Properea

แผนพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน พ.ศ. 2562 – 2565

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 23 มกราคม 2562 เห็นชอบศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชุมพร  – ระนอง และพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี – นครศรีธรรมราช ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Corridor : SEC)  พ.ศ. 2562 – 2565 กำหนดโครงการทั้งหมดรวม 116 โครงการ วงเงินรวม 106,790 ล้านบาท สำหรับโครงการพร้อมดำเนินการทันทีในปีงบประมาณ 2562 มี 8 โครงการ วงเงินรวม 2,677 ล้านบาท โดยใช้งบกลางปี

แนวทางการพัฒนา SEC มี 4 ด้าน ได้แก่

  1. การพัฒนาประตูการค้าฝั่งตะวันตก (Western Gateway) มีโครงการต้องดำเนินการ จำนวน 10 โครงการวงเงินรวม 4.92 หมื่นล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทย-ฝั่งอันดามัน-ประเทศในแถบเอเชียใต้
  2. การพัฒนาประตูสู่การท่องเที่ยวอ่าวไทยและอันดามัน (Royal Coast and Andaman Route) มีโครงการต้องดำเนินการ จำนวน 31 โครงการ วงเงินรวม 3.95 หมื่นล้านบาท
  3. การพัฒนาอุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง (Bio-Base and Processed Agricultural Products) จำนวน 32 โครงการ วงเงินรวม 6.49 พ้นล้าน
  4. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติการส่งเสริมวัฒนธรรมและการพัฒนาเมืองน่าอยู่ (Green Culture Smart and Livable Cities) จำนวน 38 โครงการ วงเงินรวม 7.12 พันล้านบาท

โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการโครงการโดยทันที (ควิกวิน) จำนวน 8 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 2,677.31 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่มีแหล่งงบประมาณแล้ว 3 โครงการ วงเงินรวม 2,228.62 ล้านบาท ได้แก่

  1. โครงการพัฒนาศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการตลาดของท่าเรือระนองรองรับกลุ่ม BIMSTEC (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation ปัจจุบันมีสมาชิก 7 ชาติคือ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย ) วงเงิน 70 ล้านบาท
  2. โครงการปรับปรุงท่าอากาศยานระนอง 158.62 ล้านบาท
  3. โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็น ASEAN Digital Hub

ส่วนอีก 5 โครงการได้อนุมัติงบกลางปี 2562 รวม 448.69 ล้านบาท ได้แก่

  1. โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะพยาม วงเงิน 132.8 ล้านบาท
  2. โครงการป่าชายเลนระนองสู่มรดกโลก วงเงิน 85.5 ล้านบาท
  3. โครงการสนับสนุนการแปรรูปสมุนไพรแบบครบวงจร วงเงิน 194.6 ล้านบาท
  4. โครงการเฝ้าระวังภาวะฉุกเฉินเพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างความเข้มแข็งด้านการบริการดูแลผู้สูงอายุสู่ประเทศไทย 4.0 เทศบาลเมืองชุมพร วงเงิน 12.64 ล้านบาท
  5. โครงการศึกษาการจัดตั้งศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยเชิงพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ วงเงิน 20 ล้านบาท

มาถึงตรงนี้ผมต้องบอกว่า… ยินดีกับเจ้าของพื้นที่นำร่องอย่าง ชาวชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชครับ โดยเฉพาะชาวระนอง ดูเหมือนศูนย์กลางระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืนจะหมุนรอบบ้านท่าน อีกสามปีข้างหน้ามาดูกันว่า เศรษฐกิจระนองจะเติบโตคึกคักติดลมบนแบบชลบุรีระยองได้มั๊ย?

แต่ไม่ว่ายังไง เม็ดเงินที่ไหลเข้าพื้นที่ หลายอย่างคงแพงขึ้นและมีคนยอมจ่าย… โดยเฉพาะที่ดิน!

ขอบคุณภาพอ่าวเขาควาย บนเกาะพยามจากอินเตอร์เน็ต

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Recent Posts