หินก่อสร้าง… โอกาสและแนวโน้มเหมืองหินโรงโม่

Rock mining

ธุรกิจเหมืองหินและโรงโม่ ถือเป็นธุรกิจต้นน้ำในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานมาแต่ไหนแต่ไร… ซึ่งการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนานั่นนี่ ตั้งแต่ถนนสะพานจนถึงท่อระบายน้ำ ล้วนต้องใช้หินปูนทรายและเหล็กมากมาย

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในพื้น 3 จังหวัดตั้งแต่ชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทรา เขตเดียว… มีตัวเลขประเมินความต้องการหินสูงถึง 100 ล้านตัน… จึงจะเพียงพอสำหรับ 5 โครงการใหญ่ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน… โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3… โครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3… โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก… และการพัฒนาเมืองใหม่…

คุณวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เคยให้สัมภาษณ์สื่อไว้เมื่อปี พ.ศ. 2562 ว่า… ปี พ.ศ. 2563 ได้เตรียมเสนอของบประมาณในการศึกษาความต้องการหินก่อสร้างอย่างละเอียดในพื้นที่ EEC… โดยผลการศึกษาจะระบุชัดเจนว่า แต่ละโครงการจะใช้หินก่อสร้างและหินปูนสำหรับผลิตปูนซิเมนต์ปริมาณเท่าไร?… หินก่อสร้างในพื้นที่ใกล้เคียงเขตก่อสร้าง จะมีเพียงพอหรือไม่?… และต้องการใช้หินก่อสร้างที่มีคุณภาพและมาตรฐานใดบ้างตามสเปคของแต่ละโครงการ?… โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ต้องใช้หินเกรดพิเศษ เช่น หินบะซอล หินแกรนิตที่มีความแข็งแกร่งสูงอยู่ด้วย… ซึ่งโครงการน่าจะใช้เวลา 1 ปี และปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมครับ!

ข้อที่น่าสังเกตุคือ… ผลการสำรวจในโครงการนี้ มีเพียงความต้องการหินก่อสร้างเบื้องต้นในโครงการขนาดใหญ่ ยังไม่รวมการก่อสร้างเมืองใหม่ และการขยายเมืองต่างๆ… ดังนั้นจึงต้องศึกษาเพื่อให้รู้ปริมาณอย่างละเอียดว่า ในพื้นที่ EEC ต้องการหินก่อสร้างแต่ละชนิดกี่ตัน?… หากพบว่าไม่พอจะจัดหาจากที่ไหนเพิ่ม?… เพื่อไป “กำหนดเขตแหล่งแร่” ในการให้อาชญาบัตรสำรวจ และประทานบัตรประกอบกิจการเหมืองหิน เพื่อให้เพียงพอต่อทุกโครงการในอีอีซี

จากการประเมินเบื้องต้น… หินก่อสร้างยังเพียงพอต่อการรองรับโครงการ EEC ในระยะสั้น และจะหาแหล่งหินก่อสร้างให้เพียงพอในระยะยาว โดยในพื้นที่ 3 จังหวัดใน EEC ยังคงมีแหล่งหินก่อสร้างที่สามารถขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นได้

คุณนคร ศรีมงคล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุดิบอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมไว้ว่า… จากการประเมินเบื้องต้นอีก 4 โครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC ได้แก่ การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางถนน 90 โครงการ… การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางราง 9 โครงการ… การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำ เช่น ท่าเรือต่างๆ 19 โครงการ… และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และระบบโลจิสติกส์… มูลค่ารวม 9.47 แสนล้านบาท… คาดว่าจะใช้หินก่อสร้างทุกชนิดรวมไม่ต่ำกว่า 100 ล้านตัน ภายในระยะเวลา 5 ปี คือ พ.ศ. 2560-2565… หรือใช้หินก่อสร้างเพิ่มประมาณปีละ 20 ล้านตัน จากภาวะปกติที่ในพื้นที่ EEC จะมีการใช้หินก่อสร้างประมาณ 24-25 ล้านตัน หรือรวมแล้วในช่วง 5 ปีนี้ จะใช้หินก่อสร้างปีละ 45-50 ล้านตัน

เมื่อเทียบกับแหล่งเหมืองหินที่ผลิตอยู่ในปัจจุบันมั่นใจว่า จะมีเพียงพอต่อความต้องการในช่วง 10 ปีนี้ ทั้งหินปูน หินผสมคอนกรีต หินโรยทางรถไฟ หินคลุก หินผสมยางมะตอย หินเรียงท่าเรือชายฝั่ง

ส่วนแผนระยะยาวจะต้องหาแหล่งหินก่อสร้างเพิ่ม โดยในปัจจุบันมีคำขอต่ออายุประทานบัตรแร่หินก่อสร้าง การขอประทานบัตรใหม่ การขออาชญาบัตรสำรวจ รวมทั้งยังได้ส่งเจ้าหน้าที่ของ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่… ออกไปสำรวจแหล่งหินก่อสร้างในพื้นที่ EEC เพิ่มขึ้นอีก 3 แหล่ง ซึ่งเป็นหินแกรนนิตเกรดที่ใช้กับโครงการรถไฟ และรถไฟความเร็วสูงจะรองรับความต้องการก่อสร้างในภาวะปกติได้อีก 20 ปี

ฝั่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็กำลังศึกษาโครงการถมทะเลบริเวณแหลมฉบัง 3,000 ไร่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งเป็นการบ้านที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จะต้องไปศึกษาว่า จะต้องใช้หินก่อสร้างเพื่อถมทะเลอีกจำนวนเท่าไร?…

สรุปว่า…กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กำลังพิจารณาแหล่งหินรอบ EEC ในรัศมี 100 กิโลเมตรเพื่อส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดพื้นที่แหล่งแร่หินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งหากผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการก็สามารถประกาศเป็นแหล่งแร่หินอุตสาหกรรมได้… จากนั้นก็เปิดให้เอกชนเข้ามาสำรวจ และขอประทานบัตรต่อไป

ข้อมูลที่นำเสนอไปเป็นข้อมูลเตรียมงานกันตั้งแต่ปีที่แล้วครับ… และเป็นกรณีการประเมินแค่พื้นที่เดียว ซึ่งภาพรวมการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศรวมกัน… คงต้องการหินในปริมาณมหาศาลกว่านี้มาก และผมกำลังจะบอกว่า จับตาประทานบัตรเหมืองหินในยุคปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานชาติครั้งใหญ่รอบนี้ให้ดี เพราะวงการนี้ถือว่า “หิน” ไม่ธรรมดามาแต่ไหนแต่ไรทุกมิติ!!!

อ้างอิง

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/844687
http://www1.dpim.go.th/wbd/question.php?gid=00000959

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

The High Line

The High Line… New York

The High Line กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสุดสร้างสรรค์ไปแล้วสำหรับ New Yorker หรือชาวนิวยอร์ค หรือแม้แต่นักท่องเที่ยว รวมทั้ง Spider Man Game ก็มีฉาก The High Line Park ให้โหนใยเล่นด้วย เพราะ Spider Man ก็เป็น New Yorker…

Industrial Park

คณะรัฐมนตรีอนุมัติเพิ่ม 6 เขตเศรษฐกิจพิเศษในอีอีซี

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 6 แห่ง และ เปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 1 แห่ง ตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ เพื่อเพิ่มจุดแข็งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และ รองรับการลงทุนในอนาคต 

PancakeSwap

PancakeSwap

PancakeSwap เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างด้วยการ Fork SushiSwap ของ Chef Nomi โดย Anonymous Developers หรือ กลุ่มนักพัฒนานิรนาม ซึ่งใช้เพียงผู้ตรวจรับรองระบบที่เชื่อถือได้อย่าง CertiK เท่านั้นในการอ้างอิง… PancakeSwap จึงเป็นแพลตฟอร์ม Smart Contract สมบูรณ์แบบ และ ได้ชื่อว่าเป็น Automated Market Making System ที่น่าจับตามากที่สุดอีกหนึ่งแพลตฟอร์ม

URUS Token

Aurox และ URUS Token

Aurox เป็นแพลตฟอร์ม DeFi และ Trading Services ที่ออกแบบระบบบนโมเดล Lending โดยให้บริการผ่าน Aurox Lend ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกู้ยืมด้วย URUS Token และ ยังให้บริการแพลตฟอร์มการเทรดลงทุนผ่าน Aurox Terminal ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้บริการชาร์ตหลักทรัพย์คล้ายบริการซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือ Trading ผ่านโบรกเกอร์ เพียงแต่บริการของ Aurox Terminal สามารถเชื่อมต่อกับบัญชีเทรดที่สมาชิกมีอยู่กับแพลตฟอร์มเทรดยอดนิยมทั่วโลกกว่า 60 แห่งโดยตรง