ข้าวไทยในเวทีโลก

ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ผมเก็บข่าวคุณเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ที่ออกมาส่งสัญญาณถึงความผันผวนตกต่ำ ของตลาดส่งออกข้าวจากปัจจัยหลายอย่าง ตั้งแต่ภัยธรรมชาติอย่างภัยแล้ง รวมทั้งวิกฤต COVID19 และสภาวะเศรษฐกิจการค้าข้าวโลก ที่มีการแข่งขันในเรื่องคุณภาพ ราคาและปริมาณ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค จนทำให้ยอดการส่งออกข้าวไทยลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

ในภาวะปกติ… แต่เดิมประเทศไทยสามารถส่งออกข้าวได้ ประมาณ 9–9.5 ล้านตันต่อปี… สถานการณ์ในปี พ.ศ. 2562 ไทยส่งออกข้าวรวมได้เพียง 7.58 ล้านตัน… โดยสถิติการส่งออกช่วงเดือน มกราคม–เมษายน ปี พ.ศ. 2562 ไทยส่งออกข้าวได้ 3.11 ล้านตัน… ในขณะที่ช่วงเดือน มกราคม–เมษายน ของปี พ.ศ. 2563 ไทยส่งออกข้าวได้เพียง 2.11 ล้านตัน

หายไปหนึ่งล้านตัน หรือ –32.15% ตั้งแต่หัวปีทีเดียว

ล่าสุด… คุณเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ก็ออกมามาพูดเพิ่มเติมอีกว่า… ปีนี้ข้าวอินเดียถูกลงมากจากค่าเงินรูปีของอินเดียอ่อนค่า ซึ่งสวนทางกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องจนราคาข้าวไทย แพงกว่าข้าวจากประเทศคู่แข่งส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอินเดียที่ทำยอดส่งออกแซงประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยตัวเลขราว 14 ล้านตัน… ในขณะที่ข้าวไทยประเมินตัวเลขถึงสิ้นปี น่าจะส่งออกได้เพียง 6.5 ล้านตันเท่านั้น… และจะเป็นปีแรกที่ประเทศส่งออกข้าวอันดับหนึ่ง ทำยอดได้มากกว่าอันดับสองกว่าเท่าตัวแบบนี้

อย่างไรก็ตาม… งานวิจัยจากกรุงศรีรีเสิร์ชเผยแพร่ไว้เมื่อปี พ.ศ. 2560 ระบุว่า… การค้าข้าวในตลาดโลกมีสัดส่วนราว 8–9 % ของผลผลิตทั้งหมด หรือเฉลี่ยประมาณ 42–43 ล้านตันข้าวสาร ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีประเทศผู้ส่งออกหลัก คือ ไทย อินเดีย และเวียดนาม

ประเทศไทยมีพื้นที่นาข้าวประมาณ 60 ล้านไร่ทั่วประเทศ มีผลผลิตข้าวเปลือกประมาณ 30–32 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 20 ล้านตันข้าวสาร โดยการปลูกข้าวของไทยในสัดส่วนประมาณ 85% ของผลผลิตทั้งหมดพึ่งน้ำฝน  โดยมีช่วงเวลาเพาะปลูกในฤดูฝนเดือน กรกฎาคม–กันยาย ของทุกปี และเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปี เรียกว่า “ข้าวนาปี” ซึ่งได้ผลผลิตทั้งข้าวเจ้า ข้าวหอมมะลิ และ ข้าวเหนียว ส่วนอีก 15% เป็นข้าวที่ปลูกนอกฤดูเพาะปลูกปกติ โดยอาศัยน้ำจากระบบชลประทานเรียกว่า “ข้าวนาปรัง” มักเป็นการเพาะปลูกข้าวเจ้าในภาคเหนือและกลาง 

การบริโภคข้าวของไทยมีประมาณปีละ 10 ล้านตันข้าวสาร หรือครึ่งหนึ่งของผลผลิตข้าวสารทั้งหมด ที่ผ่านมาการบริโภคในประเทศมีอัตราการเติบโตต่ำ แต่เป็นตลาดที่ค่อนข้างแน่นอน ทำให้ผู้ส่งออกข้าวบางรายหันมาทำตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดส่งออก 

ปัจจุบันการค้าข้าวสารบรรจุถุงผ่านช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ Modern Trade มีสัดส่วนถึง 65–70% ของข้าวสารที่จำหน่ายในประเทศ และมีผู้ประกอบการประมาณ 200 ราย… มีข้าวสารบรรจุถุงจำหน่ายในประเทศมากกว่า 250 แบรนด์

ผมเอาข้อมูลสองสามชุดมาบอกเล่าพร้อมกันเพื่อตั้งข้อสังเกตไว้ว่า… ตลาดการค้าข้าวส่งออกหลังจากนี้ไปคงต้องคิดกันใหม่หลายอย่าง ตั้งแต่การเตรียมที่นาปลูกข้าวจนถึงสีข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร… และตลาดข้าวในประเทศน่าจะสำคัญยิ่งขึ้นกว่าหลายปีก่อน เพราะผู้ส่งออกหลายรายหันกลับมามองตลาดในประเทศกันแล้วทั้งสิ้น… 

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

ที่ดินเปล่า! การลงทุนที่ไปได้ไกลเท่าจินตนการ

การลงทุนที่ดินเปล่าแบบซื้อแล้วถือยาว รอราคาสูงขึ้นจนพอใจ และขายออกทำกำไรจากการเติบโตของสินทรัพย์ เป็นรูปแบบการลงทุนที่แสนคลาสสิค ในช่วงสิบปีมานี้ ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ถีบตัวสูงขึ้นทุกพื้นที่ ลามออกไปถึงปริมณฑล

BULL BEAR

ส่องหุ้นอสังหาก่อนปี 2020

ผมห่างหายจากตลาดหลักทรัพย์และห้องค้ามานาน ถึงแม้ว่าการซื้อขายหุ้นในปัจจุบันจะง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก… ผมเลิกสนใจหุ้นมาตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งที่บาดเจ็บเช่นเดียวกับเพื่อนฝูงหลายๆ ท่านที่ผมรู้จัก… พร้อมๆ กับบทบาทหน้าที่หลายอย่างหลังช่วงเวลานั้น… ต่อเนื่องยาวนานจนผมกลายเป็นคนฝั่งสตาร์ทอัพ ที่สไตล์การทำงานจะมีรูปแบบที่โฟกัสเป้าหมายเดียวสุดๆ ในแต่ละช่วงเวลา และตัด Noises เพื่อให้ Total Movement เรียบรื่นแบบ Lean Startup

Thailand Plus

Thailand Plus… อีกขั้นของแอพหมอชนะ

Thailand Plus เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาต่อยอดมาจากแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” ที่คนไทยใช้กันอยู่ ตัวแอพใช้เทคโนโลยีระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ หรือ GPS ร่วมกับเทคโนโลยี Bluetooth ในการระบุตำแหน่งสถานที่ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ และ ยังต้องใช้การสแกน QR Code เพื่อ Check-in ตามสถานที่ต่างๆ ที่นักเดินทางถูกขอให้เคร่งครัด และ ปฏิบัติตาม

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในลาว…

นักลงทุนที่สนใจ สปป. ลาว ควรลงทุนในลักษณะกิจการร่วมทุน โดยแขวงที่มีศักยภาพในการลงทุน คือ แขวงนครหลวงเวียงจันทน์ สะหวันนะเขต หลวงพระบาง และจำปาสัก และควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่พักอาศัย