Robotization… หลบหน่อยหุ่นยนต์มา!

ผมกลับไปรื้อดู bookmark เก่าที่ผมเก็บไว้นานจนลืม… เป็นบทความจากเวบไซต์ Forbes.com ที่เผยแพร่ไว้ตั้งแต่ กลางตุลาคม 2017 ชื่อเรื่องว่า “The 4 Ds Of Robotization: Dull, Dirty, Dangerous And Dear

ที่ผมเก็บบทความนี้ใส่ bookmark เอาไว้เพราะผู้เขียนได้เปิดมุมมองงาน 4 จำพวกที่มนุษย์เลือกให้หุ่นยนต์ทำงานแทนแน่ๆ…

  • อันแรกคือ Dull jobs หรืองานน่าเบื่อหน่าย
  • อันดับต่อมาคือ Dirty jobs หรืองานสกปรก
  • อันดับที่สามคือ Dangerous jobs หรืองานอันตราย
  • และสุดท้ายคือ Dear jobs หรือ งานที่ใช้คนทำแพงกว่า ช้ากว่า ผิดพลาดมากกว่า

ซึ่งจะว่าไปแล้วงานทั้ง 4 ประเภท… เป็นงานซึ่ง มนุษย์เองก็ไม่ได้กลัวถูกแย่งงานเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย… หลายวงสนทนาเกี่ยวกับ Robotization หรือยุคหุ่นยนต์ครองเมืองที่หลายๆ ฝ่ายวิตกว่า… อาจจะสร้างปัญหาซับซ้อนให้สังคมมนุษย์ได้อีกนั้น

หลายเวทีที่ผมได้ออกความเห็น… หลายประเด็นผมไม่ได้เห็นด้วยกับความกังวลใจที่หุ่นยนต์จะเข้ามาเป็นสมาชิกของสังคมมนุษย์

โดยเฉพาะประเด็นการแย่งงาน… บ่อยครั้งผมจึงอ้างถึงงาน 4 จำพวกที่มนุษย์เองไม่ได้กังวลเรื่องถูกแย่งงานไปทำแม้แต่น้อย อย่างงานสกปรก อันตรายและงานน่าเบื่อหน่าย… และมนุษย์ก็ทำงานเร็วๆ แม่นยำสูงๆ ไม่ได้แม้แต่เสี้ยวหนึ่งที่หุ่นยนต์ทำได้ด้วยซ้ำ… และผมบอกทุกคนเสมอว่า… แท้จริงแล้วมนุษย์ “กลัวไม่มีอาชีพทำมาหากินและสร้างรายได้ เลี้ยงตัวหรือเลี้ยงครอบครัวมากกว่า” งานหลายอย่างมนุษย์เองไม่ได้ต้องการจะทำอยู่แล้วตั้งแต่ต้น… และยิ่งใครที่เป็นมนุษย์ที่พัฒนาตัวเองด้วยความรู้ใหม่ๆ สังคมใหม่ๆ ช่องทางทำมาหากินใหม่ๆ… ผมไม่เชื่อว่าคนแบบนี้ต้องมานั่งกลัวเครื่องจักร หรือหุ่นยนต์แย่ง “อาชีพ”

นี่คือยุค Digital Disruption ที่มีทางรอดเดียวเพื่อไม่ให้โดนทิ้งไว้ข้างหลังคือออกจาก Comfort zone เดิมๆ ที่หลายคนไม่เคยต้องพัฒนาตัวเอง เพื่อเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ใหม่กว่าและมีศักยภาพมากกว่า

จากการศึกษาของ Oxford Economists ระบุว่า เฉพาะประเทศจีนประเทศเดียว ภายใน 11 ปีนับจากนี้ จะมีหุ่นยนต์เพิ่มขึ้น 14 ล้านตัว และรูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติเพิ่มขึ้น ซึ่งผลดีในแง่เศรษฐกิจนั้นมีแน่ เพราะข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า การนำ Robots มาใช้อาจทำให้ GDP ของโลกเติบโตขึ้น 5.3% ภายในปี 2030 หรือเท่ากับว่า… จะมีเงินเพิ่มเข้ามาในระบบเศรษฐกิจราว 4.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030

ข้อมูลชิ้นนี้ชี้ว่า… หุ่นยนต์สร้างการเติบโตเชิงเศรษฐศาสตร์ให้มนุษย์อย่างเราท่านได้มากกว่าจะน่ากลัวแบบคิดยังไงก็คุ้ม!!!

ผมเกริ่นมายาวมากเพื่อที่จะวกมาที่แวดวงอสังหาริมทรัพย์ กับการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาวงการอสังหาริมทรัพย์ ให้ก้าวไปอีกขั้น…

สมมุติว่าทุกท่านที่อ่านบทความนี้ของผม… เป็นเจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้รับเหมา ผมเชื่อว่า พวกท่านจะเห็นงานน่าเบื่อมากมาย ที่เราต้องจ้างคนมาทำ และหลายครั้งได้ผลงานที่ทำเราเหนื่อยและเบื่อหนักเข้าไปอีก… งานสกปรก งานอันตรายก็มีอยู่มากมายตั้งแต่เตรียมก่อสร้างจนถึงงานซ่อมบำรุง

ซึ่งทางเดียวที่เป็นทางออกคือการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาทดแทนให้ได้มากที่สุด!

ประเด็นก็คือ… วันนี้ท่านพร้อมจะลุยเลยมั๊ย หรือต้องรอให้ใครๆ เขานำหน้าไปก่อนดีกว่า?

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

915Labs

Microwave Assisted Thermal Sterilization… เทคโนโลยียืดอายุอาหาร

Microwave Assisted Thermal Sterilization หรือ MATS เป็นเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อและบรรจุอาหาร โดยใช้คลื่นไมโครเวฟความยาวคลื่น 915 MHz เพื่อฆ่าเชื้อในขั้นตอนการบรรจุอาหารนั้น… MATS จะรักษาความสดของอาหารได้มากกว่าการฆ่าเชื้อด้วยเครื่องรีทอร์ทอย่างชัดเจน

หินปลาวาฬ บึงกาฬ

บึงกาฬฮับ…

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวระหว่างเปิดโครงการนำการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนนที่ จ.บึงกาฬ ว่า… ภารกิจของคมนาคมมีการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬ มีโครงการถนนที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศ และเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่กระทรวงคมนาคมจัดงบประมาณให้มากถึง 9,853 ล้านบาท

RoomBus

Roombus และ RoomOS

Roombus เป็น Startup จาก Los Angeles ที่ก่อตั้งในปี 2018 นี่เอง… ข้อมูลบน CrunchBase.com ระบุว่ายังอยู่ในระยะ Pre-seed หรือระยะพัฒนาโมเดลธุรกิจและหานักลงทุนอยู่… และผมเอารูปของ Roombus มาแบ่งปันหลายๆ ท่านที่สนใจโมเดลทำนองนี้ โดยเฉพาะประเด็น Smart Home จริงๆ

Never Give Up. Today Is Hard, Tomorrow Will Be Worse, But The Day After Tomorrow Will Be Sunshine – Jack Ma

Alibaba ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 ด้วยวิสัยทัศน์การเป็นตลาดกลางแบบค้าส่งในจีนเป็นภาษาอังกฤษ… ซึ่ง Jack Ma และทีมตั้งต้นนำ Alibaba.com เปิดตัวในช่วงเดือนเมษายน ปี 1999 ด้วยโมเดลธุรกิจแบบ B2B หรือ Business–to–Business และอีกหนึ่งปีต่อมา… Softbank โดย มาซาโยชิ ซน หรือ Masayoshi Son ก็ใส่เงินลงทุนก้อนแรก 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ Alibaba ในฐานะ Angel Fund…