Return On Research Capital… คุ้มแค่ไหนที่จะวิจัยและพัฒนา

research and development

ถ้าพูดถึงการวิจัยและพัฒนา หรือ Research and Development สำหรับองค์กรในประเทศไทยทั้งรัฐและเอกชน โดยเฉพาะหน่วยงานที่ถืองบประมาณไว้เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ที่มุ่งหวังผลผลิตอันสามารถ “ขอรับสิทธิบัตร” ซึ่งต้องมีการพัฒนาหรือออกแบบสิ่งประดิษฐ์อันเป็นนวัตกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ จนได้ถือสิทธิบัตรเหนือผลงานที่สร้างขึ้น… องค์กรไทยและคนไทยดูเหมือนจะอ่อนด้อยในการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ ยิ่งกว่าศักยภาพอันอ่อนด้อยในการศึกษาค้นคว้าและวิจัย เพียงเพื่อสร้างและสะสมความรู้ใหม่ๆ ขึ้นใช้เองในชาติ

ซึ่งแม้แต่ฝั่งเอกชนที่คล่องตัว ทุนหนาและค้าขายเก่ง… ก็ดูเหมือนจะไม่สนใจการลงทุนทำ R&D หรือ Research and Development เพื่อพัฒนาอะไรด้วยตัวเองเท่าไหร่… เพราะไป Shenzhen หรือ เชินเจิ้น ก็หาได้ทุกอย่าง โดยไม่ต้องมาลงทุนทำ R&D ที่เชื่อได้ยากว่าจะคุ้มค่าและคืนทุน… ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่มีตรงไหนให้ตำหนิใครได้

แต่ข้อเท็จจริงที่ต้องตระหนักไว้บ้างก็คือ… ผลสำเร็จของ R&D ถือเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ หรือ Competitive Advantage ที่ชัดเจนและโดดเด่นที่สุด… ซึ่งกลุ่มธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการทุ่มทุนทำ R&D อย่างชัดเจนจนได้โมเดลธุรกิจบน Supply Chain ของตัวผลิตภัณฑ์ยึดโยงกันอย่างน่าตื่นตะลึง…  ตัวอย่างกรณีการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของบริษัทยา ซึ่งสินค้าประกอบอย่างเข็มพร้อมหลอดฉีดยา และ บรรจุภัณฑ์เพื่อส่งมอบวัคซีนแต่ละชุด… ส่วนใหญ่จะไม่ใช่สินค้านวัตกรรมจากการลงทุนทำ R&D โดยตรง แต่จำเป็นต่อการส่งมอบวัคซีนให้ถึงมือลูกค้า ซึ่งในทางบัญชีมักจะทำกำไรเงียบๆ ให้ได้มากยิ่งกว่าตัววัคซีนเสียอีก

การวางแผนลงทุนทำ R&D จึงมีแต่นักบริหารที่มองภาพใหญ่เป็น และ อยู่ในวิสัยการตัดสินใจลงทุนในระบบนิเวศน์ขนาดใหญ่ได้เท่านั้นที่จะคิดถึงการทำ R&D เพื่อปั้นโมเดลธุรกิจ… ซึ่งหลายแห่งก็จะมีเคล็ดลับในสมการ Return On Research Capital ที่ไม่มีใครเปิดเผย และ เป็นความลับทางการค้าจริงๆ ซึ่งคนทำธุรกิจส่วนใหญ่ แทบจะไม่ได้รับรู้ถึงความสำคัญและการมีอยู่ของตัวเลข RORC หรือ Return On Research Capital ด้วยซ้ำ… โดยเฉพาะธุรกิจที่เน้นซื้อมาขายไปเอาส่วนต่างราคาง่ายๆ

ประเด็นก็คือ… Return On Research Capital มีตัวแปรซับซ้อนในการประเมินหาผลตอบแทนการลงทุน โดยเฉพาะตัวแปรเรื่องรอบบัญชีในทำนอง ลงทุนปีนี้ให้กำไรปีหน้า หรือ ไกลกว่านั้น… ซึ่งนักบัญชีโลกสวย และ นักบริหารสายสเตทเม้นท์สุขสบายตา มักจะไม่ปลื้มและให้คะแนนความเสี่ยงจนงาน R&D ตายไปจากนโยบายการลงทุนของธุรกิจส่วนใหญ่

ส่วนสูตรการประเมิน RORC หรือ Return On Research Capital แบบมาตรฐานที่ใช้ทั่วไปก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนในทางทฤษฎี สูตรที่ว่าคือ…

โดย… Current Year Gross Profit คือ กำไรสุทธิของปีปัจจุบัน… และ Previous Year R&D Expenditure คือ ค่าใช้จ่าย หรือ งบประมาณ R&D ของปีก่อนหน้า

ส่วนกลยุทธ์ทางบัญชี และ แผนภาษีธุรกิจที่มี R&D สอดไส้แบบหลายกระเป๋า ทั้งกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา กระเป๋าบน กระเป๋าล่าง และ กระเป๋าลับ… ซึ่งเป็นความซับซ้อนในทางปฏิบัติที่ค่อนข้าง Advanced และ ล้ำลึกที่มีแต่คนเคยเห็นหรือเคยเจอเท่านั้นที่จะเห็นภาพชัด… ขอข้ามที่จะพูดถึงในตอนนี้ครับ!

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Cryptocurrency กับอสังหาริมทรัพย์

ถือว่าเป็นตอนต่อของเมื่อวานก็แล้วกันน๊ะครับ… ไหนๆ ก็แตะ Libra coin แบบอดใจไม่ไหวไปแล้ว… พอดีผมเจอบทความบน meduim.com ที่ขึ้นพาดหัวว่า “The Risks and Benefits of Cryptocurrency in Real Estate Transactions” ที่ผมคิดว่า… นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของความตื่นตัวเพื่อปรับตัวในยุคดิจิตอล ที่ความเร็วในการปรับเปลี่ยนตั้งแต่สิ่งที่คิดจนถึงสิ่งที่ทำ มีความหมายกับการอยู่รอดและเติบโตในธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด

Food Trucks…

ปรากฏการณ์ Food Trucks ซึ่งคนขายอาหารพอมีความรู้และเงินลงทุนจึงเบ่งบานต่อยอด รูปแบบการขายอาหารริมทางบนรถเข็นไปเป็นรถยนต์ และวิกฤตโควิดปี 2020 จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ธุรกิจอาหารเคลื่อนที่ได้อย่าง Food Trucks จะเบ่งบานแข่งกับ Ghost Kitchen ที่ผู้เล่นทั้งหน้าใหม่และรายย่อย ทั้งทุนหนาและต้องหาเงินกู้มาเริ่มงาน… ต่างโดดลงสนามอาหารริมทางกันอย่างคึกคัก

SleepTech

SleepTech อีกขั้นของการนอน

ในขณะที่การนอนหลับช่างสำคัญที่เราต้องใช้อายุขัยอย่างน้อย 1/3 ของชีวิตเราไปกับการนอน… และตลาดที่อยู่อาศัยทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อการนอน… แต่จะมีที่อยู่อาศัยที่ออกแบบเพื่อ “คุณภาพการนอน” ซักแค่ไหน

Confucius

Everything Has Beauty, But Not Everyone Can See ~ Confucius

ขงจื่อจึงได้ชื่อว่าเป็นนักการศึกษาคนแรกของจีนที่ตั้งสถาบันการศึกษาขึ้น แถมเรียกเก็บค่าเล่าเรียนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และยังทำงานวิจัยค้นคว้าและพัฒนาตำรามากมายที่นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า ตำราจากสำนักขงจื่อต้นฉบับที่บันทึกบนจู๋เจี่ยน หรือ 竹简 หรือแผ่นไม้ไผ่ สูญหายไปมากมาย ซึ่งการค้นคว้าจำนวนมากชี้ว่า สำนักขงจื่อสอนทั้ง คัดลายมือรัฐศาสตร์ ดนตรี ยิงธนู ขับรถศึก คณิตศาสตร์ และยังสอนคุณธรรมจริยธรรม พัฒนาความคิดจิตใจรอบด้าน