SCG MODULAR ICU… ห้องไอซียูพร้อมใช้ใน 1 สัปดาห์

SCG Modular ICU

ผมตกข่าวนวัตกรรมห้องไอซียูโมดูลาร์ หรือ Modular Intensive Care Unit ซึ่งเป็นนวัตกรรมสร้างสรรค์จาก กลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ที่ส่งมอบและติดตั้งเป็นห้องไอซียูความดันลบสำหรับคนไข้วิกฤติโควิด โดยสามารถผลิต และ ติดตั้งเสร็จเรียบร้อยพร้อมใช้ภายเวลา 7 วันเท่านั้นเอง… มีการติดตั้งและส่งมอบใช้งานที่โรงพยาบาลราชวิถีไปเรียบร้อยแล้ว

การพัฒนานวัตกรรมไอซียูโมดูลาร์ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง เอสซีจี กับ โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อเตรียมความพร้อมหากห้องไอซียูไม่เพียงพอกับผู้ป่วยโควิด… การออกแบบภายในมีการแบ่งโซนระบบควบคุมความดันอากาศ ที่แยกระบบหมุนเวียนอากาศสำหรับคนไข้ และ ทีมแพทย์ออกจากกัน  แบ่งเป็น โซนไอซียูสำหรับคนไข้โควิด ซึ่งใช้ระบบควบคุมความดันลบ พร้อมอุปกรณ์พยุงชีพผู้ป่วยขั้นวิกฤตตามมาตรฐานไอซียู… โซนพยาบาล ที่จะอยู่ในห้องความดันบวก เพื่อติดตามเฝ้าระวัง และ เตรียมพร้อมดูแลผู้ป่วย…  ห้องเตรียมตัวของทีมแพทย์… ห้องเปลี่ยนชุด PPE และ ทิ้งขยะติดเชื้อ  พร้อมเสริมความมั่นใจอีกขั้นด้วยระบบกรอง กำจัดเชื้อโรค ฝุ่น และ ป้องกันเชื้อโรคออกภายนอกพื้นที่

SCG MODULAR ICU  สำหรับผู้ป่วยโควิดที่ติดตั้งในโรงพยาบาลราชวิถี มีขนาดพื้นที่รวม 360 ตารางเมตร แบ่งเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย

  1. ICU ZONE เป็นพื้นที่สำหรับเตียงผู้ป่วยจำนวน 10 เตียง พร้อมระบบช่วยชีวิตต่างๆ ที่จะเชื่อมต่อกับระบบหลักของโรงพยาบาล โดยระบบการจัดการอากาศในโซนนี้ใช้ระบบห้องความดันลบ หรือ Negative Pressure Room เพื่อลดการกระจายของเชื้อโรคและฝุ่น
  2. NURSING STATION ZONE เป็นส่วนสำหรับพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย แบ่งเป็น Monitor Room สำหรับพยาบาลที่ดูแลเฝ้าระวัง และ Stand-by Room สำหรับพยาบาล เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าไปดูแลผู้ป่วยไอซียู โดยระบบการจัดการอากาศในโซนนี้ใช้ระบบห้องความดันบวก หรือ Positive Pressure Room เพื่อควบคุมคุณภาพของอากาศให้สะอาด ปลอดภัย
  3. MEDICAL PREPARATION หรือ ANTE ROOM เป็นพื้นที่สำหรับใช้เตรียมตัวของทีมแพทย์ เก็บเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับผู้ป่วย
  4. ANTE ROOM สำหรับถอดชุด PPE และ ทิ้งขยะติดเชื้อต่างๆ พร้อมทางเดินไปสู่ห้องน้ำ

คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Service Solution Business ในธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี อธิบายว่า… ห้องไอซียูโมดูลาร์สำหรับผู้ป่วยโควิด ผลิตในโรงงานด้วยระบบโมดูลาร์ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างตั้งแต่การออกแบบ การผลิต จนถึงการประกอบติดตั้งบริเวณหน้างานได้อย่างรวดเร็ว มีมาตรฐาน การออกแบบมีความถูกต้องตามฟังก์ชันการทำงานของข้อกำหนดห้องไอซียู ที่มีคณะแพทย์เจ้าของโครงการเป็นที่ปรึกษา โดยจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งาน… เอสซีจี ยังคงเดินหน้าเต็มกำลังในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรับมือกับการแพร่ระบาด พร้อมช่วยบุคลากรทางการแพทย์และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อระหว่างการรับมือกับสถานการณ์โควิด19 ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสะดวกและมั่นใจมากยิ่งขึ้น เพื่อผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน 

ท่านที่สนใจข้อมูลห้องไอซียูโมดูลาร์ หรือ แม้แต่อาคารแบบโมดูลาร์ในทุกวัตถุประสงค์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ SCG HOME… โทรศัพท์ 02-586-2222

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

OTAs Booking Systems

Online Travel Agency หรือ OTA ส่วนใหญ่หรือทั้งหมด เป็นแพล็ตฟอร์มการจองห้องพัก ที่รวบรวมห้องพักให้เช่ารายวัน เอาไว้ในระบบให้มากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าที่ต้องการห้องพักทำเลต่างๆ สามารถเลือกที่พักสำหรับช่วงเวลาที่ต้องออกจากบ้านไปค้างอ้างแรมที่อื่น

Facebook Digital Collectibles… NFT บน Facebook

Navdeep Singh ในฐานะผู้จัดการฝ่ายเทคนิคโปรแกรมของ Meta ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดียรายใหญ่อย่าง Facebook และ InstaGram ได้แจ้งข้อมูลผ่าน Twitter ส่วนตัวเมื่อ 30 มิถุนายน 2022 ว่า… Facebook จะรองรับการแสดงรายการของสะสมดิจิทัลแบบ NFTs หรือ NonFungible Tokens บนแท็ป Digital Collectibles บน Timelines ของ Creator แล้ว

black handled key on key hole

แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยปี 2022

ข้อมูลจาก SCBEIC หัวข้อ ตลาดที่อยู่อาศัยปี 2022 แนวโน้มการฟื้นตัว และความท้าทายของผู้ประกอบการ ชี้ว่า… สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2022 เริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังจากชะลอตัวต่อเนื่องจากการระบาดของ COVID 19 โดยตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงเป็นกลุ่มที่นำตลาด ขณะที่ตลาดคอนโดเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว

Income Hole

เสนอเงินกู้หนึ่งล้านล้านบาท และ หลุมรายได้ประเทศไทย

ด้วยขนาดของหลุมรายได้ที่จะหายไปประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท ระหว่างปี พ.ศ. 2563-2565 เม็ดเงินของภาครัฐที่มีอยู่ในปัจจุบันคงไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเพิ่มแรงกระตุ้นทางการคลังเพื่อช่วยให้รายได้ และ ฐานะทางการเงินของประชาชน และ SMEs กลับมาฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุด… ลดแผลเป็นทางเศรษฐกิจที่จะกลายเป็นอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจหลังโควิด ซึ่งในเบื้องต้นเม็ดเงินจากภาครัฐที่เติมเข้าไปในระบบควรมีอย่างน้อย 1 ล้านล้านบาท หรือ คิดเป็นประมาณ 7% ของ GDP