PM 2.5 เรื่องด่วน… โอกาสเด่น…

ปรากฏการณ์ฟ้าหลัวตลอดเวลาปกคลุมเมืองใหญ่ๆ ที่การจราจรหนาแน่น เป็นปัญหาระดับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่พูดได้แต่แก้ไขยากเหมือนๆ กันทั้งโลก… มีก็แค่ ข้อมูลมลพิษทางอากาศมุมไหนจะถูกใครหยิบมาพูดถึง… แล้วก็ผ่านไป 

อย่างเรื่องมลพิษทางอากาศและ PM 2.5 ที่ทุกคนทราบและสัมผัสได้ด้วยลมหายใจด้วยซ้ำว่า เมืองที่ตัวเองอยู่อาศัย ทำงาน ใช้ชิวิต หรือแม้แต่เลี้ยงดูลูกหลานให้เติบใหญ่… หมอกคลุม ฟ้าครึ้มเพราะอะไร?

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผม Bookmark บทความเรื่อง Ten things govt must do to stifle smog จากเวบข่าว Bangkokpost.com เอาไว้… บทความเสนอแนะ 10 ประเด็นที่รัฐบาลควรเข้ามาจัดการเรื่องหมอกควันในกรุงเทพมหานคร… ซึ่งประเด็นทั้ง 10 เป็นแนวทางที่ “พูดถึงได้ แต่ไม่ง่ายที่จะทำ”… ผมวางลิงค์แชร์ไว้ที่อ้างอิงครับสำหรับท่านที่สนใจ

กลับมาเรื่องข่าวคราว PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครที่ตัวเลข พุ่งกลับเข้าสู่เขตอันตรายอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ฤดูฝนยังทำคนกรุงเทพ “หัวเปียกฝน เท้าลุยน้ำ” กันอยู่เลย… ยิ่งเห็นข่าวเรื่องมีโครงการจะทำหอฟอกอากาศในกรุงเทพตามติดมาด้วย… ผมไม่บอกดีกว่าว่าผมคิดยังไง!!!

ในทัศนของผม… น้ำฝนคงไม่ใช่ทางออกสำเร็จรูปที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นทางรอดได้ ถึงแม้น้ำฝนจะทุเลาและเจือจางความเข้มข้นของค่าฝุ่นมิติต่างๆ ให้วางใจได้บ้าง แต่ถ้าเราแหงนมองท้องฟ้า… สภาพฟ้าหลัวทั่วเมืองอยู่ทั้งวันคงยืนยันอะไรๆ กับทุกท่านได้มากกว่าเครื่องมือวัดหรือสถิติจากสำนักไหนๆ

กลับมาเรื่อง Ten things govt must do to stifle smog อีกหน่อยครับ… ผมยกเอาเรื่องนี้มาอ้างอิงและพูดถึงเพราะมีอยู่หลายประเด็นที่เราควรมองจากมุมอื่นๆ ที่ค้นหาโอกาสจากการหาทางแก้ปัญหาให้ผู้คน… ผมจะพาทุกท่าน เอาทักษะ Critical Thinking, Design Thinking และ Gap Analysis แบบบ้านๆ มาตามหาโอกาสในปัญหาด้วยกัน

ก่อนอื่นมาดูก่อนว่า 10 ประเด็นที่ RAJESH DANIEL และ DIANE ARCHER เรียบเรียงไว้ในบางกอกโพสต์มีอะไรบ้าง

  1. Treat air pollution as a public health crisis: จัดการปัญหามลพิษทางอากาศระดับ “ภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพ” หรือที่ในวงการสาธารณสุขเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ภาวะฉุกเฉินทางระบาดวิทยา”
  2. Reduce the number of cars on the road: ลดปริมาณยานพาหนะบนท้องถนน
  3. Incentivise the use of public transport: จูงใจให้คนใช้ขนส่งสาธารณะ
  4. Require motorists to use more fuel-efficient cars with better fuel quality or alternative fuels to diesel: มองหามาตรการเรื่องเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ โดยมุ่งประเด็นลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงแบบต่างๆ โดยเฉพาะการใช้น้ำมันดีเซล
  5. Focus on reducing large vehicle traffic, particularly trucks with diesel engines and inefficient combustion: ลดปริมาณรถบรรทุกและเครื่องยนต์ดีเซลในรถบรรทุกที่ประสิทธิภาพการเผาไหม้ต่ำ
  6. Every December onwards, fields in peri-urban Bangkok start showing large smoke plumes from waste incineration, unintended dump fires and burning of farm residue: การเผาขยะและเผาทุ่งรอบกรุงเทพมหานครจะมีมากในช่วงธันวาคมของทุกปี
  7. Existing standards for factory pollution and construction sites need stricter enforcement: บังคับใช้กฎหมายควนคุมมลพิษและฝุ่นจากโรงงานและสถาที่กำลังก่อสร้าง
  8. Mandate schools to restrict outdoor play and exercise on poor air quality days, as Seoul has done: งดกิจกรรมกลางแจ้งในโรงเรียนในวันที่คุณภาพอากาศย่ำแย่
  9. Provide masks and healthcare to the most affected and vulnerable people in Bangkok: จัดหาหน้ากากอนามัยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
  10. Stop telling people to not panic: หยุดบอกกันว่าอย่าวิตกกับมลพิษทางอากาศ

ท่านจะเห็นว่า… ทั้ง 10 ประเด็นล้วนชัดเจนในหลักการในลักษณะการค้นพบปัญหา และเจอสาเหตุของปัญหา คลอบคลุมภาพรวมของปัญหาได้แทบจะร้อยเปอร์เซนต์… แต่เมื่อมองหา HOW?… ที่เสนอไว้เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขบรรเทาปัญหา… หลายท่านจะทราบดีว่า ทุกๆ เรื่องไม่ได้เป็นเรื่องง่ายที่จะดำเนินการหรือ Execute เลยซักนิด

เอาหล่ะ… ถึงตรงนี้เราตั้งโจทย์เบื้องต้นไว้ว่า เราจะ Critical & Design Thinking เพื่อมองหาช่องว่างหรือ GAP สำหรับเริ่มโมเดลเพื่อจัดการปัญหาด้วยโอกาส

เริ่มแรกเลย… เราพิจารณาตัวแปรที่เราไม่สามารถจัดการอะไรได้ก่อนจาก 10 ประเด็นที่ว่า… ตัดข้อหนึ่งออก, ตัดข้อสองออก, ตัดข้อสามออกด้วย, ข้อสี่, ข้อห้า, ข้อหก, ข้อเจ็ด, ข้อแปด และตัดข้อสิบออก เพราะทั้งหมดต้องการพลังของภาครัฐหลายๆ หน่วยงานที่แม้แต่คนเป็นนายยกรัฐมนตรีเอง ก็ยังยากที่จะทำเรื่องทั้งหมดในระยะเวลาสั้นๆ ชั่วลมหายใจได้

ดังนั้น… ข้อ 9 เรื่องหน้ากากอนามัยจึงเป็นเรื่องเดียวที่ดำเนินการได้ไม่ยากเกินไป และยังสามารถดำเนินการใน Scale ระดับบุคคลได้ถึงระดับชาติ… 

แน่นอนว่าหน้ากากอนามัยเป็นเรื่องสามัญที่ใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าทุกครั้งที่เกิดวิกฤษเรื่องคุณภาพอากาศขึ้น… ประเด็นที่ผมจะโฟกัสเรื่องหน้ากากที่ใครๆ ก็คิดออกตั้งแต่ปีมะโว้… ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นการจัดหา แจกจ่ายและใช้งานหน้ากาก… ในทัศนะของผมยังมองว่าเป็นเรื่อง “แก้ปัญหาเฉพาะหน้า” ไม่ได้ต่างจากที่ผ่านมาทั้งที่เป็นเรื่องระดับวิกฤตที่วนเกิดซ้ำเป็นฤดูกาลไปแล้ว

เอาเฉพาะเรื่องหน้ากากอนามัย… หน้ากากอนามัยอย่าง N95, N99 หรือแม้แต่ R95 มีอยู่ในประเทศพอเพียง ไม่คาดแคลนขูดรีดแค่ไหน… หาได้ที่ไหนกรณีฉุกเฉิน

ข้อมูลที่ผมมีตอนนี้บอกลึกยิ่งกว่านั้นเรื่องหน้ากากอนามัยและความเข้าใจของผู้คน ตัวอย่างเรื่องระหัส N95… ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ทราบว่า N หมายถึงหน้ากากแบบที่กรองอนุภาคแบบไม่ปนเปื้อนน้ำมันได้ และตัวเลข 95 ต่อท้ายหมายถึงประสิทธิภาพการกรองได้เท่ากับ 95%… ในขณะที่หน้ากากอนามัยระหัส R จะมีประสิทธิภาพการกรองอนุภาคได้ทั้งทั่วไปและแบบปนเปื้อนน้ำมัน

ประเด็นก็คือ… อนุภาคขนาด 2.5 ที่เราท่านวุ่นวายกันในเมืองใหญ่อยู่นี้ ล้วนปนเปื้อนน้ำมันจากเครื่องยนต์กลไกทั้งสิ้น

กลับมาเรื่อง GAP หรือช่องว่างของโอกาส… หน้ากากอนามัยมีช่องว่างหลายอย่างให้ธุรกิจและนวัตกรรมอีกมากค่อนข้างเด่นชัด… ยิ่งเราเปรียบเทียบโอกาสกับกรณีของถุงยางอนามัยหรือแม้แต่ผ้าอนามัย… ผมคงไม่ต้องบรรยายชี้นำอะไรอีกสำหรับท่านที่สนใจ

แต่ในมุมของผม… ผมยังเหลือ Why? อีกหลายตลบให้วนซ้ำหา GAP ที่ลึกกว่าหน้ากากอนามัยอีกเยอะครับ!… เพราะผมมองว่า หน้ากากอนามัยไม่ใช่ทางออกเดียวสำหรับแนวทางฝุ่นพิษ… เพราะสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่หน้ากาก แต่เป็นอากาศสะอาดและปลอดภัยกับลมหายใจมากกว่า

อากาศสะอาดและปลอดภัย… หาจากอะไรหรือที่ไหนได้อีกน๊ะ?

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line ท่านจะได้ Link บทความใหม่ทุกเช้า

Related Post

มอเตอร์เวย์บางประอิน-สระบุรี-โคราช

ผ่านวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ควันหลง การเดินทางช่วงเทศกาลยังคงคึกคักบนทางหลวงทุกเส้นทางทั่วประเทศ หนักหนาหน่อยก็คงเส้นทางสายอิสาน ที่รายงานข่าวเรื่องการจราจรคับคั่งยังคงเป็นตำนานที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอดมา

coronavirus

How COVID-19 Affecting Housing Market

การหาคนที่กำลังหาโอกาสให้เจอ และท่านจงเป็นคนเปิดหรือสร้างโอกาสดึงคนเหล่านั้นมาเป็นลูกค้า… ซึ่งในทัศนะของผมคิดว่า การระบุเป้าหมายในชั่วโมงนี้ง่ายกว่าภาวะปกติมาก เพราะคนมองหาโอกาสที่เชื่อว่าตัวเองเจอโอกาสเกินคาด ย่อมไม่พลาดโอกาสที่ลอยตรงหน้าค่อนข้างแน่

smart industrial estate

อัพเกรดนิคมอุตสาหกรรมสู่ Smart City

เงินลงทุน 5 ปี ประมาณ 60,000 ล้านบาท จะมีโครงการใหญ่ๆ ที่จะเกิดด้วย เช่น ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ขณะนี้ใช้เงินไปแล้ว ประมาณ 40 ล้านบาท งบประมาณปี 2563… ส่วนนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ค ที่จะเปิดปี 2564 อีกประมาณ 800 ล้านบาท ลงทุนด้านดิจิทัล 200 ล้านบาท และจะพัฒนาบุคลากรอื่นๆ อีกที่เหลือ 200 ล้านบาท ส่วนนี้คืองบฯลงทุนปีหน้า 1,200 ล้านบาท

ท่าอากาศยานเบตง

วันนี้ขอเลาะเอาข้อมูลการพัฒนาเมืองและชุมชนแถวชายขอบติดมาเลเซียมาบอกเล่าต่ออีกวันน๊ะครับ ไหนๆ ก็ลงใต้ทะลุไปถึงปีนังไปแล้ว เลยคิดว่า… ผมเอาข้อมูลเรื่องดีๆ ที่กำลังเกิดขึ้นตรงปลายสุดด้ามขวานไทยแลนด์อย่างพื้นที่อำเภอเบตงมาเผยแพร่บันทึกเอาไว้