ความเคลื่อนไหวของราคายางพารา

Rubber Laber

ในวิกฤตมีโอกาส… คำกล่าวนี้ยังเป็นจริงกับยางพาราไทย ในวันที่ทั้งโลกต้องใช้น้ำยางผลิตสินค้าทางการแพทย์พื้นฐาน ในห้วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากเชื้อโรค ที่นักระบาดวิทยาทั่วโลกพูดเหมือนกันหมดว่า… วิกฤตป่วนโลกของ COVID19 ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะเกิดแบบนี้อย่างแน่นอน

เวบไซต์การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ได้ขึ้นสไลด์ประกาศราคาน้ำยางสดหน้าโรงงานค่า DRC หรือ Dry Rubber Content หรือ ปริมาณเนื้อยางแห้ง ไม่ต่ำกว่า 35% ประจำวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ราคากิโลกรัมละ 44.30 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีที่ราคากิโลกรัมละ 40 บาทเศษ แต่ก็ยังต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่พี่น้องชาวสวนยางอยากเห็น เพื่อชดเชยต้นทุนและต้นทุนแฝงมากมายกว่าจะได้น้ำยาง 1 กิโลกรัม

ราคายางช่วงวิกฤต COVID19 เริ่มขยับตัวสูงขึ้นจากความต้องการน้ำยางข้นเพื่อผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ทั่วโลก และยังพบแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งถุงมือยางเพื่อใช้ในทางการแพทย์ ถุงยางอนามัย… โดยเฉพาะความสามารถของประเทศไทยในการควบคุมสถานการณ์ได้ก่อนประเทศผู้ผลิตยางรายอื่น จนสามารถผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์… โรงงานประกอบรถยนต์เริ่มเปิดสายการผลิตอีกครั้ง ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น จากอุปสงค์น้ำมันฟื้นตัวขึ้น… และนักลงทุนเริ่มเข้าซื้อยางในตลาดล่วงหน้าอีกครั้ง

คุณประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลผ่านเวบไซต์ประชาชาติธุรกิจว่า กลุ่มประเทศในยุโรป สหรัฐอเมริกา สเปน สนใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงงาน เพื่อผลิตถุงมือยางในประเทศจำนวนมาก เพราะมองว่าจากการระบาดของ COVID19 ความต้องการถุงมือยางยังจะมีมากอยู่อีก 3-5 ปี ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกที่น้ำยางข้น ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำมีราคาพุ่งสูงกว่ายางชนิดอื่นๆ ทุกชนิด และคำสั่งซื้อยางพาราไทยยาวไปถึงปลายปีแล้ว

สถานการณ์ยางพาราไทยช่วงนี้มีข้อมูลว่า… 5 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2563 ระหว่างเดือน ไทยส่งออกยางพาราได้ 1,686,992.16 ตัน… ลดลง 61,413.02 ตัน หรือ 3.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ส่งออกได้ 1,748,405.1 ตัน… และคิดเป็น 42.4% ของยอดขายรวมเปรียบเทียบทั้งปี 2562 ปริมาณ 3,978,984.18 ตัน… ซึ่งถ้าดูแนวโน้มทั้งปี ยอดรวมการส่งออกปีนี้น่าจะเกินจากปีที่แล้ว แม้เทียบกันระหว่าง 5 เดือนของปีนี้จะน้อยกว่า 5 เดือนของปีก่อน แต่ช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคเกิดการชะลอตัวของกลไกทางสังคมและเศรษฐกิจทั่วโลกจาก COVID19… แต่ยอดขายรวมยังไม่ไกลเกือบ 50% เข้าไปแล้ว

โดยส่วนตัวมองว่า… แนวโน้มราคายางน่าจะกลับมาชุบชูใจพี่น้องชาวสวนยางได้อีกรอบ และมีแนวโน้มที่ดีไปอีกยาวทีเดียวถ้ามีโรงงานที่ต้องการน้ำยางเป็นวัตถุดิบเพิ่มจริงอย่างที่ท่านประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทยพูดถึง… ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นราคาน้ำยางดิบ สูงกว่าราคายางแบบอื่นๆ

อ้างอิง

https://www.rubber.co.th/main.php
https://www.prachachat.net/economy/news-480819

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

smart industrial estate

อัพเกรดนิคมอุตสาหกรรมสู่ Smart City

เงินลงทุน 5 ปี ประมาณ 60,000 ล้านบาท จะมีโครงการใหญ่ๆ ที่จะเกิดด้วย เช่น ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ขณะนี้ใช้เงินไปแล้ว ประมาณ 40 ล้านบาท งบประมาณปี 2563… ส่วนนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ค ที่จะเปิดปี 2564 อีกประมาณ 800 ล้านบาท ลงทุนด้านดิจิทัล 200 ล้านบาท และจะพัฒนาบุคลากรอื่นๆ อีกที่เหลือ 200 ล้านบาท ส่วนนี้คืองบฯลงทุนปีหน้า 1,200 ล้านบาท

BIO TECH

BIO TECH และการส่งเสริมการลงทุน

คุณดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เปิดเผยว่า… ในปี 2564 การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ หรือ ไบโอเทค หรือ BIO-Tech มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2564 บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วมูลค่ารวม 2,417 ล้านบาท

Foreigners Buy Property

ข้อเสนอขยายเพดานต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดในไทยเกิน 49%

ข้อมูลเกี่ยวกับร่างแก้ไขที่ ศบศ. เสนอขยายอัตราการถือกรรมสิทธิ์ให้ชาวต่างชาติเข้าถือครองได้มากขึ้น 70-80% โดยเพิ่มเงื่อนไขสำหรับต่างชาติที่ถือครองเกิน 49% ไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมนิติบุคคลอาคารชุด… นอกจากนั้น… ร่างแก้ไขกฎหมายใหม่ยังเสนอให้ชาวต่างชาติ “สามารถซื้อบ้านเดี่ยวสำหรับอยู่อาศัยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรรราคาประมาณ 10-15 ล้านบาทขึ้นไป” โดยซื้อได้ไม่เกิน 49% ของโครงการ และ แก้ไขระยะเวลาการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ จากเดิมชาวต่างชาติเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้นานสูงสุดไม่เกิน 30 ปี โดยเสนอขยายให้ชาวต่างชาติสามารถทำสัญญาเช่าได้สูงสุด 50 ปี + 40 ปี หรือ นานสูงสุด 90 ปี

wind-energy

การตั้งโรงไฟฟ้า และ กรณีผลิตไฟฟ้าใช้เองระดับโรงงาน

พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กำหนดให้มีอำนาจในการควบคุมกำกับดูแลกิจการพลังงาน ซึ่งรวมถึงการผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วย ดังนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงหารือกับ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และมีความเห็นร่วมกันว่า ควรกำหนดให้โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าในลำดับที่ 88 ไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 อีกต่อไป เนื่องจากเป็นกิจการพลังงานที่มี พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กำกับดูแลอยู่แล้ว…