Senior Complex Project… กรณีศึกษาโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุรามาฯ–ธนารักษ์

Government Senior Complex

ตามประกาศคณะกรมการบริหารโครงการ “ศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร”  หรือ Senior Complex บนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ สป.623 และ สป.646 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ฉบับที่ 1 / 2563… อ้างอิงมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 ได้เห็นชอบมาตรการจัดสร้างที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือ Senior Complex บนที่ดินราชพัสดุ

โดยกระทรวงการคลังเสนอ ดำเนินการด้วยเงินลงทุนของปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ให้กรมธนารักษ์สนับสนุนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน สป.623 (บางส่วน) และ สป.646 (บางส่วน) ในพื้นที่ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 72-1-97 ไร่ เพื่อดำเนินโครงการ  ศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร หรือ Senior Complex ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 

โดยส่งเสริมการสร้างที่พักอาศัยที่มีความเหมาะสมและมีสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นการเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ภายใต้หลักประชารัฐ ซึ่งมี 3 องค์ประกอบเชื่อมโยงกัน คือ

1. ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย หรือ Hospice Zone เนื้อที่ 41-1-90 ไร่

2. พื้นที่สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้นหรือฟื้นฟูสุขภาพ หรือ Nursing Home Zone เนื้อที่ 11-0-07 ไร่ และ

3. ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย และพื้นที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือ Senior Housing Zone ภายใต้ชื่อ “ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ – ธนารักษ์” เนื้อที่ 20-0-00 ไร่ 

รูปแบบโครงการ

ดำเนินการออกแบบโครงการ ภายใต้หลักสถาปัตยกรรมเพื่อทุกคน หรือ Universal Design Architecture ซึ่งคำนึงถึงสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมธนารักษ์… คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยโครงการระยะที่ 1 มีห้องพักรวมทั้งสิ้น 921 ห้อง พื้นที่ใช้สอยประมาณ 31.71–49.66 ตารางเมตร ต่อห้อง เป็นอาคาร 8 ชั้น จำนวน 7 อาคาร พร้อมห้องพยาบาลประจำตึก พื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ สระว่ายน้ำ อาคาร Club House ห้องฟิตเนส เป็นต้น

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

1. มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 58 (ห้าสิบแปด) ปี ณ วันที่จองสิทธิ และหรือมีอายุตั้งแต่ 60 (หกสิบ) ปีขึ้นไป ณ วันที่เข้าพักอาศัยจริง

2. มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองได้ดี ไม่มีโรคหรืออาการของโรคอันเป็นอุปสรรคในการเข้าพักอาศัยภายในโครงการฯ  ตามความเห็นของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี 

สิทธิประโยชน์ของโครงการ

1. สิทธิประโยชน์ในการเข้าพักอาศัยในโครงการ… 

ผู้สูงอายุได้รับสิทธิการพักอาศัย 30 ปี และสามารถพักอาศัยได้ไม่เกิน 2 คนต่อยูนิต โดยเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการตามข้อ 1. หรือ มีสัญชาติไทย อายุ 58 ปี อย่างน้อย 1 คน และไม่สามารถซื้อขายหรือโอนสิทธิให้บุคคลอื่นได้ เว้นแต่ขายคืนให้แก่ผู้บริหารโครงการ และหรือ กรณีที่ประสงค์จะออกจากโครงการ ก่อนกำหนดหรือกรณีที่สุขภาพทรุดลงจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ตามหลักเกณฑ์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือ กรณีเสียชีวิต สิทธิการพักอาศัยจะถูกระงับทันทีโดยไม่ตกทอดแก่ทายาท ทั้งนี้ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลังในฐานะผู้จัดสร้างและบริหารโครงการ จะมีข้อกำหนดในการคืนเงินของผู้ได้รับสิทธิอยู่อาศัยทั้ง 2 กรณี ให้กับผู้รับผลประโยชน์ในข้อเสนอโครงการ

2. สิทธิประโยชน์ด้านการดูแลรักษาพยาบาล…

2.1 กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถใช้บริการของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์หรือโรงพยาบาลอื่นๆ ตามสิทธิของบุคคลนั้นๆ หรือหากเจ็บป่วยในระดับปฐมภูมิ สามารถใช้บริการห้องตรวจผู้ป่วยนอก หรือ Extended OPD ที่ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย… มีค่าใช้จ่ายตามสิทธิการรักษา

2.2 โครงการมีการจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้ระบบสมาชิก หรือรูปแบบผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือ Health Package ให้เลือกตามค่าใช้จ่ายที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้ายกำหนด

2.3 เมื่อเข้าสู่ภาวะต้องพึ่งพิงหรือติดเตียงและเป็นผู้ป่วยระยะท้าย สามารถใช้บริการ Nursing Home Zone หรือ พื้นที่ส่วนให้การดูแลสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้นและฟื้นฟูสุขภาพ บริหารโดย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ Hospice Zone หรือ พื้นที่ส่วนให้การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยระยะท้าย บริหารโดยศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย   โดยมีหลักเกณฑ์และค่าใช้จ่ายตามที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด

2.4 สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆ ตามที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด

3 สิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจและธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง

ผู้สูงอายุหรือบุตรหลานของผู้สูงอายุที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ สามารถขอรับสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษเพื่อเช่าที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ – ธนารักษ์ จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร… ผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถนำสิทธิการพักอาศัยไปผูกพันในการกู้เงินกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ได้ตามระเบียบของทางราชการ ทั้งนี้ ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ขอสวนสิทธิในการพิจารณาสินเชื่อตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด

การเปิดจองสิทธิ

ผู้สูงอายุหรือบุตรหลานของผู้สูงอายุ สามารถศึกษารายละเอียดของโครงการ คุณสมบัติ เงือนไข และแนวทางการคัดเลือกผู้สูงอายุผ่านทางเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ https://www.treasury.go.th หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ https://samutprakan.treasury.go.th และเว็บไซต์เครือข่ายพันธมิตรโครงการ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี https://med.mahidol.ac.th และ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด https://www.dad.co.th  หรือหน่วยงานพันธมิตรโครงการ ซึ่งจะได้ประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน สำหรับโครงการในระยะที่ 1 มีกำหนดรับจองสิทธิพร้อมกันทั่ประเทศ วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2563 ถึงวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563 โดยมีรายละเอียดดังนี้

1 รูปแบบการเปิดจอง

1. จองผ่านระบบอินเตอร์เน็ต… โดยให้ผู้สูงอายุหรือตัวแทนแสดงความประสงค์และจัดส่งเอกสาร หรือ Upload ผ่านเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ https://www.treasury.go.th หรือสำนักงานธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการ https://samutprakan.treasury.go.th และเว็บไซต์เครือข่ายพันธมิตรโครงการ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี https://med.mahidol.ac.th  และ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด https://www.dad.co.th 

2. จองผ่านเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือ Walk in… ตามจุดต่างๆ ที่ทางราชการได้จัดเตรียมไว้เพื่ออำนวยความสะดวก เฉพาะวันและเวลาราชการ 08.30 น. – 16.30 น. เท่านั้น เว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการจองสิทธิผ่านระบบข้างต้น และหน่วยงานผู้รับจองจะได้จัดส่งเอกสารประกอบการจองที่เกี่ยวข้องผ่านระบบตามลำดับต่อไป ทั้งนี้ จะประกาศแจ้งวัน เวลา และสถานที่ของหน่วยรับจองให้ทราบโดยทั่วกันต่อไป

หมายเหตุ ลำดับในการจองตามข้อ 1–2 ไม่มีผลต่อการเลือกห้อง ชั้น และอาคาร และการจองสิทธิไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

2 เอกสารประกอบการจองสิทธิในระบบ

ผู้สนใจจะต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานเป็น Pdf File ประกอบด้วย

 1. สำเนาบัตรประชาชน
2. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี)
3. เอกสารอื่นๆ ซึ่งทางราชการขอให้จัดส่งเพิ่มเติม หรือใช้ประกอบการ Upload ในระบบจองสิทธิจะแจ้งให้ทราบก่อน

ทั้งนี้ ในการเปิดจอง จะแบ่งห้องพักเป็นกลุ่มราคาต่างๆ โดยผู้สนใจจะต้องแสดงความประสงค์ห้องพักประเภทใดประเภทหนึ่ง พร้อมทั้ง Upload เอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยผู้แสดงความประสงค์ และผู้ได้รับสิทธิจะต้องป็นบุคคลเดียวกัน และสามารถเปลี่ยนแปลงความประสงค์ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2563… โดยราคาที่ระบุในระบบจองเป็นราคาเริ่มต้นของห้องพักในแต่ละแบบ ซึ่ง ธพส.  จะแจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระก่อนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

กรมธนารักษ์สงวนสิทธิในการพิจารณากำหนดหรือขยายระยะเวลาในการเปิดจองสิทธิ ทั้งวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดการจองสิทธิ โดยถือว่าข้อมูลบุคคลที่ระบุไว้ในระบบเป็นข้อมูล ที่ผู้แสดงความประสงค์ได้ตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องแล้ว อีกทั้งในการใช้ข้อมูลบุคคลที่ได้จัดส่งในระบบ เพื่อวัตถุประสงค์ในการคัดกรองสิทธิร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี… ธนาคารอาคารสเคราะห์… ธนาคารออมสิน… ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)… บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ตลอดจนสงวนสิทธิในการพิจารณาผู้ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด

แนวทางการคัดเลือกผู้สูงอายุที่ได้รับสิทธิเข้าพักอาศัยภายในโครงการ

1. การดำเนินการคัดเลือก

บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโครงการ จะดำเนินการพิจารณา คัดเลือกผู้สูงอายุตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 

1.1 ผู้สูงอายุจะต้องมีคุณสมบัติตามที่โครงการกำหนด โดยเริ่มพิจารณาผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 58 (ห้าสิบแปด) ปี ขึ้นไป ที่ได้แสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านระบบจองสิทธิในช่องทางต่งๆ ที่คณะกรรมการบริหารโครงการกำหนด

1.2 มีความสามารถทางการเงินในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการพักอาศัยภายในโครงการฯ และหรือสามาถรับเงื่อนไขการขอสินเชื่อกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ… เฉพาะกรณีที่ผู้สูงอายุหรือบุตรหลานมีความประสด์ขอรับสินเชื่อ และมีรายได้หลังเกษียณอย่างน้อย 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ต่อเดือน โดยอาจเป็นรายได้โดยตรงของผู้สูงอายุ เช่น เงินบำนาญ เงินฝาก เงินออม หรือเงินสนับสนุนจากบุตรหลาน

1.3 สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีโรคหรืออาการของโรคอันเป็นอุปสรรคต่อการเข้าพักภายในโครงการ และจะต้องยินยอมให้คัดกรองสุขภาพตามหลักเกณฑ์ที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด จึงจะสามารถข้าพักอาศัยในโครงการ… ทั้งนี้ รายละเอียดการเข้ารับการคัดกรองสุขภาพ วัน เวลา และสถานที่ คณะกรรมการบริหารโครงการจะประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

1.4 สามารถทำสัญญาภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด

1.5 หลักเกณฑ์อื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการบริหารโครงการพิจารณาแล้วเห็นสมควรกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ โดยจะได้ประกาศให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน

2. วิธีการคัดเลือก

บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด จะเป็นผู้ดำเนินการจับสลากห้องพักให้กับผู้ที่ผ่านการพิจารณาตามข้อ “1. การดำเนินการคัดเลือก” ทั้งนี้ การพิจารณาของ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโครงการถือเป็นที่สุด

3. การประกาศผลการคัดเลือก

บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโครงการ จะประกาศผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานและการคัดเลือกตามช่องทางที่ทางราชการกำหนดต่อไป โดยผู้ได้รับการคัดเลือกต้องดำเนินการตามขั้นตอนภายในระยะเวลาที่ทางราชการกำหนดเท่านั้น

การดำเนินการจัดสร้างและบริหารโครงการ

ดำเนินการจัดสร้างและบริหารโครงการ “ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ – ธนารักษ์” จังหวัดสมุทรปรการ โดย บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการ ได้ที่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส. เลขที่ 120 อาคารธนพิพัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศัพท์  021422276, 021422283

ประมาณการค่าใช้จ่าย

ผู้สูงอายุต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพื่อเข้าพักอาศัย โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายประกอบด้วย

1. ค่าเช่าสิทธิห้องพักจาก บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส. มี 5 ระดับราคา ดังนี้

 – ขนาดห้อง  31.71 ตรม / จำนวน 190 ห้อง  / ราคาเริ่มต้น 1,820,000 บาท
– ขนาดห้อง  31.71 ตรม / จำนวน 79 ห้อง  / ราคาเริ่มต้น 1,999,999 บาท
– ขนาดห้อง  31.87 ตรม / จำนวน 488 ห้อง  / ราคาเริ่มต้น 1,999,999 บาท
– ขนาดห้อง  33.16 ตรม / จำนวน 53 ห้อง  / ราคาเริ่มต้น 2,100,000 บาท
– ขนาดห้อง  33.68 ตรม / จำนวน 51 ห้อง  / ราคาเริ่มต้น 2,100,000 บาท
– ขนาดห้อง  45.72 ตรม / จำนวน 36 ห้อง  / ราคาเริ่มต้น 2,800,000 บาท
– ขนาดห้อง  46.48 ตรม / จำนวน 10 ห้อง  / ราคาเริ่มต้น 2,800,000 บาท
– ขนาดห้อง  49.66 ตรม / จำนวน 14 ห้อง  / ราคาเริ่มต้น 2,999,999 บาท

หมายเหตุ ราคารวมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรายการ ประกอบด้วย โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น และ ไมโครเวฟ… ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมจาก บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส.  ทั้งนี้จะต้องชำระเงินดาวน์และเงินงวดตลอดระยะเวลาก่อสร้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ธพส. กำหนด

2. ค่าใช้จ่ายส่วนกลางในการดูแลรักษาอาคารเริ่มต้น ประมาณเดือนละ 2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน) ชำระเป็นรายปี กำหนดล่วงหน้า 3 ปี

3. ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพเดือนละ 2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน) ต่อท่านชำระเป็นรายปี กำหนดล่วงหน้า 1 ปี

4. ผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดเลือก จะต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพันธมิตรโครงการ ได้แก่  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน หรือ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ในลักษณะเงินฝากประจำ หรือ Escrow Account จำนวนเงิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยมีเงื่อนไขในการเบิกจ่ายเพื่อให้เป็นทุนสำรองในการดำรงชีพขณะอยู่ในโครงการเท่านั้น และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารโครงการในการถอนหรือปิดบัญชี

5. ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ชำระตามจริง… ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้เป็นไปตามที่ ธพส. และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโครงการ โดยสงวนสิทธิในการปรับปรุงค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

การเข้าพักอาศัยภายในโครงการ

บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด จะแจ้งให้ผู้สูงอายุแต่ละรายทราบเมื่อโครงการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมส่งมอบห้องพักให้ผู้สูงอายุตามที่ได้จองสิทธิไว้ โดยผู้สูงอายุมีหน้าที่ในการดูแลรักษาห้องพักดั่งวิญญูชน จะพึงสวนทรัพย์สินของตนเอง ตลอดจนมีหน้าที่ในการชำระค่าสาธารณูปโภค ค่าส่วนกลาง ค่าดูแลสุขภาพ ตามที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยบาลรามาธิบดีกำหนด ค่าใช้จ่ายอื่นระหว่างที่พักในโครงการด้วยตัวเอง ซึ่ง บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด จะแจ้งรายละเอียดให้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ ผู้สูงอายุจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพตาม “สิทธิประโยชน์ด้านการดูแลรักษาพยาบาล” และตามที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี จะประกาศกำหนดในภายภาคหน้า และเพื่อให้โครงการ “ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ – ธนรักษ์” เป็นโครงการต้นแบบในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม จึงกำหนดให้โครงการ “ที่พักอาศัยผู้สูงอยุ รามาฯ – ธนารักษ์” เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งโครงการ ทั้งพื้นที่ภายในห้องพักและพื้นที่ส่วนกลาง

การออกจากโครงการฯ

ผู้สูงอายุในโครงการสามารถออกจากโครงการ ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

1. เสียชีวิต โดยคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายที่อาศัยอยู่ร่วมกัน มีอายุ 60 (หกสิบ) ปืขึ้นไป และมีสภาวะสุขภาพตามหลักเกณฑ์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนดเท่านั้น สามารถที่จะพักอาศัยในโครงการต่อไปได้จนครบอายุสัญญา

2. ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพทรุดลงและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ต้องย้ายออกจากโครงการตามเกณฑ์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด

อนึ่ง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการส่งต่อผู้สูงอายุ หรือ Discharge ไปยังศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย หรือ Hospice Zone และพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้นและฟื้นฟูสุขภาพ หรือ Nursing Home Zone ให้เป็นไปตามที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด

3. ประสงค์จะออกจากโครงการก่อนกำหนด โดยแจ้งความประสงค์ต่อผู้บริหารโครงการ… ทั้งนี้ สิทธิการพักอาศัยจะถูกระงับทันที่โดยไม่ตกทอดแก่ทายาท และผู้สูงอายุหรือทายาทสามารถขายสิทธิคืนให้กับผู้บริหารโครงการฯ เท่านั้น โดยจะพิจารณาคืนเงินเป็นจำนวนร้อยละของราคาห้องพักอาศัยตามข้อตกลงที่กำหนดและจะคืนเงินให้ภายหลังจากที่หาผู้เข้าพักอาศัยรายใหม่ได้แล้ว

ข้อสงวนสิทธิ

คณะกรมการบริหารโครงการสงวนสิทธิในการปรับปรุงแก้ไขหรือยกเลิกรายละเอียดในประกาศฉบับนี้ หรือในกรณีที่การดำเนินโครงการ มีประเด็นซึ่งต้องวินิจฉัย หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ได้ประกาศไว้ หรือมิได้กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ ให้การวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหารโครงการถือเป็นที่สิ้นสุด

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 2 พ.ย. 2563

นายยุทธนา หยิมการุณ
อธิบดีกรมธนารักษ์ ประธานกรรมการ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา
คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ประธานกรรมการร่วม

ผมคัดลอกเอกสารมาเผยแพร่ และได้ดัดแปลงวรรคตอนบางส่วนให้สอดคล้องกับการเผยแพร่บนเวบไซต์ Properea.com โดยไม่ได้บิดเบือนสาระและมีเจตนาดัดแปลงข้อความเพื่อหาประโยชน์ใดๆ และนำมาเผยแพร่เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษา สำหรับหลายๆ ท่านที่กำลังออกแบบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบต่างๆ ซึ่งเป็นงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีลักษณะเฉพาะและมีเงื่อนไขปลีกย่อยที่ต้องเรียนรู้และศึกษาครับ

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line ท่านจะได้ Link บทความใหม่ทุกเช้า

Related Post

Farming as a Service

FaaS : Farming as a Service

FaaS Model ไม่ใช่ของใหม่ แท้จริงแล้วก็คือการรับจ้างทำงานในฟาร์มในไร่ในสวนหรือในนานั่นแหละ แต่…

SCB Robinhood

Robinhood แอปพลิเคชั่นน้องใหม่ในสนาม Food Delivery

Robinhood Delivery Platform เป็นเลิศและได้เปรียบสุดๆ คือ เงินจะเข้าบัญชีทั้งร้านค้าและผู้ส่งสินค้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากปิดออเดอร์ โดยระบบการรับจ่ายเงินจะเป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด ไม่มีเงินสด… ซึ่ง Robinhood Delivery Platform ใช้ข้อได้เปรียบในฐานะทายาทธนาคารยักษ์ใหญ่อย่างไทยพาณิชย์ จัดหนักผ่านเงื่อนไขทางการเงิน จนเห็นเค้าลางสงคราม “แพล็ตฟอร์มมอร์ไซด์ส่งของ” อีกครั้งหนึ่ง…

Virtual Exhibition

Virtual Exhibition… Wazzadu.com

งานนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Nature Retreat” เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ กับ Virtual Exhibition ที่จำลองบรรยากาศหมู่เกาะในคาบสมุทรอันไกลโพ้น เพื่อเชื่อมโยงความเป็นโลกดิจิทัลกับอารมณ์สุนทรียภาพของธรรมชาติ สะท้อนถึงธรรมชาติที่มีพลังของการสร้างสรรค์และก่อกำเนิดงานออกแบบระดับโลกมากมาย

The best investment on earth is earth… Louis J. Glickman

Louis J. Glickman ถือเป็นนักลงทุนและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชาวอเมริกันเชื้อสายยิว ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ประวัติและข้อมูลของ Glickman มีไม่มากนัก… ทราบแต่เพียงว่า Louis J. Glickman เกิดและเติบโตใน Brooklyn มีบิดาชื่อ Pincus Glickman เจ้าของกิจการรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ Louis สืบทอดต่อจากบิดา