นับตั้งแต่ Smart Contract Blockchain อย่าง Ethereum ถูกแนะนำ และ ได้แสดงศักยภาพของการเป็นบล็อกเชนยุคที่ 2 ต่อจากบิตคอยน์ และ เหรียญ AltCoins หรือ Alternative Coins ที่ Fork มาจากบิตคอยน์ ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ประสบความสำเร็จสูงสุด พร้อมตำนานอันลึกลับของผู้สร้างอย่าง Satoshi Nakamoto… แต่การ Fork เครือข่ายบิตคอยน์มาสร้างบล็อกเชน และ AltCoins แบบ Proof-of-Work ตามอย่างบิตคอยน์หลังปี 2016 ดูเหมือนจะไม่มีโครงการไหนสามารถโตต่อจนมีมูลค่าได้ เพราะบิตคอยน์สร้างประเด็นถกเถียงที่น่ากังวลขึ้นมากมาย… กระทั่ง 31 ตุลาคม 2017 จึงมีการ Fork เครือข่ายบิตคอยน์ โดย Bruce Fenton ซึ่งทำงานอยู่ใน Bitcoin Foundation มาตั้งแต่ปี 2015… ซึ่งได้ให้กำเนิด RavenCoin ด้วยแนวคิดการปรับปรุงบิตคอยน์ให้แตกต่างออกไปจากทุกแนวคิดที่มีการถกเถียงขัดแย้งกันอยู่ในช่วงเวลานั้น

RavenCoin ถูกปรับจากบิตคอยน์ให้กลายเป็นบล็อกเชนแบบ Peer-to-Peer และ ใช้ Consensus Algorithms แบบ KawPoW ซึ่งเป็น Proof-of-Work แบบที่ใช้ฟังก์ชั่นพิเศษ “กีดกัน” เครื่องขุดแบบ ASIC ที่ใช้ได้ดีกับบิตคอยน์… โดยปรับปรุงโค้ดคำสั่งจากแนวคิด ProgPoW ที่เป็น Proof-of-Work แบบกีดกันเครื่องขุดของเครือข่าย Ethereum เพื่อให้รายย่อยทั่วไปสามารถขุดด้วย GPU ได้ง่ายขึ้นเพราะไม่ถูกเหมืองขุดเครื่อง ASIC แย่งงานไปหมด… และ RavenCoin ได้เพิ่ม Supply จาก 21 ล้านไปเป็น 21,000 ล้าน หรือ เพิ่มซัพพลายเป็นหนึ่งพันเท่าของบิตคอยน์

RavenCoin ถูกออกแบบให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเดียวกับ BitCoin เพียงแต่สามารถใช้งานเป็นสินทรัพย์ทุนในการสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ จาก RavenCoin ด้วยการเผาเหรียญ RVN เพื่อเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นได้โดยตรง… ไม่ต่างจากการออกโทเคนของบล็อกเชน Smart Contract แต่โทเคจาก RavenChain จะไม่ทำให้ระบบนิเวศถูกตั้งคำถามเรื่องคุณค่าระดับ “เหรียญขี้” ที่ไม่มีใครแลอย่างที่ Mint กันสนุกๆ จากหลายๆ บล็อกเชน

RavenCoin จึงโดดเด่นในการแปลงสินทรัพย์สามัญอย่างหุ้น พันธบัตร ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ และ อะไรอีกหลายอย่าง แม้แต่ค่าจ้างใครสักคนเพียง 1 ชั่วโมงไปเป็นโทเคนดิจิทัลบน RavenChain ให้โอนง่ายจ่ายคล่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องมูลค่า… ซึ่ง RavenCoin โดดเด่นในการเก็บมูลค่าตามแนวคิด Digital Money หรือ Digital Currency ที่ใช้สร้าง BitCoin มาก่อนอย่างแท้จริง

นักพัฒนาที่ไม่เชื่อถือ Consensus Algorithms แบบ Proof-of-Stake จึงสนใจ RavenChain จนดัน Market Capital ของ RavenCoin หรือ เหรียญ RVN ขึ้นมาติดหนึ่งในร้อยอันดับแรกได้ไม่ยาก… ถึงแม้จะถูกรับน้องจากแฮกเกอร์เจาะเอาเหรียญ RVN ออกไปได้กว่า 1.5% ของอุปทานสูงสุดซึ่งมีมูลค่าในวันที่ 3 มิถุนายน 2020 ที่ถูกโจมตีราว 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… แต่ก็ไม่มีรายงานผู้ใช้อื่นๆ เสียหายจากการโจมตีคราวนั้น เพราะเป็นการเจาะเอาเหรียญที่รอการขุดบน RavenChain โดยตรงโดยไม่ได้แตะต้องกระเป๋าเหรียญของผู้ใช้แม้แต่รายเดียว… และช่องโหว่ก็ถูกจัดการจนแข็งแกร่งกว่าเดิมไปแล้ว

RavenCoin หรือ เหรียญ RVN จึงเป็นอีกหนึ่งสกุลคริปโต และ เทคโนโลยีบล็อกเชนที่น่าสนใจไม่น้อย… แต่ก็ระมัดระวังเรื่องการลงทุนด้วยครับ!

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

LiVE

LIVE FIN CORP… CrowdFunding ทายาทรุ่นหลานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Live Fin Corp หรือ บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ถือหุ้นใหญ่โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย… มีสำนักงานอยู่ตึกเดียวกันกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET นั่นเลย… LiVE ย่อมาจาก Launchpad and investment Vehicle for Enterprise เป็นผู้ให้บริการเครือข่าย Blockchain เพื่อระดมทุนและซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับ SME และ Startup โดยเฉพาะ โดยมีเงื่อนไขที่เหมาะสมทั้งกับผู้ประกอบการและนักลงทุน

Binance

IEO และ Binance Launchpad และ Band Protocol

Binance กลายเป็นแหล่งทำมาหากินและหาทางรวยสำหรับคนที่รู้จัก “ใช้เงินทำงานและใช้ข้อมูลทำเงิน” จากทั่วโลกไล่มาตั้งแต่รายย่อยเงินร้อยเงินพันไปจนถึงกองทุนใหญ่ๆ ซึ่งวิธีทำเงินบน Binance ก็มีมากกว่า 10 รูปแบบตั้งแต่โมเดลดอกเบี้ยและรางวัลตอบแทน ไปจนถึงกระดานซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสารพัดคู่เงิน พร้อม EA หรือ Expert Advisers หรือ บอทเทรดให้ใช้ฟรีอีกด้วย

BTC Dominance

สถาพทั่วไปของเงินลงทุนในตลาดทุนใดๆ ก็มักจะมี “ปริมาณ หรือ มูลค่ารวม” ที่รวบรวมได้ไม่ยากจากการเอาตัวเลขมูลค่าทางการตลาด หรือ Market Capital ของสินทรัพย์ และหรือ หลักทรัพย์ทุกตัวในตลาดเดียวกันมาบวกกันเท่านั้นเอง… และ ธรรมชาติในสภาพทั่วไปของเงินลงทุนในตลาดทุนใดๆ ก็มักจะไหลไป–ไหลมาระหว่างหลักทรัพย์ หรือ สินทรัพย์ในตลาดเดียวกัน และหรือ ระบบนิเวศเดียวกันเสมอ… ในตลาดคริปโตที่มีสินทรัพย์ลงทุนเป็น Bitcoin และ Altcoin ทั้งหมดก็มีสภาพโดยธรรมชาติของการไหลไป–ไหลมาระหว่าง Bitcoin และ Altcoin เช่นกัน… นักลงทุนและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์จึงได้พัฒนาดัชนี BTC Dominance หรือ Market Cap BTC Dominance ขึ้นใช้เพื่อติดตามว่าเงินทุนในตลาดคริปโตกำลังถูกโยกย้ายไป Bitcoin และ Altcoin มากกว่ากัน… ถ้าเปอร์เซนต์สัดส่วนฝั่ง Bitcoin เพิ่มขึ้นก็หมายถึงราคาบิตคอยน์กำลังขึ้น และ ราคา Altcoin บางตัวน่าจะกำลังถูกขายโดยนักลงทุนเพื่อเอาเงินกลับเข้มมาที่กระดานบิตคอยน์แทน

Protean360+ and ProteanDrive… มอเตอร์ติดล้อกำลังสูงสำหรับ EV ยุคถัดไป

Hub Motor หรือ มอเตอร์ติดดุมล้อ ถือเป็นเทคโนโลยีเก่าแก่ที่เคยถูกออกแบบใช้กับยานพาหนะไฟฟ้ามาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยมีสิ่งประดิษฐ์ของ Ferdinand Porsche กับผลงานรถยนต์ไฮบริดโมเดลแรกของโลก รุ่น Lohner-Porsche Semper Vivus ที่มาพร้อม Hub Motor ในดุมล้อมคู่หน้า… นอกจากนั้น ก็ยังมีสิ่งประดิษฐ์ของพี่น้อง Ledwinka…  Hans Ledwinka และ Joseph Ledwinka ซึ่งเป็นญาติห่างๆ กับ Ferdinand Porsche โดยทั้งสองได้อพยพมาอยู่ชิคาโก ก็ได้พัฒนายานพาหนะไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วย Hub Motor ขึ้นหลายรุ่นจนกลายเป็นตำนานของ EV ที่นักออกแบบยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นปัจจุบันล้วนกลับไปศึกษาแนวคิดยุคคลาสสิคอันล้ำสมัยเหล่านี้