เลือกทำเลและวางแผนทำร้านอาหารอย่างไรให้เหนื่อยน้อย

Business ocation

ธุรกิจอาหารและ ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ใครหลายๆ คนคิดและอยากจะเป็นเจ้าของ ซึ่งการเปิดร้านอาหารไม่ใช่ของยากสำหรับคนที่ทำอาหารเป็น โดยเฉพาะคนที่เคยทำงานในร้านอาหารมาก่อน… แต่การทำร้านอาหารให้อยู่ได้จนถึงขายดีสำหรับมือใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย… โดยเฉพาะร้านที่ต้องจ่ายค่าเช่าราคาสูงอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ… ซึ่งทำเลร้านอาหารถือว่าเป็นโมเดลค่าเช่าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดโมเดลหนึ่ง ในขณะที่คนทำร้านอาหารที่ต้องจ่ายค่าเช่า ไปกับทำเลที่คนผ่านน้อยกำลังซื้อต่ำแต่ค่าเช่าแพงก็ต้องคิดให้หนัก

ข่าวดีคือ… การเช่าทำเลตั้งร้านอาหารก็มีข้อดีเรื่องลงทุนเริ่มแรกต่ำกว่าและการโยกย้ายร้านได้ง่ายถ้าถึงทางตัน ยิ่งในปัจจุบันมีโมเดลอาหารสั่งส่ง ที่ร้านชื่อดังและคนรู้จักค่อนข้างดีสามารถทำเงินจาก Food Delivery ได้เป็นกอบเป็นกำ โดยมีหน้าร้านทำเลดีเป็นช่องทางโฆษณาไปในตัว… การจ่ายค่าเช่าทำเลที่ติดป้ายได้เด่นเห็นชัดกับคนสัญจรผ่าน แล้วดึงรายได้จาก Food Delivery ออกมาเป็นงบโฆษณา ช่วยค่าเช่าทำเลดีก็ได้เหมือนกัน

ส่วนการเลือกทำเลตั้งร้านอาหารในกรณีที่ไม่มีที่ทางเป็นเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่ก่อน… โดยส่วนตัวจะแนะนำให้เริ่มต้นที่กำหนดตัว “ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก” ให้ชัดเจนก่อนเช่น… ขายข้าวมันไก่ให้คนทำงานประจำเข้างานแปดโมงเช้าแวะกินหรือแวะซื้อมื้อเช้า และคนทำงานประจำกลับมากินมื้อกลางวัน แล้วปิดร้านพักผ่อนตั้งแต่บ่ายสามโมง… ข้อกำหนดเรื่องลูกค้าทำงานประจำที่มีจำนวนพอจะแวะกินข้าวมันไก่ ต้องนับได้จริงเมื่อไปสังเกตุในทำเลจริงตามเวลาที่อยากได้ลูกค้าเข้าร้าน… และถ้าจะให้ดีควรต้องวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก หรือ Insight ของลูกค้าหลักที่เราต้องการสื่อสารและเรียกเข้าร้านมากๆ ด้วย… เพื่อให้ทั้งหมดสามารถนำไปสู่การออกแบบกลยุทธ์และการสื่อสารทางการตลาดของร้านอาหาร

ถึงตรงนี้ท่านคงทราบแล้วว่า… ทำเลแรกที่แนะนำคือ ใกล้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และขอให้ทำความรู้จักลูกค้าอย่างดีจนรู้วิธีทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายให้ถูกต้อง… เพราะการมีลูกค้าและมีลูกค้าที่ชอบอาหารที่ท่านทำขาย หมายถึงความอยู่รอดของกิจการที่ต้องใส่ใจรายละเอียดให้ได้มากที่สุด

ประเด็นต่อมาที่ต้องคำนึงคือ… การเดินทางสะดวกทั้งลูกค้า Walk-in และ Food Delivery Services… ถ้ามีที่จอดรถเพียงพอด้วยจะยิ่งดีมาก

นอกจากนั้น ควรลงทุนกับทำเลที่สังเกตุเห็นได้ง่าย… แม้ในปัจจุบันจะสามารถใช้โซเชี่ยลมีเดียและโครงข่ายออนไลน์ เผยแพร่ตำแหน่งที่ตั้งหรือสื่อสารทางการตลาดก็ตาม… แต่ธุรกิจร้านอาหาร ลูกค้าหลักคือกลุ่มคนที่ผ่านไปมาแวะง่ายเป็นหลัก โดยเฉพาะร้านที่เริ่มใหม่ยังไม่มีชื่อเสียงถึงขั้นจะมีคนดั้นด้นมากิน…

สุดท้ายคือ… ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมทั้ง POS หรือ Point Of Sale หรือเครื่องแคชเชียร์… รวมทั้งซอฟแวร์ RRP หรือ Restaurant Resource Planning ซึ่งในปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายผู้ให้บริการ Food Delivery กันหมดแล้วเป็นส่วนใหญ่ แถมยังเก่งกาจถึงขั้นแจ้งเตือนวัตถุดิบในร้านทั้งของขาดและของขายไม่ออกได้ด้วย… และที่สำคัญคือ Digital Marketing Tools ทั้งหลาย ซึ่งคนทำร้านอาหารต้องวางแผนตั้งแต่เลือกทำเลร้านว่าจะสื่อสารการตลาดในช่องทางดิจิตอลแบบไหนอย่างไร และรายละเอียดเรื่องการลงทุนกับเทคโนโลยีว่าจะลงทุนแค่ไหนอย่างไร… ต้องสัมพันธ์กับทำเลร้านและ Operation ของร้าน… ข้อควรระวังก็คือ การลงทุนกับเทคโนโลยีต้องพอดีกับโมเดลร้าน มากไปก็แพงเกินจำเป็น น้อยไปก็ไร้ประโยชน์

ครับผม!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line ท่านจะได้ Link บทความใหม่ทุกเช้า

Related Post

Casa Montana

Studio Baragaño… Modern Prefab พร้อมอยู่ใน 5 ชั่วโมง

Studio Baragaño… ธุรกิจออกแบบเฟอร์นิเจอร์และผลิตชิ้นงานสถาปัตยกรรมในสเปน ได้เผยแพร่แบบ้านสำเร็จรูป หรือบ้าน Prefab สไตล์โมเดิร์นที่เข้ากับบรรยาการชนบท ที่จงใจสร้างบ้านตัวอย่าง ท่ามกลางสิ่งปลูกสร้างยุคเก่า ที่ได้ทั้งความโดดเด่นให้ตัวบ้าน และความกลมกลืนของบรรยากาศ

Customer Decision Journey ขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้า

หลังจากปิดงานเขียนเรื่องบรรยากาศตอนที่แล้วไป ผมก็นึกถึงคำอีกคำหนึ่งขึ้นมาได้… คือคำว่า Decision Journey หรือขั้นตอนการตัดสินใจ ที่การขายสินค้าแต่ละประเภท ก็จะมีขั้นตอนการตัดสินใจที่มีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไป

Social Media Marketing for Restaurants

Social Media Marketing for Restaurants

การสร้างความคาดหวังใส่ความต้องการให้ลูกค้าคือการตลาดล้วนๆ!… ในขณะที่การบริการอาหารเครื่องดื่มตามความคาดหวัง ก็จะเป็นงานขายล้วนๆ

EEC City Plan

แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน EEC…

สาระสำคัญของผังเมือง EEC คือ การปรับโซนสีผังเมืองเพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินในเชิงเศรษฐกิจได้มากขึ้น โดย 3 จังหวัด EEC มีพื้นที่รวมกันอยู่ที่เกือบ 8.3 ล้านไร่ สามารถจะใช้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.7 แสนไร่ และพื้นที่พัฒนาเมืองเพิ่มขึ้น 2.8 แสนไร่