ROWE, Hybrid Workplace และทำงานให้สำเร็จ

Hybrid Workplace

การเล่นคำในภาษาไทยอย่างคำว่า “งานเสร็จ” กับ “งานสำเร็จ” กำลังได้รับการบอกเล่าและตีความในยุคที่ รูปแบบการทำงานระดับองค์กรเปลี่ยนไปฉับพลันในช่วงรับมือโรคระบาด ที่องค์กรส่วนใหญ่ควักเงินลงทุนไปกับ “Work From Home” กันเต็มที่พร้อมๆ กับการปรับตัวแบบหักดิบหลายกรณี เพื่อพาธุรกิจและองค์กรผ่านอุปสรรคเรื่องการพบปะเดินทางที่ไม่เหมือนเดิม จนวัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนแปลงฉับพลันกันถ้วนทั่วโดยปริยาย

หลายการพูดคุยช่วงนี้ของผู้นำธุรกิจระดับเกี่ยวข้องกับการกำหนดทิศทางองค์กร จึงเปิดประเด็นพูดคุยแลกเปลี่ยน สาระ ทิศทางและองค์ประกอบในการปรับองค์กร เพื่ออย่างน้อยก็ไม่ขวางทิศทางและแนวโน้มที่เป็นอนาคตอย่างแท้จริงที่เชื่อมั่นได้… คำว่า Results Oriented Work Environment หรือ ROWE หรือโรวี จึงมีการพูดถึงกันมากในช่วงนี้

ประเด็นเวลาทำงานปกติแบบเดิมที่องค์กรส่วนใหญ่ ออกแบบไว้ที่ 40-48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในสถานประกอบการ สำนักงานหรือพื้นที่ประกอบการตามที่กำหนด แล้วแต่งานและบทบาท ซึ่งแต่เดิม การทำงานในสำนักงานหรือสถานประกอบการก็เพื่อ “จัดการข้อมูล” ที่ต้องใช้ทั้งการประสานงานและเครื่องไม่เครื่องมือที่สถานประกอบการณ์หรือองค์กร ลงทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ซึ่งปัจจุบัน “การไหลของข้อมูลทั้งหมดสามารถจัดการบน Digital Pipeline ได้หมด” แถมด้วยห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ยังมีการปรับไปสู่ Digital Pipeline เดียวกันบนอินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น

หลายท่านจึงพบว่า งานและกิจกรรมหลายอย่างในบริษัทหรือองค์กรก็ “เสร็จได้ราบรื่น” ไม่ต่างจากเดินทางมาทำที่สำนักงานเหมือนแต่ก่อน… ทำให้กิจการน้อยใหญ่สมัครใจจะปรับโมเดลการทำงานให้ยืดยุ่นพอที่จะ Work From Everywhare กันอย่างคึกคัก…

การออกแบบงานอ้างอิงชั่วโมงทำงานแบบเดิม จึงต้องเปลี่ยนเพราะควบคุมเวลาทำงานของทีมแบบเดิม หรือแบบ “นัดประจำมาทำงาน” ไม่จำเป็นอีกแล้ว ทำให้กฏการมาทำงานพร้อมกันและเลิกงานพร้อมกันต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิม… 

ROWE ทำงานโดยการประเมิน “ประสิทธิภาพและผลงาน” ของพนักงานหรือทีม โดยไม่สนใจตัวแปรชั่วโมงการทำงานและให้อิสระกับคนทำงานมากกว่าเดิม 

ประเด็นสำคัญก็คือ ROWE ไม่เหมาะกับงานทุกงานหรือทุกตำแหน่งในองค์กรแน่ๆ และ ROWE ไม่เหมาะกับภาระงานที่ต้อง “สำเร็จ” ด้วยทีมที่ต้องร่วมมือใกล้ชิด… คำแนะนำเรื่อง ROWE จึงต้องปรับองค์กรให้เป็น Hybrid Workplace และกำหนดให้ “งานสำเร็จ” เป็นดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพและผลงาน ซึ่ง “งานเสร็จ” เพราะหมดภาระหน้าที่ อาจจะไม่เหมาะกับ ROWE Cultured ที่กำลังพูดถึงกันอยู่เท่าไหร่

Results Oriented Work Environment หรือ Results Only Work Environment หรือ ROWE เป็นกรอบกลยุทธ์การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ หรือ Human Resource Management Strategy ที่พัฒนาโดย Jody Thompson และ Cali Ressler ที่พัฒนา Results Only Work Environment ใช้กับธุรกิจค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่าง Best Buy ช่วงปี 2003 เพื่อปรับวัฒนธรรมการทำงานใน Best Buy โดยใช้ชื่อแคมเปญว่า CultureRx และต่อมา Jody Thompson ก็พัฒนาจนกลายเป็นสถาบันหลักของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในชื่อ CultureRx นั่นเอง

Jody Thompson, CEO at CultureRx

ปัจจุบัน CultureRx ได้รับการยอมรับและปรับใช้ในองค์กรธุรกิจยักษ์ใหญ่ทั่วสหรัฐและทั่วโลก… ท่านที่สนใจแนวทาง ROWE สามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้ที่ GoRowe.com ครับ

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

ดอกเบี้ยเงินฝาก… ความหวังถัดมาของวงการอสังหาริมทรัพย์ 

ตลาดเงินตลาดทุนช่วงนี้ถือว่า… ปั่นป่วนในมุมมองของผมมาก เพื่อนฝูงหลายท่านที่ทำงานประจำ กำลังวุ่นวายกับกองทุนที่ปีนี้น่าจะเป็นปีสุดท้าย ที่คนมีเงินเย็นจะต้องคิดหนักเรื่องหาที่พักเงิน ถ้า… สุดท้ายแล้ว การซื้อกองทุนเพื่อใช้ลดภาษีจะไม่มีอีกแล้วในปีถัดไป

Micro Mobility… ปัญหาและโอกาสใน Smart Cities

ปัญหาการเดินทางในเมือง เป็นประเด็นใหญ่ที่สร้างห่วงโซ่ปัญหามากมายให้ทุกเมืองทั่วโลก… ลองนึกเล่นๆ กันดูน๊ะครับว่า ตั้งแต่ออกจากบ้านหรือที่พักจนกระทั่งกลับ ท่านเดินทางและใช้พาหนะเดินทางเฉลี่ยกี่กิโลเมตร และใช้เวลากับการเดินทางเท่าไหร่

bangkok wire

ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร… เสาไฟและสายสื่อสาร

ปัญหาเรื่องภูมิทัศน์เมืองว่าด้วยเสาไฟฟ้าและสายสื่อสาร ที่แม้แต่คนดังอย่าง Bill Gates ยังเคยโพสต์ภาพสายไฟสภาพสุดยุ่งเหยิงในประเทศไทยลงโซเชียลมีเดีย พร้อมวิจารณ์ว่า… สภาพสายไฟยุ่งเหยิงแบบนี้สะท้อนการจัดการเชิงโครงสร้างที่ไม่ตอบสนองคนใช้ไฟฟ้า และเป็นที่มาของปัญหาไฟฟ้าดับบ่อย

Home Market Research Reports

แนวโน้มทั่วไปตลาดที่อยู่อาศัย จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์คาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2563 จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศจำนวน 311,719 หน่วย ลดลง -16.7% จากปี 2562 มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์รวม 746,206 ล้านบาท ลดลง -14.8% จากปี 2562