ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2021 จาก SCB EIC เหลือโต 0.9%

economic outlook

22 กรกฏาคม ปี 2021… Economic Intelligence Center หรือ EIC ของธนาคารไทยพาณิชย์ได้เผยแพร่ ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2021 ลดลงจากเดิมที่เคยประเมินไว้ช่วงต้นปีว่าจะเติบโต 1.9% เหลือเพียง 0.9% จากภาวะวิกฤติโควิดในประเทศ

ซึ่งเป็นผลจากการระบาดในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและขยายตัวในวงกว้าง มาตั้งแต่ต้นไตรมาสที่ 2 ต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสที่ 3 อย่างต่อเนื่อง… ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการอุปโภคบริโภคค่อนข้างมาก ทั้งจากมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดขึ้น หรือ การล็อกดาวน์ โดยได้สร้างความกังวลของประชาชนในการใช้จ่ายภายใต้ความไม่แน่นอน หรือ ความกลัว หรือ Fear Factor ที่สูงขึ้น ในขณะที่เม็ดเงินช่วยเหลือจากภาครัฐยังไม่เพียงพอและทั่วถึง จึงช่วยบรรเทาผลกระทบได้เพียงบางส่วนเท่านั้น 

การวิเคราะห์จาก SCB EIC คาดว่า… การบริโภคภาคเอกชนถูกกระทบค่อนข้างรุนแรงในช่วงไตรมาสที่ 3 ก่อนฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในช่วงปลายปี โดยการระบาดในประเทศที่อยู่ในภาวะวิกฤติ สะท้อนจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน ผู้ป่วยอาการหนัก และ ผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง… ตลอดจนการฉีดวัคซีนที่มีความล่าช้ากว่าแผน และมีประสิทธิภาพน้อยลงในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ Delta ที่มีอัตราการแพร่ระบาดสูง จึงทำให้ EIC คาดว่าจะต้องใช้เวลาถึงช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะปรับลดลงต่ำกว่า 100 รายต่อวัน… โดยมีแนวโน้มสร้างความเสียหายต่อการบริโภคภาคเอกชนกว่า 7.7 แสนล้านบาท หรือ ราว 4.8% ของ GDP

ซึ่งมีสาเหตุหลักทั้งจากผลของมาตรการล็อกดาวน์ ความกังวลของประชาชนต่อการติดเชื้อ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นมาก ตลอดจนรายได้ของผู้ประกอบการและแรงงานในหลายภาคธุรกิจที่จะปรับลดลงมาก แม้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคบางส่วนจะหันไปใช้ธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน ทั้งนี้ผลกระทบของการระบาดที่ลากยาวจะทำให้ “แผลเป็นเศรษฐกิจ” มีโอกาสปรับลึกขึ้นอีก ทั้งในส่วนของการเปิดปิดกิจการที่แย่ลง ภาวะตลาดแรงงานที่เปราะบางมากขึ้น รวมถึงภาคครัวเรือนจะต้องแบกหนี้ครัวเรือนในระดับสูงและเผชิญกับภาวะของการมีหนี้สูงจนเป็นปัญหาต่อการใช้จ่ายในอนาคต หรือ Debt Overhang เป็นเวลานานขึ้น 

แรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 ยังเป็นการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง แต่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากการระบาดของ COVID-19 ที่อาจทำให้เกิด Supply Disruption ในการผลิตภาคอุตสาหกรรม

โดยภาพรวมนั้น… แม้การค้าโลกจะปรับชะลอลงบ้าง แต่การส่งออกของไทยยังขยายตัวได้ในเกณฑ์ดีตามการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว… สอดคล้องกับดัชนี Global PMI: Export Orders และ มูลค่าการส่งออกของประเทศในภูมิภาคที่ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทำให้ EIC ยังคงคาดการณ์ส่งออกไทยจะเติบโตขึ้นที่ 15.0% ในปีนี้… แต่ต้องจับตาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะปัญหา Supply Disruption ที่เกิดจากการปิดโรงงานจากการระบาดทั้งในไทยและประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตเดียวกับไทย ผลกระทบด้านอุปสงค์จากการระบาดในเศรษฐกิจประเทศอาเซียนที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ตลอดจนการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ทำให้ค่าระวางเรือยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และ การขาดแคลนชิปที่อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์

การเปิดประเทศให้กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศจะยังไม่สามารถช่วยฟื้นธุรกิจท่องเที่ยวได้มากนักในปีนี้… ภายใต้ภาวะการระบาดที่รุนแรงขึ้น โดยการเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวในโครงการนำร่องอย่าง Phuket Sandbox และ Samui plus จะมีข้อดีด้านการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในระยะต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ… ทั้งในเรื่องของกระบวนการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยว การจัดทำ Vaccine Passport และ การสร้างความพร้อมของภาคธุรกิจในการฟื้นฟูเปิดกิจการรองรับนักท่องเที่ยว 

อย่างไรก็ดี การเปิดรับนักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาได้มากนักในปี 2021 นี้ เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ที่เป็นแหล่งนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักของไทย ยังมีนโยบายการเปิดเดินทางเข้าออกประเทศที่ค่อนข้างระมัดระวังจากความกังวลของการระบาดสายพันธุ์ใหม่ ประกอบกับสถานการณ์ระบาดในไทยที่ปรับแย่ลง ก็มีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวกังวลที่จะเดินทางเข้าไทย จึงทำให้ EIC จึงปรับลดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้เหลือเพียง 300,000 คน  จากเดิมที่เคยคาดไว้ 400,000 คน

ส่วนมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ ยังจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจและลดแผลเป็นทางเศรษฐกิจ… อย่างไรก็ดี มาตรการภาครัฐที่ออกมาจนถึงปัจจุบันยังไม่เพียงพอทั้งในเชิงพื้นที่ ระยะเวลา และ ปริมาณเงินรวม กล่าวคือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกระจายไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ สะท้อนจาก Facebook Movement Range ที่บ่งชี้ว่า การเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับลงทุกจังหวัด แม้ไม่โดนล็อกดาวน์ เนื่องจากประชาชนมีความกังวลกับการติดเชื้อจึงลดกิจกรรมทางเศรษฐกิจลง ขณะที่ระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบก็มีแนวโน้มยาวนานอย่างน้อยในช่วงไตรมาสที่ 3 

ดังนั้น… มาตรการชดเชยรายได้แรงงาน และ ผู้ประกอบการล่าสุดที่ครอบคลุมแค่จังหวัดที่โดนล็อกดาวน์ จึงไม่น่าเพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาพรวมได้ โดย EIC คาดว่า ในกรณีภาครัฐจะออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากปัจจุบันอย่างน้อยอีกราว 1.5 แสนล้านบาท รวมเป็นใช้เม็ดเงินจาก พรก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ราว 2 แสนล้านบาทในปีนี้ และภาครัฐอาจพิจารณาการใช้จ่ายเพิ่มเติมหากการระบาดยืดเยื้อกว่าที่คาด ทั้งนี้มาตรการที่ภาครัฐควรเร่งรัด ได้แก่

  1. มาตรการด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการเร่งจัดหาและฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วและทั่วถึง การเพิ่มการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อเพื่อแยกผู้ป่วยออกจากคนปกติ ตลอดจนการจัดหายา อุปกรณ์การแพทย์  สถานพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น ในประเด็นการกระจายวัคซีน นอกเหนือจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเปราะบางต่างๆ แล้ว ภาครัฐควรจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มแรงงานในคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมให้เพียงพอด้วย เพื่อป้องกันปัญหาการระบาดที่จะกลายเป็น Supply Disruption กระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสำคัญทั้งการส่งออกและการอุปโภคในประเทศด้วย  
  2. มาตรการเยียวยาและฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ นอกจากเม็ดเงินเยียวยาที่ตรงจุด เพียงพอ และขยายเวลาออกไปอย่างน้อยในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งการระบาดน่าจะยังอยู่ในระดับสูง เพื่อช่วยประคับประคองการใช้จ่ายของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ภาครัฐควรมีมาตรการสนับสนุนสภาพคล่องและการจ้างงานของภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการว่างงานและการทำงานที่ต่ำกว่าศักยภาพในภาคนอกระบบที่อาจเพิ่มขึ้นในวงกว้าง ควบคู่กับการปรับทักษะแรงงาน หรือ Up Skills/Re Skills และการส่งเสริม SMEs ให้สามารถปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทั้งด้านการผลิตและช่องทางการขาย หรือใช้ Online Platform ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขันของแรงงานและธุรกิจในโลก New Normal อีกด้วย

ข้อมูลฉบับเต็ม Download ที่นี่ครับ

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

THE TREASURY DEPARTMENT

กรมธนารักษ์และนโยบายจัดเก็บรายได้เข้ารัฐปี 2564

กรมธนารักษ์ตั้งเป้าหมายเก็บรายได้เข้ารัฐประมาณ 10,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2564 ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานเพื่อเก็บรายได้เข้าประเทศตามเป้าที่ตั้งไว้ สำหรับโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ก็จะเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

Amata City plan

เรื่องวุ่นๆ ของผังเมือง EEC สีม่วง…

ผังเมืองมีพลวัตรของการปรับเปลี่ยนสีผังได้เรื่อยๆ ประเด็นหนึ่ง… ส่วนพื้นที่ติดแม่น้ำและชุมชนก็ยื่นเปลี่ยนเป็นผังสีม่วงได้ยาก… ซึ่งการรวบรวมที่ดินตั้งนิคมอุตสาหกรรมถือเป็นศิลปะทางธุรกิจที่ผมมองว่า ต้องการวิสัยทัศน์กว่าการพัฒนาที่ดินแนวอื่นๆ มากมาย

Digital Auction for Real Estate

การประมูลออนไลน์ถือเป็นดิจิตอลไลฟ์สไตล์ที่เกิดและเติบโตมาพร้อมๆ กับอินเทอร์เน็ต และผมเชื่อว่า การประมูลจะปรับตัวตามทันเทคโนโลยีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะวิวัฒน์สู่รูปแบบใดๆ ก็ตาม ผมสืบค้นและศึกษาระบบประมูลอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์มาก่อนที่จะตกผลึกโปรเจค JP จนกลายเป็น Properea.com… วันนี้ ผมจะมา introduce ภาพกว้างๆ ของวงการประมูลอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์กันครับ

RoomBus

Roombus และ RoomOS

Roombus เป็น Startup จาก Los Angeles ที่ก่อตั้งในปี 2018 นี่เอง… ข้อมูลบน CrunchBase.com ระบุว่ายังอยู่ในระยะ Pre-seed หรือระยะพัฒนาโมเดลธุรกิจและหานักลงทุนอยู่… และผมเอารูปของ Roombus มาแบ่งปันหลายๆ ท่านที่สนใจโมเดลทำนองนี้ โดยเฉพาะประเด็น Smart Home จริงๆ