RACE Model… สูตรใหม่ Digital Marketing

Digital Analytics

ใกล้สิ้นปีที่ฝืดเคืองจากยุคเข็ญเพราะโรคระบาดแบบนี้ ธุรกิจการค้าต่างดิ้นรนหาทางไปต่อกับช่องทางและโอกาสใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่นับวันถอยหลัง เพื่อจะปิดจบผลงานปี 2020 ด้วยความรู้สึกซึ่งเพื่อนฝูงมิตรสหายหลายคนที่ผมรู้จัก ยังอยู่ในช่วงคลำทางไปโดยมีแสงปลายอุโมงค์นำทางพอเป็นแรงใจ มากกว่าจะเป็นความหวังระดับเชื่อมั่นฝากอนาคตแบบเชื่อมั่นฟันธงได้… ซึ่งข้อดีก็มีที่สามารถปรับเปลี่ยนยืดยุ่นได้อีกมากระหว่างทาง

ช่วงปลายปีต่อต้นปีถัดไปแบบนี้… Properea.com จะโฟกัสโมเดลทางการตลาดเป็นพิเศษ เพื่อช่วยแฟนๆ หลายท่านที่ติดตามเหนียวแน่น ค้นคว้าข้อมูลเพื่อใช้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจในปีถัดไป เพราะไม่ว่าท่านจะทำธุรกิจอะไรและอยู่ในตลาดอย่างไร การพูดถึงธุรกิจจะหมายถึงการตลาดและการขายอยู่ในความหมายติดกัน… และเมื่อเอ่ยถึงการตลาดและการขายในปัจจุบัน จะหมายถึง Digital Marketing… ซึ่งบริบทของธุรกิจที่จะขับเคลื่อนผลประกอบการผ่าน Digital Marketing ได้อย่างดี จำเป็นจะต้องเรียนรู้และออกแบบวางแผนมากมายว่าจะดำเนินธุรกิจรอบแกน Digital Marketing อย่างไร

การแบ่งปันข้อมูลทางธุรกิจและ Digital Marketing กันแต่เนิ่นๆ เพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจอนาคตทางธุรกิจทุกระยะ… จึงจำเป็นสำหรับหลายๆ ท่านที่ต้องการแนวทางหลากหลายไปปรับใช้ในกิจการ

วันนี้ผมเอาโมเดลการตลาดชื่อว่า RACE Planning มาแนะนำเบื้องต้น เพื่อให้ท่านได้เห็นโครงสร้างและแนวทางที่จะนำไปออกแบบวางแผน ซึ่งโดยโมเดลของ RACE Planning เอง แม้จะพัฒนาขึ้นอ้างอิงโมเดลทางการตลาดผ่านมุมมอง Customers Centric เป็นหลัก… แต่ RACE Model เองกลับมีโครงสร้างที่ระบุแผนดำเนินงานระดับโครงสร้างธุรกิจค้ำอยู่ในโมเดล ให้ต้องวางแผนดำเนินการอย่างรอบคอบ

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเรื่อง RACE กันก่อนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร?… 

RACE มาจากคำ 4 คำในโมเดลได้แก่ Reach… Act… Convert และ Engage ครับ ซึ่งท่านที่เป็นนักการตลาด ก็คงจะไม่แปลกใจหรอกว่า แท้จริงแล้ว RACE Model ก็คือ Funnel Model หรือโมเดลกรวยทางการตลาดแบบใหม่ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุน Digital Marketing ให้ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิมนั่นเอง

ลักษณะเด่นของ RACE Funnel หรือ RACE Model ก็คือ ทั้ง Reach… Act… Convert และ Engage โดยแต่ละลำดับในโมเดล จะสัมพันธ์กับเครื่องมือ Digital Marketing ของธุรกิจ ตั้งแต่งานโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางดิจิทัล… การทำ Call to Action กับกลุ่มเป้าหมาย… การเปลี่ยนเป้าหมายเป็นยอดขาย และปรับยอดขายเป็นแฟนพันธ์แท้… ซึ่งทั้ง 4 ขั้นตอนไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ “จบและจากกันเมื่อค้าขายจ่ายเงินเสร็จ แต่ยังสามารถ “วน” เอาลูกค้าเดิมกลับเข้า Funnel แบบอัตโนมัติได้ซ้ำไม่รู้จบได้ด้วย

ถึงตรงนี้ก็มาถึงคำถามสำคัญคือ… หากต้องการวางแผนดำเนินธุรกิจและการตลาดอ้างอิง RACE Model ต้องทำยังไง… ความจริงก็ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกครับ ขอให้ท่านเริ่มต้นที่การวางแผนโดยระบุเป้าหมายหรือระบุตัวตนกลุ่มเป้าหมายลูกค้า และ Action หรือปฏิสัมพันธ์ที่อยากได้จากเป้าหมาย เพื่อนำมากำหนดกลยุทธ์ เช่น ท่านต้องการ “รู้จัก” นักศึกษาจบใหม่ที่ได้งานทำใน EEC เพื่อเก็บข้อมูลไว้สื่อสารโครงการจัดสรรค์ที่ท่านกำลังวางแผนออกแบบอยู่

เมื่อเป้าหมายมี Persona แจ่มชัดแบบนี้… ขั้นต่อมาจึงต้องวางแผน Reach Target Audience โดยวิธีการต่างๆ ทาง Digital Marketing เช่น การใช้ Facebook Advertising Targeting Options เพื่อยิงโฆษณาแบบตรง Persona เพื่อดึงเป้าหมายเข้าสู่ขั้นการ Act ด้วยเครื่องมือ Call to Action ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จำเป็นและต้องชัดเจนว่า Call to Action ที่สร้างขึ้น สามารถดึงดูดเป้าหมายเข้าสู่กรวยการตลาดของเราได้จริง 

การออกแบบ Call to Action ให้เป้าหมายเข้าใกล้การทำธุรกิจของเราอีกขั้น จึงต้องเนียนและให้ความสำคัญอย่างมากจนชัดเจนว่า เราได้เป้าหมายตรงตาม Persona ที่สามารถนำไปสู่การกิจกรรมทางธุรกิจ ที่สามารถแปลง หรือ Convert ไปเป็นการขายได้ด้วยความน่าจะเป็นที่สูง… ซึ่งเครื่องมือ Call to Action ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเดียวกับ Marketing Gimmick หรือลูกเล่นทางการตลาด ที่จำเป็นต้องรอบคอบในการออกแบบจูงใจ และระมัดระวังผลกระทบในกรณีกลยุทธ์และ Gimmick ล้มเหลวผิดพลาดเอาไว้ด้วยว่า จะต้องไม่มีผลสะท้อนด้านลบถล่มใส่ธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม… เมื่อเป้าหมายกลายเป็นลูกค้า ที่หมายถึง Action ที่ได้จากลูกค้า สามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้แล้ว สิ่งที่ธุรกิจควรต้องใส่ใจอย่างมากก็คือ การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อนำไปสู่การขายรอบใหม่ ซึ่งธุรกิจต้องเข้าใจต้นทุน “การดึงลูกค้าใหม่ กับ ต้นทุนการรักษาดูแลลูกค้าเก่า” อย่างชัดเจน ในวันที่ “ลูกค้ามีทางเลือกมากมายจากข้อมูลข่าวสารที่ไหลท่วมทางโซเชียลมีเดียและช่องทางดิจิทัลต่างๆ

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… โมเดลธุรกิจและการตลาดในกระแสดิจิทัลในปัจจุบัน ค่อนข้างเป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงที่ต้องออกแบบและวิเคราะห์เพื่อดำเนินการเป็นรายกรณี ที่ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ แต่ต้องรวดเร็ว วัดผลได้ กับเป้าหมายชัดเจน… ขาดเหลืออะไรที่เป็นดิจิทัล โดยเฉพาะเครื่องมือทางดิจิทัลที่เกี่ยวกับ Call to Action และ Engage ที่จำเป็นต้องใช้ ทักถามเพิ่มเติมส่วนตัวกับผมได้ทาง LineID: dr.thum ครับ!

References

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Sakichi Toyoda

Before You Say You Can’t Do Something, Try It ~ Sakichi Toyoda

หลักปรัชญาสำคัญอย่าง 5 Whys และ Lean Methodologies ที่ Sakichi Toyoda ใช้พัฒนาโรงงานทอผ้าแห่งแรกต่างหาก ที่พาลูกหลานตระกูล Toyoda ขยายกิจการครอบคลุมอุตสาหกรรมมากมายหลายแขนง โดยเฉพาะ Toyota Motor Corporation ที่มี Kiichiro Toyoda บุตรชายของ Sakichi Toyoda ผู้เปิดตำนานอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลกตะวันออก

McDonald's China

COVID-19 กับโอกาสในวิกฤติสำหรับธุรกิจอาหาร

การเรียนรู้โดยเอาพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มลูกค้าเก่าเป็นศูนย์กลาง และทำ Personas ดูให้ชัด แล้วตาม Journey ของพวกเขาไปว่า… ลูกค้าของท่านหายจากร้านไปไหน?… ถ้ากรณีหายจากร้านเพราะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เขาไม่มาแล้วช่วงนี้ ท่านจะหาลูกค้าหรือตลาดใหม่จากคนกลุ่มไหนและเข้าถึงได้อย่างไร

Smart Farm

Thailand Food Charter และ Thailand Smart Farm 2020

วันที่ 18 ธันวาคม 2562 ณ ห้องประชุมออนวัลเลย์ ดัทช์ฟาร์ม ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ดร.สราวุฒิ วรพงษ์ นายอำเภอสันกำแพง ได้เป็นประธานเปิดการประชุม กฎบัตรอาหารครั้งที่ 2 การปฏิบัติการออกแบบผังแม่บทและโครงสร้างการลงทุนฟาร์มเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งจัดขึ้นโดย Thailand Charter หรือกฎบัตรแห่งชาติ ร่วมกับ Chiang Mai Charter

สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 2 และครึ่งแรกปี 2561

ภาพรวมในไตรมาส 2 ปี 2561 สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในด้านอุปสงค์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบ กับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 ดังจะเห็นได้จากการโอนกรรมสิทธ์ิที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นท้ังจํานวนหน่วยและจํานวน มูลค่า และสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ก็ปรับตัวเพิ่มข้ึนจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 เช่นกัน โดยมาจาก การโอนอาคารชุดเป็นหลัก ขณะที่ในด้านอุปทานโครงการท่ีอยู่อาศัยเปิดขายใหม่ และท่ีอยู่อาศัยสร้างเสร็จจด ทะเบียนปรับตัวลดลงพอสมควรเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560