PermaCulture Market… ตลาดกลางป่า

PermaCulture Market

ผมได้หนังสือมา 2 เล่มว่าด้วย PermaCulture… แน่นอนว่าเล่มแรกต้อง Permaculture Principles and Pathways Beyond Sustainability ของ David Holmgren กับอีกเล่มหนึ่งคือ The Permaculture Market Garden : A Visual Guide to a Profitable Whole-systems Farm Business ของ Zach Loeks… เลือกเล่มแรกมาอ่านเพราะ David Holmgren… ส่วนเล่มที่สองของ Zach Loeks เพราะชื่อหนังสือกับคำโปรยบนปกล้วนๆ

สารภาพว่าหาหนังสือแนวคิด PermaCulture มาอ่านเพื่อจะได้มีเนื้อหาสาระ หรือ Contents มาเขียนลง Properea ซึ่งผมคิดว่า นาทีนี้เป็นยุคสมัยของอสังหาริมทรัพย์ที่รวมเอาระบบนิเวศน์ธรรมชาติและเทคโนโลยีมาบูรณาการกัน… แค่ตั้งใจเอามาอ่านและสรุปแบ่งปันต่อประมาณนั้น

แต่หนังสือสองเล่มนี้เปลี่ยนทัศนคติ ที่ผมเอนเอียงไปทางเกษตรเทคโนโลยีมานาน เหมือนที่ผมเขียนถึง Square Roots… เรื่องเล่าจากคนปลูกผักในสถานการณ์ Michigan’s Stay Home, Stay Safe!... เรื่องเล่าของเกษตรกรในลานจอดรถและดาดฟ้าตึก ที่ปลูกผักในตู้คอนเทรนเนอร์ขาย…  หรือจะเรื่องของ Farmerscut.com และเรื่อง Indoor Farming Technology และอีกมากที่ผมมองว่า เป็นแนวทางการทำการเกษตรที่หวังผลได้สูงกว่าการทำเกษตรบนแปลงปลูกทั่วไป

ประเด็นก็คือ… AgTech หรือ AgriTech หรือ Agricultural Technology เป็นเทคนิคการผลิตอาหารเพื่อสกัดเอาเฉพาะ “ผลผลิตที่ต้องการตามประสงค์” ด้วยการใส่เทคโนโลยีเข้าไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและโฟกัสจุดเด่นให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และลดขนาดจุดด้อยให้อยู่ในสัดส่วนน้อยที่สุดเท่านั้นเอง ซึ่งก็ดีงามและเชื่อมั่นหวังผลได้ตามความต้องการ

ในขณะที่… PermaCulture เป็นหลักคิด “คืนสู่ป่า” ที่ปลูกพืชอาหาร เหมือนที่พืชผักชนิดนั้นเกิดเองโดยธรรมชาติในป่า และเราเก็บเกี่ยวเอามากิน ขายหรือนำไปใช้เพื่อเสริมวงจรชีวิตป่าธรรมชาติให้ระบบนิเวศ เติบโตเกื้อกูลและผลิตอาหารตามธรรมชาติ ตอบแทนคนดูแลป่าอาหารผืนนั้น

ในหนังสือ Permaculture Principles and Pathways Beyond Sustainability ของ David Holmgren ทั้งเล่ม… เป็นทฤษฎีการออกแบบสวนเลียนแบบธรรมชาติ ด้วยการปรับแต่งสภาพแวดล้อมในพื้นที่โครงการ ให้มีวงจรครบรอบ หรือ Close Loop ของทุกตัวแปรทั้งในอากาศ บนดิน ใต้ดินและในน้ำ… อยากรู้อะไรเปิดดูมีคำตอบให้หมดตั้งแต่ร่างผังสวนไปจนถึงของเหลือที่เป็นขยะส่วนเกินต้องทิ้ง… จะเอาไปไหน ทำอะไรยังไงต่อก็มีบอก และเป็นวิทยาศาสตร์ทุกหลักวิธี

Concept หรือแนวคิดที่ผมได้จากหนังสือของ David Holmgren จากการอ่านแบบอ่านผ่านๆ รอบแรกคิดว่า… ตำรา PremaCulture เล่มนี้ให้ Mindset การออกแบบชิวิตพื้นฐานเกษตรธรรมชาติ ที่เอาความรู้สาขาอื่นๆ หลายแขนงมาช่วยแก้ปัญหา “วงจรชีวิตวิถีเกษตร” ที่ถูกธรรมชาติซึ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำลายความสมดุลย์ไปพร้อมๆ กับฤดูกาล รวมทั้งห่วงโซ่การลงทุนของเกษตรกรที่จดลงบัญชีเมื่อไหร่… ก็อ่อนใจทุกครั้ง

สาระสำคัญของ PermaCulture จึงเป็นเรื่องของการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ที่ให้ผลผลิตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผลผลิตที่เป็นอาหารมนุษย์และสัตว์เลี้ยงในระบบนิเวศน์เดียวกัน… PermaCulture จึงมาไกลกว่าเกษตรอนุรักษ์สายอื่นๆ ที่รวมเอาหลายๆ ศาสตร์มาบูรณาการร่วมอย่างมีชั้นเชิงทางวิทยาการที่ยืดยุ่นพอจนไปถึง “โมเดลธุรกิจการเกษตร” ได้ง่ายกว่า การทำเกษตรเพื่อเป็นเกษตรกร

ส่วนหนังสือ The Permaculture Market Garden ของ Zach Loeks เขียน Tagline แนะนำหนังสือเล่มนี้ไว้สั้นๆ ว่า… This book is for those who have big ideas for a piece of earth, for those who want to make a profitable and sustainable living from the land and live more fully on it. หนังสือเล่มนี้สำหรับคนที่มีไอเดียยิ่งใหญ่กับผืนดิน สำหรับใครที่อยากสร้างกำไรและความยั่งยืนให้ผืนดินที่อาศัย และอยู่อย่างเติมเต็มที่นั่น

ผมยังไม่ได้อ่านหนังสือของ Zach Loeks นอกจากดูสารบัญคร่าวๆ กับ Concept หรือแนวคิดที่มอง “สวนเป็นซุเปอร์มาร์เก็ต” ซึ่งผมคิดว่า ไอเดียนี้ไม่ใช่ของใหม่ และเป็นไอเดียพูดง่ายแต่ทำได้ยากมากจนแทบเป็นไปไม่ได้ในทางเทคนิคที่จะมีทุกอย่างครบในสวนเหมือนซุเปอร์มาร์เก็ต… ที่ผมเคยเห็นเพื่อนกินเมนูมะเขือจนเลิกปลูกจนถึงทุกวันนี้… เพราะในชีวิตจริง ข้อจำกัดของการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ให้หลากหลายไม่ใช่เรื่องง่าย… โดยเฉพาะสมดุลย์การลงทุนและการจัดการ เอาแค่เรื่องงบประมาณดำเนินการ ที่แม้แต่โครงการผักสวนครัวรั้วกินได้ของหลายๆ ท่าน ก็หาจุดคุ้มค่ายากมากแล้ว

ตอนที่ 4 ของหนังสือ The Permaculture Market Garden ของ Zach Loeks เขียนลงสารบัญไว้ว่า… Design Management… ผมเปิดเข้าไปดูเห็น Footnote เขียนว่า… Asking “Why?” 7 Times

หลายท่านคงทราบว่า… แค่ถาม Why 5 ครั้งผมก็ยอมอ่านแล้ว และจะรีบอ่านอย่างไวจะได้เอามาแบ่งปันทุกท่านแบบไม่ขาดตอน… ให้รู้กันว่า “ทำสวนให้เป็นตลาด” ทำได้จริงมั๊ย และต้องคิดและบริหารยังไง?

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

บังคับดาวน์ 20% และภาษีที่ดินในมือ สนช.

จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการบังคับจ่ายเงินดาวน์ 20% สำหรับสินเชื่อบ้านหลังที่ 2 เป็นต้นไป มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2562 และกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือภาษีทรัพย์สิน หรือ property tax ที่เคยตั้งธงไว้ที่ 1 มกราคม 2562 เช่นกัน แต่ก็ชัดเจนว่าจะเลื่อนประกาศใช้ไปอีกหนึ่งปี …ทั้งมาตรการบังคับดาวน์และกฏหมายภาษีทรัพย์สินใหม่ สร้างแรงกระเพื่อมให้วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่น้อยเลย

Utility Tokens and Security Tokens… โทเคนอเนกประสงค์และโทเคนหลักทรัพย์

การบังคับใช้กฏหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้พระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 รวมทั้งกฏหมายอื่นๆ ที่มีคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ใช้ทำงานเพื่อดูแลผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวกับการลงทุน… โดยมีคำถามและการพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการออกโทเคนดิจิทัล หรือ Token เพื่อใช้กับโมเดลธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งหลายท่านก็ยังงุนงงสงสัยเกี่ยวกับ “โทเคนเพื่อการระดมทุน หรือ Security Token และ โทเคนอรรถประโยชน์ หรือ Utility Tokens” โดยเฉพาะโทเคนเพื่อการระดมทุนที่จำเป็นจะต้องจัดการโทเคนผ่าน ICO Portal ที่รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.

CroBank และ BANK Token กับ USDC Reward

CroBank เป็น Decentralized Finance หรือ DeFi โครงการแรกของ Cronos Blockchain ซึ่งเป็นกลุ่มทุน Crypto.com ที่ชัดเจนเรื่องวิสัยทัศน์และทิศทางว่าพวกเขาจะสร้างระบบนิเวศตลาดเงินและตลาดทุนบน Cronos Blockchain โดยมีบริการทั้ง Payment Wallet และ DeFi Wallet รวมทั้ง Crypto Credit Card มาตรฐาน VISA รวมทั้งแพลตฟอร์ม CEX หรือ Centralized Exchange ซึ่งเป็นกระดานเทรดคริปโตขนาดใหญ่ไม่น้อยหน้าใคร

รถไฟฟ้าสายสีชมพู…

โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี มีระยะทาง 34-36 กิโลเมตร เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบวางคร่อมราง (straddle-beam monorail) ทางวิ่ง ยกระดับความสูง 17 เมตร ตลอดโครงการ มีรางที่ 3 สำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัวรถ