ถนนพลาสติกแอสฟัลต์…

Plastic road

ความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจประเด็นหนึ่งในบ้านเรา เกิดขึ้นจากพิธีลงนามและแถลงข่าวร่วมกันของ กรมทางหลวงชนบท… กรมทางหลวง… มหาวิทยาลัยเชียงใหม่… บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย… ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการศึกษาพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลาสติกเหลือใช้ เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีตสำหรับงานทาง” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือด้านวิชาการ ทรัพยากร และการบริหารจัดการที่ภาคเอกชน โดย SCG และกลุ่มบริษัท ดาว จะนำประสบการณ์และองค์ความรู้ จากการวิจัยและพัฒนาการทำถนนพลาสติกรีไซเคิลที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 ผ่านกระบวนการทดสอบตามมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ และใช้งานจริงในพื้นที่ของภาคเอกชนต่างๆ เช่น นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล จังหวัดระยอง และนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี มาใช้ศึกษาและพัฒนาโครงการนี้

โดยมีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เข้าร่วมศึกษางานวิชาการด้านผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้เข้ามาร่วมศึกษาและสนับสนุนการจัดทำมาตรฐานการนำพลาสติกเหลือใช้มาเป็นส่วนผสมในแอสฟัลต์คอนกรีต

หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ จะสามารถขยายผลไปสู่การทำถนนในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยได้จริง  และยังช่วยส่งเสริมการบริหารจัดการขยะ โดยเฉพาะพลาสติกได้อย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

ทั้งนี้ ถนนจากพลาสติกรีไซเคิลความยาว 1 กิโลเมตร ขนาดหน้ากว้าง 6 เมตร จะสามารถนำขยะพลาสติกไปใช้ประโยชน์ได้ถึงประมาณ 3 ตัน หรือเท่ากับถุงพลาสติกเกือบ 900,000 ใบ 

ปัจจุบัน SCG และกลุ่มบริษัท ดาว ได้ร่วมกับภาคเอกชนทำถนนแอสฟัลต์คอนกรีตต้นแบบ ที่มีพลาสติกเหลือใช้เป็นส่วนผสม รวมความยาวถนน 7.7 กิโลเมตร สามารถนำพลาสติกเหลือใช้หมุนเวียนกลับมาสร้างคุณค่าได้รวม 23 ตัน

สำหรับการนำพลาสติกมาใช้ส่วนผสม จะสามารถลดปริมาณการใช้ยางมะตอยลงได้ถึง 6-10% ซึ่งยืนยันความปลอดภัย ร่วมถึงจะสามารถลดงบประมาณการซ่อมบำรุงถนนได้กว่าปีละ 5% หรือ 1,500 ล้านบาทต่อปี

ตามแผนดำเนินการคาดว่า… จะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี พ.ศ. 2564 จะเป็นการทดลองในระยะทาง 1 กิโลเมตร โดยจะดำเนินเป็นลักษณะถนนพลาสติก และถนนยางมะตอยปกติ ในเส้นทางเดียวกันแต่คนละทาง ทั้งนี้ เพื่อจะนำข้อมูลการใช้งานจริงในเส้นทางเดียวกัน กับการใช้ผิวทาง 2 แบบ มาวิเคราะห์และเปรียบเทียบอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้… กรมได้ทำการทดลองนำขยะประเภทพลาสติกที่ใช้แล้ว มาผสมในแอสฟัลต์คอนกรีตในอัตราส่วน 8% และ 10% ของน้ำหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีผลเป็นที่น่าพอใจ จึงได้นำร่องทดลองปูผิวถนนพลาสติกแอสฟัลต์ ในพื้นที่จริงบนถนนทางหลวงชนบทสาย สบ.1004 อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

เพื่อศึกษาคุณสมบัติในการต้านทานต่อการเกิดร่องล้อหรือการต้านทานต่อการยุบตัวของผิวถนนพลาสติกแอสฟัลต์ ภายใต้สภาวะแวดล้อมจริงที่มีน้ำหนักรถบรรทุกหรือแรงกระทำซ้ำๆ กันของปริมาณการจราจรการใช้งานจริงของรถยนต์ขนาดต่างๆ โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ และมีการติดตามผลเป็นระยะๆ

ซึ่ง… ผลทดสอบในเบื้องต้น พบว่าผิวถนนพลาสติกแอสฟัลต์มีความแข็งแรง ทนต่อสภาวะแวดล้อมได้ดีและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ขอบคุณภาพและเนื้อข่าวจากประชาชาติธุรกิจครับ!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line ท่านจะได้ Link บทความใหม่ทุกเช้า

Related Post

BULL BEAR

ส่องหุ้นอสังหาก่อนปี 2020

ผมห่างหายจากตลาดหลักทรัพย์และห้องค้ามานาน ถึงแม้ว่าการซื้อขายหุ้นในปัจจุบันจะง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก… ผมเลิกสนใจหุ้นมาตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งที่บาดเจ็บเช่นเดียวกับเพื่อนฝูงหลายๆ ท่านที่ผมรู้จัก… พร้อมๆ กับบทบาทหน้าที่หลายอย่างหลังช่วงเวลานั้น… ต่อเนื่องยาวนานจนผมกลายเป็นคนฝั่งสตาร์ทอัพ ที่สไตล์การทำงานจะมีรูปแบบที่โฟกัสเป้าหมายเดียวสุดๆ ในแต่ละช่วงเวลา และตัด Noises เพื่อให้ Total Movement เรียบรื่นแบบ Lean Startup

Abraham Lincoln

I Destroy My Enemies When I Make Them My Friends — Abraham Lincoln

Abraham Lincoln มีความยากลำบากในการสานรอยร้าวมากมายบนแผ่นดินแตกแยก ที่แย่งชิงและแตกต่างทางเชื้อชาติ รวมทั้งแนวคิดและวัฒนธรรมจากคนหลากหลายเชื้อชาติ… แต่แนวคิดและการนำของ Abraham Lincoln ก็รั้งสหรัฐอเมริกาให้รวมกันเป็นปึกแผ่น ภายใต้กฏเกณฑ์เดียวกัน… ส่งต่อให้คนรุ่นต่อๆ มา สามารถสร้างสหรัฐอเมริกา จนกลายเป็นชาติมหาอำนาจ บนความหลายหลายแตกแยก… ที่ยังมีแฝงอยู่

Thailand Drought 2020

ภัยแล้ง 2020… ถึงเวลา AgTech เพื่อเกษตรยั่งยืน

ภัยแล้งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวนาปรัง อ้อย และมันสำปะหลังเนื่องจากมีการเพาะปลูกมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยข้าวนาปรังเริ่มเพาะปลูกตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 แล้ว ในขณะที่อ้อยและมันสำปะหลังสามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยข้าวนาปรัง อ้อย และมันสำปะหลังจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนมิถุนายน ปี 2020 ในปริมาณมาก

เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน… เห้อออ!

ในขณะที่อู่ตะเภาและ EEC ร้อนแรงชนิดที่มีเอกชนแห่ไปซื้อซองกับกองทัพเรือกว่าสี่สิบราย แต่ฝั่ง SEZ หรือ Spacial Economic Zone หัวเมืองชายแดนอย่าง แม่สอด มุกดาหาร นครพนม และหนองคาย กรมธนารักษ์ต้องปัดฝุ่นเงื่อนไขต่างๆ เพื่อเปิดให้เอกชนยื่นซองประกวดราคารอบสองรอบสามกันแล้ว