สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูมิภาคไตรมาส 1 ปี 2562

เบรคจากเรื่องดิจิตอลที่ดูล้ำๆ แต่ยังต้องคลำทางอีกไกลหน่อยน๊ะครับ กลับมาดูตัวเลขสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยของอสังหาริมทรัพย์ฝั่งภูธรกันหน่อย… เช่นเคยครับ ตัวเลขที่น่าสนใจจะออกมาจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่เผยแพร่ข้อมูลย้อนหลังจากการรวบรวมข้อมูลของทีมนักวิจัยของศูนย์

ตัวเลขล่าสุดเป็นตัวเลขไตรมาสแรกของปีนี้ ที่เป็นช่วงก่อนบังคับใช้มาตรการ LTV จากทางธนาคารแห่งประเทศไทย ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูมิภาครวมจึงสูงถึง 24,140 หน่วย มูลค่า 38,344 ล้านบาท… ในจำนวนนี้มีบ้านใหม่หรือบ้านที่โอนจากนิติบุคล 8,410 หน่วย มูลค่า 17,647 ล้านบาท  ส่วนบ้านมือสองหรือบ้านที่โอนระหว่างบุคคลธรรมดา 15,730 หน่วย มูลค่า 20,698 ล้านบาท ครับ

5 จังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบสูงสุด ในช่วง 2 เดือนแรกได้แก่

  1. ชลบุรี 3,294 หน่วย มูลค่า 5,792 ล้านบาท
  2. ระยอง 1,532 หน่วย มูลค่า 2,154 ล้านบาท
  3. เชียงใหม่ 1,380 หน่วย มูลค่า 3,053 ล้านบาท
  4. พระนครศรีอยุธยา 911 หน่วย มูลค่า 1,204 ล้านบาท
  5. สงขลา 794 หน่วย มูลค่า 1,256 ล้านบาท

5 จังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดสูงสุด ในช่วง 2 เดือนแรกได้แก่

  1. ชลบุรี มีจานวน 2,172 หน่วย มูลค่า 4,886 ล้านบาท
  2. เชียงใหม่ 600 หน่วย มูลค่า 976 ล้านบาท
  3. ภูเก็ต 386 หน่วย มูลค่า 916 ล้านบาท
  4. ระยอง 133 หน่วย มูลค่า 150 ล้านบาท
  5. สงขลา 128 หน่วย มูลค่า 139 ล้านบาท

ส่วนตัวเลขฝั่ง Developers มีโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินจากกรมที่ดิน 65 โครงการ 5,724 หน่วย… ในจำนวนนี้ 33 โครงการ 3,487 หน่วย อยู่ในภาคตะวันออกครับ

ส่วนการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูมิภาคทั้งท่ีเป็น บ้านที่ประชาชนสร้างเอง และบ้านในโครงการจัดสรร มี 32,117 หน่วย… เป็นแนวราบ 28,661 หน่วย และเป็นอาคารชุด 3,456 หน่วย

สำหรับผม… ตัวเลขที่น่าสนใจคือ สถิติจังหวัดท่ีมีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยมากท่ีสุด 5 อันดับแรก ใน 2 เดือนแรกของปี 2562 ที่ดันโคราชและขอนแก่นขึ้นอันดับมาให้เห็น…

  1. ชลบุรี ออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบไป 3,257 หน่วย และ ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดไป 741 หน่วย รวม 3,998 หน่วย
  2. เชียงใหม่ ออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบไป 2,134 หน่วย และ ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดไป 331 หน่วย รวม 2,465 หน่วย
  3. ระยอง ออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบไป 2,037 หน่วย และ ออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดไป 77 หน่วย รวม 2,114 หน่วย
  4. นครราชสีมา ออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบไป 2,042 หน่วย
  5. ขอนแก่น ออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบไป 1,469 หน่วย

ใช่แล้วครับ… โคราชกับขอนแก่นเป็นหัวเมืองที่กำลังเติบโตไล่ดาวเด่นอย่างชลบุรี ระยองและเชียงใหม่มาติดๆ แล้วครับ!

อ้างอิง

https://www.reic.or.th/Upload/สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูมิภาคไตรมาส1ปี2562_23593_1559539395_70955.pdf

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

โต๊ะจีน

โต๊ะจีน… ธุรกิจที่เจ็บจริง ล้มจริง จาก COVID19

ธุรกิจจัดเลี้ยงโต๊ะจีน ใน 1 ปี จะมีช่วงของการรับงานโต๊ะจีนเพียงแค่ 7 เดือน เท่านั้น ซึ่งงานทั้ง 7 เดือนส่วนใหญ่ จะตรงกับศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เท่ากับว่าอีก 4 วัน คือช่วงที่ว่าง ส่วนช่วงที่งานซบเซา จะเป็นช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ที่งานเลี้ยงต่างๆ จะลดลง รวมทั้งการเข้าสู่หน้าฝนที่ไม่เอื้อต่อการจัดงานเลี้ยงในแบบกลางแจ้ง กรณีของ”COVID19″ ที่กระทบมาถึงการจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน ที่คาดว่าจะดึงให้ชะลอตัวลงไปจนถึงสิ้นปี

RTE Food

RTE Farming… แนวทางเกษตรอาหารพร้อมรับประทาน

ก่อนจะมาเป็นชุดอาหาร RTE ในชั้นปรับอุณภูมิใน Convenience Services Point ทุกแบบนั้น… วัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารมากมายจะถูกขนถ่ายจากแหล่งผลิต ไปสู่ปากท้องของทุกคนในหลายรูปแบบ ซึ่งภูมิปัญญาและองค์ความรู้ในการผลิตอาหารและขนส่งจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งหรืออีกหลายๆ จุดหมายปลายทาง… มักจะมีโครงสร้างต้นทุนซับซ้อน ซึ่งมาพร้อมกับบริบทด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือของวัตถุดิบอาหาร ไปจนถึงห่วงโซ่การใช้ทรัพยากรอื่นๆ ในการแปรรูปและปรุงอาหารอีกมาก

industrial park

SEZ สระแก้ว สงขลา และตาก… ความเคลื่อนไหวหลัง CIVID19

SEZ หรือ Special Economic Zone หรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งมีการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้บริหารนโยบาย ภายใต้นโยบายสำคัญของชาติที่มีทุกสิ่งทุกอย่างรองรับครบถ้วน… ยกเว้นผู้ประกอบการ

นนทบุรีสมาร์ทซิตี้…

จังหวัดนนทบุรีโดยท่านภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จัดหาโซลูชัน เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จ.นนทบุรี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องนํ้าท่วม ขยะ ความปลอดภัย และการจราจร หรือ ข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่ DEPA มีโซลูชันเรื่องนี้รองรับไว้แล้ว เพื่อนำมาปรับใช้กับศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัด ที่พบว่า มีการร้องเรียนเรื่องการควบคุมอาคารแต่ละปีจำนวนหลายเรื่อง หากมีข้อมูลหรือโปรแกรมพร้อมดำเนินการก็ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการเข้าไปดำเนินการให้ล่าช้าอีกต่อไป