มติ สนช. ต่อร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง… เพื่อบังคับใช้ปี 2563

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีวาระการพิจารณาสำคัญในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในวาระที่ 2 และ 3 โดยนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
สนช. ชี้แจงสาเหตุความจำเป็นการตรากฎหมายดังกล่าวว่า อัตราการจัดเก็บภาษีเดิมนั้นเป็นแบบถดถอย เกิดความเหลื่อมล้ำ และมีการยกเว้นลดหย่อยจำนวนมาก และรัฐบาลต้องการปฏิรูปโครงสร้างภาษีทรัพย์สิน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และกระตุ้นการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้ท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่น เพื่อทำให้ท้องถิ่นมีงบประมาณที่เพียงพอ ต่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยกฎหมายฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้หลังกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่การจัดเก็บภาษี จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ สมาชิก สนช. ส่วนหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดเก็บอัตราภาษีพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม รวมถึงที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ ซึ่งถือว่ามีอัตราที่สูงเกินไป และจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการจัดเก็บภาษีได้ ที่สำคัญในอนาคตราคาที่ดินจะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราภาษีเพิ่มขึ้นด้วย และจะทำให้ประชาชนต้องรับภาระ

อย่างไรก็ตาม ประธานในที่ประชุมได้นัดลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00 น. เพื่อให้สมาชิกได้นำข้อสังเกตไปพิจารณาประกอบการลงมติ

โดยสาระสำคัญกำหนดให้การจัดเก็บภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใน 4 ประเภท คือ

ที่ดินเพื่อการเกษตร ที่ดินมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 1,000,000 บาท : ภาษี 100 บาท, นิติบุคคลรายใหญ่เริ่มจัดเก็บทันที แต่ที่ดินมูลค่าไม่เกิน 50,000,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี

ส่วนที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี, ที่ดินมูลค่า 50 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 1,000,000 บาท : ภาษี 200 บาท และบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไปทุก ๆ 1,000,000 บาท เสียภาษี 200 บาท ส่วนห้องเช่า, บ้านเช่า เจ้าของที่ดินเป็นผู้รับผิดชอบ

ที่ดินเพื่อการพาณิชย์-อุตสาหกรรม จัดเก็บอัตราขั้นบันได สูงสุดไม่เกิน 0.7% ของราคาประเมิน ส่วนโรงพยาบาล, สนามกีฬา, สนามกอล์ฟ, สถานศึกษาเอกชน ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 90% ของราคาประเมิน

ที่ดินรกร้าง-ว่างเปล่า เก็บในอัตราตั้งแต่ 0.3–3% ของราคาประเมิน และทุก 3 ปี ต้องเสียเพิ่ม 0.2–0.3% ต่อเนื่อง ไม่เกิน 27 ปี หรือจนกว่าจะมีการใช้ประโยชน์จากที่ดิน

ส่วนผลการลงมติ… ที่ประชุม สนช.ลงมติเป็นรายมาตราในวาระ 2 เรียบร้อยแล้ว ที่ประชุม สนช. จึงลงมติในวาระ 3 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ 169  ต่อ 0 และงดออกเสียง 2 เสียง

ร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. จะมีผลบังคับใช้หลังจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยกเว้น อัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ให้เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.2563 นอกจากนี้ ในบทเฉพาะกาลยังระบุด้วยว่า ใน 3 ปีแรกของการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายฉบับนี้ ให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีแก่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรม ทั้งนี้ พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ที่ประชุมสนช.รับหลักการในวาระ 1 เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2560 จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา 1 ชุด ซึ่งระหว่างนั้นได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาจำนวน 9 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2561 ก่อนที่จะกลับเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสนช.อีกครั้งในวาระ 2 และวาระ 3 เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561 ที่ผ่านมา.

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Solar Power

แผนพลังงานแห่งชาติ… เส้นทางและความคืบหน้า

รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน โดยคุณวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนพลังงานแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา โดยมีการมอบหมายให้กระทรวงพลังงานดำเนินการตามคำแนะนำของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในการรวม 5 แผนหลักด้านพลังงาน

coronavirus

How COVID-19 Affecting Housing Market

การหาคนที่กำลังหาโอกาสให้เจอ และท่านจงเป็นคนเปิดหรือสร้างโอกาสดึงคนเหล่านั้นมาเป็นลูกค้า… ซึ่งในทัศนะของผมคิดว่า การระบุเป้าหมายในชั่วโมงนี้ง่ายกว่าภาวะปกติมาก เพราะคนมองหาโอกาสที่เชื่อว่าตัวเองเจอโอกาสเกินคาด ย่อมไม่พลาดโอกาสที่ลอยตรงหน้าค่อนข้างแน่

Social Listening… ได้ยินเสียงแผ่วเบาที่กึกก้องนั่นมั๊ย

ปัจจุบัน นักการตลาดใช้ Social Listening กับทุกกลไกที่เกี่ยวกับ “ลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย” เพื่อใช้เป็นทั้งข้อมูลต้นในการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ ขับเคลื่อนทิศทางระดับใช้กำหนด Vision ระยะสามปีห้าปีก็มี… จนหลายคนให้ความสำคัญกับ Social Listening เป็นขั้นตอนหลักที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจไปแล้ว

desalination plant

EEC และความมั่นคงเรื่องน้ำ

สถานการณ์น้ำภาคตะวันออกถือว่าหนักหน่วงรุนแรงมากในปีนี้ และแนวโน้มชี้ชัดว่า… ความต้องการใช้น้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ครอบคลุมพื้นที่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ยังเห็นโอกาสเกิดวิกฤติได้ง่ายมากในหลายๆ กรณี