนังสือ Security Analysis โดย Benjamin Graham และ David Dodd คือปฐมบทของตำนาน Warren Buffett ที่ตามหาอาจารย์อย่าง Benjamin Graham และ David Dodd เพื่อให้ได้เรียนกับคนเขียนหนังสือที่ Warren Buffett บอกเสมอว่า… The best book about investing ever written. หรือ เป็นหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนที่ดีที่สุดตลอดกาล

Sale & Leaseback

กลยุทธ์การขายแล้วเช่าคืนอสังหาริมทรัพย์…

MINT ขายโรงแรมทั้งสามแห่งมูลค่า 313 ล้านยูโร หรือประมาณ 10.9 พันล้านบาท โดยหลังจากจำหน่ายไปแล้ว NH Hotel Group ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ MINT จะเข้าบริหารโรงแรมทั้ง 3 ภายใต้สัญญาเช่า 20 ปี และยังสามารถขยายสัญญาเช่าไปได้เรื่อยๆ สูงสุดถึง 60 ปี