RTE Farming… แนวทางเกษตรอาหารพร้อมรับประทาน

RTE Food

Hyper Convenience Consumer หรือ ผู้บริโภคชอบสะดวกรักสบายขั้นสุด ซึ่งเป็นคำนิยามพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคที่โมเดลธุรกิจสมัยใหม่ล้วน “เอาใจใส่ความพยายามของลูกค้า” ให้ได้บริโภคสินค้าและบริการโดยไม่ต้องพยายามขยับทำอะไรเลย… นอกจากรอจ่ายตังค์อย่างเดียวก็พอ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการเพื่อแก้ปัญหา หรือตอบสนองความต้องการอะไร

โดยเฉพาะธุรกิจอาหารในห่วงโซ่ทั้งหมด ซึ่งลูกค้าผู้บริโภคต่างก็ต้องการสะดวกและสบายกับมื้ออาหาร อันเป็นกิจวัตรที่ไม่มีใครหลบพ้นกันทั้งสิ้น… จนเราได้เห็นการสั่งข้าวราดกะเพราจาก 7-11 อุ่นร้อนและส่งถึงที่… และเห็นโมเดลอาหารพร้อมรับประทาน หรือ Ready To Eat หรือ RTE เติบโตทั้งในมิติ Convenience Services และ Delivery อย่างก้าวกระโดด

ประเด็นก็คือ… ถ้าเราถอยกลับไปก่อนจะมาเป็นชุดอาหาร RTE ในชั้นปรับอุณภูมิใน Convenience Services Point ทุกแบบนั้น… วัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารมากมายจะถูกขนถ่ายจากแหล่งผลิต ไปสู่ปากท้องของทุกคนในหลายรูปแบบ ซึ่งภูมิปัญญาและองค์ความรู้ในการผลิตอาหารและขนส่งจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งหรืออีกหลายๆ จุดหมายปลายทาง… มักจะมีโครงสร้างต้นทุนซับซ้อน ซึ่งมาพร้อมกับบริบทด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือของวัตถุดิบอาหาร ไปจนถึงห่วงโซ่การใช้ทรัพยากรอื่นๆ ในการแปรรูปและปรุงอาหารอีกมาก

นานมาแล้วที่ผมได้นั่งฟังผู้รู้ถกเถียงกันเรื่อง “ขยะจากอาหาร RTE กับ ทรัพยากรและคุณภาพของอาหารปรุงเอง” ซึ่งขยะจากอาหาร RTE มีเพียงบรรจุภัณฑ์และฉลาก ในขณะที่ผักสดต้องล้างต้องปอกและหั่น ลงขยะครึ่งหนึ่งปรุงอาหารครึ่งหนึ่ง น้ำที่ใช้ตั้งแต่ล้างผักไปจนถึงล้างภาชนะหลังกินเสร็จและขยะอินทรีย์ที่เหลือจากมื้ออาหาร… ดูเหมือนจะต่างกันทั้งขนาดและน้ำหนัก ไม่นับว่าขยะอินทรีย์จากครัวของทุกบ้านที่กระจายกันอยู่นี่เอง ที่เป็นอุปสรรคหนึ่งของการแยกขยะ  ซึ่งแม้แต่เครื่องแยกขยะไฮเทคสุดๆ เมื่อเจอน้ำแกงเหลือกินเข้าไปยังหยุดทำงานให้เห็นต่อหน้าต่อตามาแล้ว

ที่อยากจะบอกเป็นแบบนี้ครับ… โมเดลอาหาร RTE กำลังโตและจะเติบโตอีกมาก ในขณะที่โมเดลการผลิตวัตถุดิบอาหารจากภาคเกษตรกรรม ก็มีการใช้เทคโนโลยีในการผลิตสินค้าเกษตรล้ำหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในบริบทแบบ Agricultural Technology ไปจนถึงระดับ Agricultural Intelligence กันแล้ว … โดยความเห็นส่วนตัว อุตสาหกรรมอาหาร RTE ยังเหลือพื้นที่ทางการตลาดอีกมากจาก Hyper Convenience Consumers ที่เติบโตและถูกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการหาอาหารรับประทาน ซึ่งไม่มีวันจะกลับไปเข้าครัวเตรียมอาหารมื้อแล้วมื้อเล่าอีกแน่นอน… นั่นแปลว่า การขนถ่ายวัตถุดิบอาหารจากภาคเกษตรกรรมมาไกลๆ อาจจะไม่จำเป็นเท่ากับ… ส่งมาแบบพร้อมกิน ที่สามารถ “ลดการใช้ทรัพยากรโดยรวม ณ ปลายทาง” ได้ดีกว่า

ผมเรียกแนวคิดนี้ว่า RTE Farm ครับ… สินค้าอย่างข้าวสวย RTE จากนาข้าวไรซ์เบอรี่มีตราเกษตรอินทรีย์ ส่งออกจากฟาร์มมาขายแทนข้าวสารอัดถุงเหมือนแต่ก่อน…. หรือสินค้าอย่าง RTE Pork Chop จากฟาร์มหมู… ไปจนถึงนมถั่วเหลืองและเนื้อเต้าหู้จากไร่ถั่วเหลือง… เป็นต้น

ความจริงผมทราบดีว่า… ภาคเกษตรและเกษตรกรฐานรากของประเทศไทยคงทำอะไรประมาณนี้ไม่ได้ ซึ่งผมไม่ได้เสนอไอเดียเพื่อพี่น้องเกษตรกรฐานนั้นหรอกครับ ผมกำลังพูดถึงโมเดลธุรกิจอาหารที่ทำโมเดลขึ้นใหม่แบบครบห่วงโซ่จนได้สินค้าเป็นอาหารพร้อมรับประทาน หรือ สินค้าอาหารแปรรูปอย่างครบวงจรต่างหาก

รายละเอียดในโมเดลลึกๆ ก็คงแล้วแต่ว่าโจทย์เฉพาะของโมเดลว่าคืออะไร… ถ้าสนใจจริงๆ ท่านคงคิดรายละเอียดออกได้ดีกว่าผมแน่ๆ

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Investing Risk Control-

จิตวิทยาและอารมณ์… พื้นฐานการลงทุนให้รวยด้วยคริปโต

ณ ช่วงเวลาที่ราคาสินทรัพย์ลงทุนวิ่งขึ้นสูงที่สุด จะหมายถึงระดับความเสี่ยงได้ขึ้นไปจนชนจุดที่เรียกว่า MAX RISK POINT หรือ จุดเสี่ยงสูงสุด แต่อารมณ์นักลงทุน ณ จุดนั้นกลับอยู่ในภาวะ Euphoria หรือ อิ่มเอิบใจ… และเมื่อราคาสินทรัพย์ลงทุนเริ่มย่อตัวลงจากเหตุผลใดก็ตามแต่ อารมณ์นักลงทุนจะเริ่มเข้าสู่ภาวะวิตกหวั่นไหว หรือ Anxiety… และอารมณ์ของนักลงทุนก็จะยิ่งแย่ลงตามลำดับ เมื่อราคาสินทรัพย์ลงทุนยังลดต่ำลงไปเรื่อยๆ กระทั่งถึงจุดต่ำสุดจนชนจุดที่เรียกว่า MAX FINANCIAL OPPORTUNITY POINT หรือ โซนโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุด แต่อารมณ์ของนักลงทุน ณ จุดนั้นมักจะอยู่ในภาวะ Depression หรือ ซึมเศร้าไปแล้ว… แต่ถ้ารอดหรือผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ อารมณ์นักลงทุนก็จะเริ่มกระปรี้กระเปร่าและโลกสวย หรือ Optimism อีกรอบ… ทั้งๆ ที่ราคาสินทรัพย์กำลังพุ่งขึ้นไปชนจุดเสี่ยงสูงสุดอีกครั้ง

Bitcoin Cash

Bitcoin Cash… P2P Cash Ecosystem ที่เติบโตอย่างเงียบๆ

การสร้าง Bitcoin Cash ขึ้นในปี 2017 ที่เอาข้อมูลทุกอย่างของบิทคอยน์มาปรับปรุงและพัฒนาต่อในคราวนั้น จึงทำให้ทุกคนที่ถือบิทคอยน์ในเวลานั้นได้รับ Bitcoin Cash เท่าจำนวน Bitcoin ที่ถือไว้ทุกบัญชีก่อน Hardfork ไปโดยปริยาย… และการ Hard Fork ครั้งนั้นนำโดย Roger Ver ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น Bitcoin Jesus หรือศาสดาบิทคอยน์ ที่ชุมชนบิทคอยน์เชื่อถือและยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งมาตั้งแต่เกิด Bitcoin ช่วงต้นปี 2009 ที่เป็นรองก็แต่ชื่อ Satoshi Nakamoto

Micro Investors

นักลงทุนรายย่อย… ในวงการอสังหาริมทรัพย์

ส่งท้ายปลายปี 2562 กับความวุ่นวายเล็กๆ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือ ที่ว่าการเขตต่างๆ ที่ผู้คนแห่กันไปจัดการทะเบียนบ้าน เพื่อเกลี่ยการใช้สิทธิ์ครอบครองบ้านหลังแรก ผ่านการจัดการตั้งแต่งานทะเบียนกันก่อน… ทำเอาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองงานล้นมือกันทั้งวัน และหลายที่บัตรคิวหมดโควต้าประจำวันตั้งแต่เช้า

MATTER STANDARD LOGO

ZigBee และ Matter… IoT Standard จาก CSA

CSA กำหนดให้อุปกรณ์ที่ใช้มาตรฐาน ZigBee ยังคงใช้และเรียก ZigBee เช่นเดิม… โดยมาตรฐาน Matter ซึ่งพัฒนามาจากโครงการ Chip ที่กำหนดขึ้นใหม่ ก็จะเป็นมาตรฐานเพื่อการเชื่อมต่อในกลุ่ม Smart Home ซึ่งเป็นเครื่องใช้และอุปกรณ์อัจฉริยะในครัวเรือนเป็นหลัก โดยมีชื่อพันธมิตรรายใหญ่ๆ อย่าง Amazon… Apple… Google และ Samsung และผู้ผลิตสินค้าไฮเทคมากมายเข้าร่วมอย่างอบอุ่น