Properea

ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 136 ตอนที่ 68 ก ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 เผยแพร่พระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ. 2562… ที่จริงการมาถึงของ พรบ. การประเมินฯ ดังกล่าว ก็สืบเนื่องมาจาก การประกาศใช้พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน(ฉบับที่ 15) พ.ศ. 2562

ทั้งประมวลกฏหมายที่ดินฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และตัวพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 นั้น… ความจริงเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรในวงการอสังหาริมทรัพย์… ผมเองเคยได้ข่าวความเคลื่อนไหวของ สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กับ สมาคมนักประเมินราคาอิสระไทยที่ต่างก็จัดเวทีพูดคุยกันเมื่อสองสามปีก่อน… แต่ผมก็ไม่มีรายละเอียดใดๆ จะเอามาบอกกล่าวเล่าต่อได้

โดยใจความที่พอสรุปได้คร่าวๆ จากประมวลกฏหมายที่ดินฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เป็นการประกาศให้มีการคิดค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินใหม่ จากเดิม ค่าธรรมเนียมจะคิดในอัตรา ร้อยละ 2 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ หรือราคาขาย แล้วแต่ว่าอย่างใดสูงกว่า ซึ่งข้อมูลของราคาประเมินจากกรมธนารักษ์นั้น ยังมีปัญหาในเรื่องของราคาขายที่เกิดขึ้นจริง และราคาประเมินที่มีความแตกต่างกัน

ดังนั้นในกฎหมายที่ดินฉบับใหม่นี้ จึงประกาศให้ใช้ราคาประเมินใหม่ โดยใช้ราคาตาม “บัญชีราคาประเมินทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ” ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับใหม่ที่มีประกาศออกมาในวันเดียวกันนี้เอง

รายละเอียดลึกๆ ต้องสารภาพตรงไปตรงมาว่า ผมยังไม่มีรายละเอียดเกินกว่านี้จริงๆ ครับ… มีแต่ลิงค์ พรบ. ฉบับเต็มมาฝากให้อ่านสำหรับท่านที่สนใจ  คลิกที่นี่เลยครับ

ตอนท้ายของพระราชบัญญัติ ได้บันทึกหมายเหตุไว้ว่า… เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์สินของประเทศในปัจจุบัน ยังขาดความชัดเจน ทำให้ไม่มีกรอบแนวทางเพื่อใช้ในการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การควบคุมดูแลและการบริหารจัดการเกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์สินของประเทศ ยังไม่มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบกับ พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้กระทรวงการคลังมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์สิน สมควรให้มีคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐประจำจังหวัด เพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์สิน และการจัดทำบัญชีราคาประเมินทรัพย์สิน ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงหรือเป็นฐานในการจัดเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งจะทำให้ราคาประเมินทรัพย์สินของประเทศเป็นไปตามหลักการพื้นฐานทางด้านการประเมินราคาทรัพย์สินและหลักเศรษฐศาสตร์ เหมาะสมกับประเภทและลักษณะของทรัพย์สิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้