กลยุทธ์การขายแล้วเช่าคืนอสังหาริมทรัพย์…

Sale & Leaseback

ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2019 ที่ผ่านมา ราคาหุ้น MINT หรือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ปรับตัวขึ้นแรงจากข่าวการปิดดีลกลยุทธ์ ขายและเช่ากลับสินทรัพย์ในประเทศโปรตุเกสที่บริษัทแจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ โดยเนื้อข่าวแจ้งว่า บริษัท MCP และ MCHL ที่เป็นบริษัทย่อยของ MINT กำลังจะขายเงินลงทุน 100% ในบริษัท Tivoli Gare Do Oriente, Sociedade De Gestao และ MCP

Tivoli Oriente Lisboa
Sky Bar, Tivoli Avenida Liberdade Lisboa

บริษัทลูกและสินทรัพย์ที่ MINT ขายก็คือเจ้าของโรงแรม 3 แห่งได้แก่…  Tivoli Oriente Lisboa โรงแรม Tivoli Avenida Liberdade Lisboa และโรงแรม AVANI Avenida Liberdade Lisbon ในเมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกสนั่นเอง โดยบริษัทจะขายให้กับ Naev Oriente S.A. และ Ireehf Real Estate S.A.

การแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกิดขึ้นวันที่ 27 มิถุนายน 2019… และหุ้น MINT ปรับตัวขึ้นแรงจาก 38.75 บาทมาปิดที่ราคา 41.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาทเปลี่ยนแปลง 5.81% ด้วยปริมาณการซื้อขายรวม 38,428,424 หุ้น มูลค่ารวม 1,552.96 ล้านบาท… ในวันเดียว

MINT หรือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) คือ บริษัทผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังของประเทศไทย… การขายและเช่ากลับโรงแรมกลุ่ม Tivoli ทั้ง 3 แห่งในโปรตุเกสจะทำให้เกิดการบันทึกกำไรพิเศษในช่วงไตรมาส 3 ปี 2019 โดยกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ ที่คาดว่าสัดส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E หรือ Debt Per Equity จะลดลงจากระดับ 1.5 เท่า เหลือประมาณ 1.3 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อ MINT ที่ช่วงหลังมีการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก จนนักลงทุนเป็นกังวลเรื่องปัญหาสภาพคล่อง

MINT ขายโรงแรมทั้งสามแห่งมูลค่า 313 ล้านยูโร หรือประมาณ 10.9 พันล้านบาท โดยหลังจากจำหน่ายไปแล้ว NH Hotel Group ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ MINT จะเข้าบริหารโรงแรมทั้ง 3 ภายใต้สัญญาเช่า 20 ปี และยังสามารถขยายสัญญาเช่าไปได้เรื่อยๆ สูงสุดถึง 60 ปี 

ประเด็นก็คือ… นี่เป็นกลยุทธ์ขั้นเทพในการจัดการสภาพคล่องทางการเงินโดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นแกน… ซึ่งความยากของกลยุทธ์นี้ก็คือการหานักลงทุนมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถ้าทรัพย์ในมือมีมูลค่า การหานักลงทุนก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก

ผมยกเอาเคสนี้มาเล่าหลังจากชั่งใจอยู่ว่า… กรณีการขายแล้วเช่าคืนแบบนี้ สมควรนับเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจหรือไม่ ผมสอบถามมิตรสหายหลายท่านในวงการหุ้น โดยเพื่อนกลุ่มนี้ทั้งหมดหัวเราะใส่ผมแล้วบอกประมาณว่า… เราจะเรียกหรูๆ ว่ากลยุทธ์ หรือจะเรียกเท่ห์ๆ ว่าชั้นเชิง หรือจะเรียกแย่ๆ ว่าเล่ห์เหลี่ยม… ทั้งหมดเวลาดำเนินการแทบไม่มีอะไรต่างกันนอกจากชื่อเรียก… ที่สำคัญ ทำไปแล้วสำเร็จแค่ไหนอย่างไร ก็ล้วนดีทั้งนั้น… โดยเฉพาะ Win-Win Strategy

ครับผม!

อ้างอิง

https://marketdata.set.or.th/mkt/stockquotation.do?symbol=mint
https://www.set.or.th/set/newsdetails.do?newsId=15615908160031&language=th&country=TH

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Bonds

สินเชื่อบ้านในมือธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

นี่เป็นแนวโน้มการพัฒนาระบบนิเวศน์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่หาทางช่วยลูกค้าให้มีบ้าน โดยไม่ผลักลูกค้าและยอดขายไปให้คนนอกอย่างธนาคารตัดสินว่า เราควรจะขายบ้านหลังไหนให้ใครเมื่อไหร่… ในเมื่อตัวธุรกิจตัดสรรบ้านเองรู้ดีว่า มีแนวทางมากมายให้คนมีบ้านอยู่ โดยไม่จำกัดอยู่แต่กับเกณฑ์การประเมินสามัญ ที่มีธนาคารเป็นศูนย์กลาง

อาคารชุดแนวราบ… โอกาสของอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติ!

เมื่อพูดถึงอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม คนส่วนใหญ่ยังนึกถึงตึกขนาดใหญ่ ที่ใส่บ้านหลังเล็กๆ ไว้ข้างในหลายหลัง และถือกรรมสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 และมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกหลายฉบับต่อมา

SAFETY FIRST

การประกันภัยและการประกันความเสี่ยงภัยในระหว่างก่อสร้าง

ป้าย SAFETY FIRST ในพื้นที่ก่อสร้างภายใต้มาตรการป้องกันอันตรายและเหตุเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งมีกฏหมายและเทศบัญญัติหลายมิติควบคุมอยู่ โดยมีวิศวกรโครงการ ผู้จัดการโครงการ ผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ ต่างมีส่วนรับผิดชอบตามบริบทซึ่งมีรายละเอียดครบถ้วนทุกแง่มุม ซึ่งป้าย SAFETY FIRST ในพื้นที่ก่อสร้างจะช่วยเรื่องความตระหนักของทุกคนในพื้นที่นั้น เวลาเห็นป้ายที่ถูกกำหนดให้มีและติดไว้ในที่ๆ เห็นได้ชัดเจนทั่วถึง

Parking

Autonomous… กับผังเมืองในอนาคต 

เมื่อห้วงเวลาที่รถวิ่งได้เองโดยไม่ต้องรอคนมาขับ… รถก็ไม่ต้องจอดและสามารถวิ่งไปรับผู้โดยสารรายอื่นได้อีกเรื่อยๆ… และสิ่งที่จะหายไปคือพื้นที่จอดรถมากมายจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางอื่น… ถ้าเทียบตัวเลขจาก Uber ที่ประเมินตัวเลขที่จอดรถจะหายไปเมื่อใช้ Ride-Sharing คือ 275 เท่าของพื้นที่สวนลุมพินี… ซึ่งล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 พระราชทานเนื้อที่สร้างสวนลุมพินีไว้ 360 ไร่ครับ… คูณ 275 ก็จะมีเนื้อที่ราวๆ 99,000 ไร่ที่ไม่ต้องเอามาทำที่จอดรถ