P2P Lending สินเชื่อที่อาจทำให้ระบบสินเชื่อธนาคารล่มสลาย…

26 กันยายน 2561 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดแถลงข่าวและออกจดหมายข่าว ฉบับที่ 63/2561 เรื่อง กรอบการกำกับดูแล Peer-to-Peer Lending Platform ซึ่งเป็นการยืนยันความชัดเจนว่า กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะเปิดประตูให้ FinTech อีกหนึ่งบาน…

เนื้อความในเอกสารแถลงข่าวแจ้งไว้สั้นๆ เพียงหนึ่งหน้าว่า…

นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการขยายการเข้าถึงบริการด้านสินเชื่อให้แก่ประชาชนรายย่อยที่ประกอบธุรกิจโดยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการให้บริการ สอดคล้องกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจสังคม รวมทั้งมีการกำกับดูแลผู้ให้บริการอย่างเหมาะสม กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกำหนดให้ธุรกิจ ระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สาหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer-to-Peer Lending Platform) เป็นกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58

ธุรกิจ Peer-to-Peer Lending Platform จะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ในการทำสัญญากู้ยืมเงิน ระหว่างผู้ให้กู้ และผู้ขอกู้ที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องเป็นบริษัทหรือบริษัทมหาชนจากัด ที่มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่ต่ากว่าร้อยละ 75 และต้องมีทุนขั้นต่า 5 ล้านบาทตลอดระยะเวลาการประกอบ ธุรกิจ นอกจากนี้ Peer-to-Peer Lending Platform ต้องจัดให้มีแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภค และ มาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เช่น กระบวนการรู้จักลูกค้า การประเมินความเหมาะสม (client suitability) ของผู้ให้กู้ และการประเมินระดับความเสี่ยง (credit rating) ของผู้ขอกู้ ธปท. จะกำหนด หลักเกณฑ์รองรับผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจโดยผู้สนใจสามารถตดิต่อมายัง ธปท.เพื่อขอเข้าร่วม ทดสอบใน Regulatory Sandbox ของ ธปท. และเมื่อพร้อมให้บริการในวงกว้างแล้ว ธปท. จะเสนอ กระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ใบอนุญาตต่อไป

… แล้ว Peer-to-Peer Lending Platform กับอสังหาริมทรัพย์หล่ะ? คุยกันตอนหน้าครับ!!!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Solar Farm

Solar Farm การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ EEC

การพัฒนาและลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับภาคเอกชนในประเทศไทย แบบผสมผสาน ร่วมกับการทำการเกษตรในพื้นที่เดิมตามสัดส่วนที่เหมาะสม โดยในระยะแรก การพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะมีขนาดไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ มูลค่าเงินลงทุนโครงการประมาณ 23,000 ล้านบาท

พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ….

ข่าวการ “มอบคืนโฉนดที่ดิน คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม” ที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้กลไกความมั่นคงและกฏหมาย เข้าไปจัดการวงการเงินกู้นอกระบบกลุ่มสัญญาจำนองขายฝากที่ไม่เป็นธรรมและฉ้อโกง จนกลายเป็นผลงานโดดเด่นชิ้นหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งดาบสุดท้ายของการจัดการปัญหาหนี้สินที่เกิดจากสัญญาขายฝากที่อาศัยช่องว่างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิม ก็คือ “พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือท่ีอยู่อาศัย พ.ศ. ….” ฉบับนี้นี่เอง

กรุงเทพฯ… มหานครไร้สาย

พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครร่วมกับ คุณฐากร ตณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ร่วมกันวางแผนนำสายสื่อสารลงใต้ดินให้แล้วเสร็จใน 2 ปี มี กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพ ประมูลจัดหาผู้รับเหมาดำเนินการ และมี กสทช. ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง

Thailand Elite Card

Elite Flexible Program…

โมเดลชดเชยรายได้จากการท่องเที่ยวที่หายไป 100% ก็ว่าได้ ตั้งแต่วิกฤต COVID19 ลุกลามออกนอกแผ่นดินจีนช่วงต้นปี 2020 จนถึงปลายปี 2020 ก็ยังมีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อให้น่ากังวลอยู่ทั่วโลก… การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยคุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเคลื่อนไหวหารือกับศูนย์บริหารสถานการเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือ ศบศ. เรื่อง เตรียมผลักดันโครงการชื่อ Elite Flexible Program