Sharing Economy และการปล่อยเช่ารายวัน

เมื่อ Sharing Economy กลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ ที่ไล่ Disruption ธุรกิจเดิมๆ ที่ทำมาหากินบนโครงสร้าง Classical Economy ทำให้เราเห็นความขัดแย้งระหว่างแท๊กซี่กับ Uber หรือ Grab และในวงการอสังหาริมทรัพย์ เราเห็นการปล่อยเช่ารายวันในกิจการที่ไม่มีใบอนุญาตโรงแรม กลายเป็นข้อถกเถียง ขัดแย้งจนนำไปสู่การฟ้องร้องและพิพากษามาแล้ว

กรณีคดีแดงเลขที่ 59/2561 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พรบ.โรงแรม พ.ศ.2557 มาตรา 4, 15 และ 59 โดยการรับสารภาพ จึงปรับ “ลดกึ่งหนึ่ง” ที่ 5,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 500 บาท รวม 20 วัน และ…

คดีแดงเลขที่ 106/2561 พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง รับสารภาพ อำเภอจึงปรับ “ลดกึ่งหนึ่ง” ที่ 5,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 100 บาท เป็นเวลา 80 วัน

ซึ่งทั้งสองกรณีเกิดขึ้นที่ ศาลจังหวัดหัวหิน โดยเจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียม “วันเวลา เขาเต่า” นำไปปล่อยเช่ารายวัน และรายสัปดาห์

ผมมีสำเนาหนังสือราชการจาก ที่ว่าการอำเภอหัวหินลงวันที่ 26 เมษายน 2561 และลงนามโดยปลัดอำเภอหัวหินที่ส่งถึง คณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดวันเวลา หัวหิน เขาเต่า…

มีการตั้งข้อสังเกตุและวิพากษ์วิจารณ์ข้อความจากหนังสือราชการฉบับนี้กันอย่างกว้างขวางในวงการอสังหาริมทรัพย์ ตัวแสดงอย่างพนักงานสอบสวนอำเภอหัวหิน ซึ่งในหนังสือระบุชัดเจนว่า “อำเภอได้ทำการตรวจสอบห้องพักจำนวน 3 ห้อง และฟ้องคดีแล้วจำนวน 2 คดี…”

ประเด็นคือ ทั้ง 2 คดีที่ฟ้องแล้ว แต่คำพิพากษากำหนดอัตราโทษค่าปรับต่างกัน… นั่นประเด็นหนึ่ง อีกประเด็นคือ รายที่ 3 ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนอำเภอหัวหิน

…แถมหนังสือยังระบุว่า “สำเนาคำฟ้องและคำตัดสินของศาลไม่ได้อยู่ในความครอบครองของอำเภอหัวหิน…”

เอาหล่ะครับ… มาถึงตรงนี้ ผมจะข้ามคดีความไปก่อนเพราะเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะการมาของ Sharing Economy ที่ผมคิดว่า ไม่นานจากนี้จะมีกฏระเบียบออกมาดูแลการทำมาหากินของนักลงทุนฝั่งอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมองหาการลงทุนที่ปลอดภัย และสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

เชื่อผมเถอะ ถ้าเรื่อง Sharing Economy ไม่ได้ได้รับการใส่ใจอย่างจริงจังในเร็ววัน ความปั่นป่วนในระบบเศรษฐกิจจะก่อตัวสร้างปัญหาอีกมาก ที่สำคัญ ผมแน่ใจว่า… แม้การปล่อยเช่ารายวันจะต้องถูกจัดการ แต่ธุรกิจโรงแรมก็คงต้องปรับตัวอย่างมากแน่นอนเพื่อหนีการถูก Disruption

…ครับ!


Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Square Roots

Square Roots… เรื่องเล่าจากคนปลูกผักในสถานการณ์ Michigan’s Stay Home, Stay Safe!

โมเดลธุรกิจแบบ Square Roots จะดึงดูดคนหนุ่มสาวให้กลับมาปลูกผักและพัฒนาสินค้าเกษตร ที่ไม่ต้องผจญกับภัยธรรมชาติ ศัตรูพืชหรือแม้แต่ความพยายามในการเป็นเจ้าของที่ดินแปลงใหญ่เพื่อปลูกพืชให้ได้มากๆ จนพอเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว… แต่ Square Roots ทำให้การเพาะปลูกง่ายกว่านั้นมาก… ผักที่ปลูกต้องการธาตุอาหารแค่ไหนก็ให้ตามนั้น ต้องการความชื้นเพื่อการเติบโตแค่ไหนก็ให้แค่นั้น ต้องการแสงช่วงความถี่ไหนก็จัดให้ตามนั้น ต้องการอุณหภูมิเท่าไหรก็จัดให้ได้อย่างแม่นยำ… ซึ่งไอเดียรางปลูกแนวตั้ง ก็สามารถใช้พื้นที่ภายในโรงเรือนซึ่งก็คือตู้คอนเทนเนอร์เต็มพื้นที่… แถมผลผลิตยังคาดหวังได้โดยธรรมชาติและภูมิอากาศภายนอกก็ไม่มีผลกระทบใดๆ

Volcker Rule… กฎของโวคเคอร์

การก่อตั้งและมีอยู่ของธนาคารกลาง หรือ ธนาคารแห่งชาติอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแม้แต่ FED หรือ Federal Reserve หรือ ธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกาก็คือ… การทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีหลักสำคัญ หรือ หัวใจของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจก็คือระดับราคาของตัวแปรทางเศรษฐกิจ… อันเป็นที่มาของการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ หรือ Inflation Targeting ซึ่งได้กลายเป็นมาตรฐานการเงินการคลัง และ ตัวแปรทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญทั่วโลกในยุคหลังโวคเคอร์ หรือ Post Volcker… ซึ่งตั้งชื่อตามอดีตประธานเฟด และ บุคคลสำคัญในวงการเศรษฐศาสตร์มหภาคของสหรัฐอเมริกาอย่าง Paul Volcker

bullish bearish

Wyckoff Price Cycle… วงจรราคาของวิคคอฟฟ์

Richard Wyckoff กำหนดให้ช่วงราคาตกต่ำ แล้วมีการเคลื่อนไหวของราคาในกรอบแคบๆ เป็น Accumulation Phase หรือ ระยะสะสม… และกำหนดให้ช่วงราคาที่ปรับตัวขึ้นมาสูง แล้วเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เป็น Distribution Phase หรือ ระยะแบ่งขาย… โดยมี “ช่วงราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” เรียกว่า Markup เชื่อมเป็นเส้นกราฟชันขึ้นจากระยะสะสม ไปชนจุดเริ่มต้นระยะแบ่งขาย เพื่อจบแนวโน้มขาขึ้น หรือ Bullish Trend… และ มี “ช่วงราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง” เรียกว่า Markdown ดิ่งลงจากระยะแบ่งขาย ไปชนจุดเริ่มต้นระยะสะสม เพื่อจบแนวโน้มขาลง หรือ Bearish และ ครบวงจร “ขึ้น–ลง” ในหนึ่งรอบ

Debt Era

ประมาณการหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2564

จำนวนหนี้สาธารณะทั้งหมด 8.1 ล้านล้านบาท… จริงๆ แล้วหนี้สาธารณะของไทยที่รัฐบาลจะต้องแบกรับมีเพียง 6.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 77% โดยเป็นการกู้ตรง และ จากการกู้ที่รัฐบาลออกพระราชกำหนดเงินกู้พิเศษ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ… ส่วนที่เหลือจะเป็นเงินที่รัฐวิสาหกิจกู้มา ซึ่งรัฐวิสาหกิจจะเป็นผู้ชำระหนี้ด้วยตัวเองไม่กระทบหนี้สาธารณะภาพรวม