RSI… Relative Strength Index

RSI 14

Relative Strength Index หรือ RSI เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับใช้ตรวจสอบภาวะ  “Demand/Supply หรือ ตรวจสอบแรงซื้อ/แรงขาย” ของสินทรัพย์ลงทุนผ่านการตรวจสอบ “แรงเหวี่ยง หรือ Momentum” ที่ปรากฏเป็นการแกว่งตัวของราคาสัมพันธ์กับปริมาณการซื้อขาย… ซึ่งจะปรากฏเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเสมอว่า เมื่อมีการ “ขาย” สินทรัพย์ลงทุนต่อเนื่องสะสมเรื่อยๆ ก็จะเกิดภาวะ “ขายมากเกินไป หรือ Oversold ซึ่งจะเห็นราคาสินทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยยะตามแรงขายเสมอ… และในทางตรงกันข้าม หากมีการ “ซื้อ” สินทรัพย์ลงทุนต่อเนื่องสะสมเรื่อยๆ ก็จะเกิดภาวะ “ซื้อมากเกินไป หรือ Overbought” จนทำให้เห็นราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะตามแรงซื้อเสมอเช่นกัน…

ประเด็นก็คือ… ณ ช่วงราคาที่เกิด Oversold และ Overbought จะมีการกลับตัวของราคาซื้อขายเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่… อาจจะเป็นเพียงการกลับตัวชั่วคราวภายในแนวโน้มหลัก แต่หลายกรณีก็อาจจะกลายเป็นการเปลี่ยนทิศทางแนวโน้มหลักได้ด้วย… แรงซื้อ/แรงขายในเขต Oversold และ Overbought จึงใช้ตรวจสอบหา Pivot Zone หรือ จุดกลับตัวของราคาซื้อขายเป็นหลัก… แต่หลายกรณี “อาจจะไม่เกิดการกลับตัวของราคา” ถึงแม้ว่าจะเกิด Oversold หรือ Overbought ขึ้นบนดัชนี RSI แล้ว… นักวิเคราะห์ที่ใช้ RSI จึงต้องดู Chart Patterns คู่กันด้วยเสมอ

Relative Strength Index หรือ RSI จะเป็นตัวเลขที่ได้จากค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 14 พีเรียด หรือ Period มาเฉลี่ยและคูณ–หารเป็นเปอร์เซนต์ออกมา… RSI จึงมีค่าดัชนีระหว่าง 0–100 เสมอ… โดยค่า 0–30 จะหมายถึง Oversold และ ค่า 70–100 จะหมายถึง Overbought

Relative Strength Index หรือ RSI โดยทั่วไปจะเป็นเส้นกราฟแสดงผลแยกรวมอยู่กับกลุ่ม Momentum Indicator นอกหน้าต่างกราฟราคาหลัก บนแพลตฟอร์มชาร์ตราคาสินทรัพย์ลงทุนเกือบทั้งหมดที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน… ส่วนการใช้งาน RSI ในทางเทคนิคของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ นอกจากจะดู Oversold หรือ Overbought แล้ว… นักวิเคราะห์มักจะตรวจสอบ Chart Patterns บน RSI คู่กับ Patterns บนกราฟราคาหลักด้วย โดย Chart Patterns ที่นักวิเคราะห์สนใจ เช่น Double Top / Double Bottom หรือ กราฟสองยอด… Triple Top / Triple Bottom หรือ กราฟสามยอด… Head and Shoulders หรือ กราฟศีรษะและไหล่… Rounding Bottoms / Rounding Tops หรือ กราฟทรงหงาย / กราฟทรงคว่ำ… Cup and Handle หรือ กราฟทรงถ้วยหู… Diamond Pattern หรือ กราฟทรงเพชร… Triangles หรือ กราฟสามเหลี่ยม… เป็นต้น

แต่ Chart Patterns ทั้งหมดผมขอยกไปพูดถึงเฉพาะในโอกาสหน้าครับ… ส่วนการใช้ Relative Strength Index หรือ RSI ซึ่งในการประยุกต์ใช้งานจริง มักจะถูกใช้ “เป็นเพียงส่วนประกอบ” ร่วมกับดัชนีชี้วัดทางเทคนิคตัวอื่นๆ มากกว่า โดยส่วนตัวจึงมองว่า… เพียงรู้ไว้เป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจ “ข้อมูล” จากตลาดเพื่อต่อยอดไปทำความเข้าใจเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบอื่นๆ จนเจอรูปแบบ “ที่ใช่ และ ที่ชอบ” สำหรับตัวเองจะดีที่สุด…

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Rock mining

หินก่อสร้าง… โอกาสและแนวโน้มเหมืองหินโรงโม่

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กำลังพิจารณาแหล่งหินรอบ EEC ในรัศมี 100 กิโลเมตรเพื่อส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดพื้นที่แหล่งแร่หินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งหากผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการก็สามารถประกาศเป็นแหล่งแร่หินอุตสาหกรรมได้… จากนั้นก็เปิดให้เอกชนเข้ามาสำรวจ และขอประทานบัตรต่อไป

Keyless Entry… Smart Home Gadget ที่ต้องมี

ประตูเข้าออก มีอยู่ในบ้านทุกหลัง การมีประตู… มีไว้เพื่อใช้ผ่านเข้าออกและขวางการเข้าออกเป็นหลัก ประตูจึงเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ต้องมีกลไกและอุปกรณ์เพื่อให้สะดวกที่จะผ่านเข้าออกและเชื่อมั่นเมื่อต้องปิดกั้นขัดขวางการผ่านเข้าออกประตู เมื่อถึงยุคของ Smart Home กลไกการเปิดปิดและล๊อคประตูจึงเป็นเรื่องแรกๆ ที่ถูกออกแบบ ประดิษฐ์ ผลิตและติดตั้งใช้งาน

wind-energy

การตั้งโรงไฟฟ้า และ กรณีผลิตไฟฟ้าใช้เองระดับโรงงาน

พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กำหนดให้มีอำนาจในการควบคุมกำกับดูแลกิจการพลังงาน ซึ่งรวมถึงการผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วย ดังนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงหารือกับ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และมีความเห็นร่วมกันว่า ควรกำหนดให้โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าในลำดับที่ 88 ไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 อีกต่อไป เนื่องจากเป็นกิจการพลังงานที่มี พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กำกับดูแลอยู่แล้ว…

Information Overload และ Data Flood

ทรัพยากรดิจิทัลอย่างข้อมูล… สิ่งที่เราเจอกันเป็นส่วนใหญ่หลังจากพยายามเก็บข้อมูลมาระยะหนึ่งก็จะเจอปัญหาว่า… ข้อมูลเยอะมากทั้งที่อยากเก็บมาไว้ใช้ และข้อมูลที่เก็บไว้ใช้ก็มีมากและเริ่มเห็นต้นทุนการดูแลข้อมูลเหล่านี้ ตั้งแต่ค่าเช่าพื้นที่ Cloud Storage ที่ต้องจ่ายรายเดือนกันสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงต้องจ้างคนมาจัดการข้อมูลเยอะแยะที่น่าสนใจเต็มไปหมดเหล่านี้… ที่สำคัญคือ ค่าจ้างหรือเงินเดือนผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลก็แพงและหาตัวยาก ถึงขั้นที่องค์กรใหญ่ๆ ทุนหนาๆ ตั้งทีม Head Hunter ไล่ล่าดึงตัวกันแบบไม่เกรงใจใครก็มี