OsMA… Moving Average Oscillator

Intraday trading

เครื่องมือทางข้อมูลที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และ นักลงทุนทั่วโลกใช้อ้างอิงการซื้อขายหลักทรัพย์มากทีสุดก็คือ ข้อมูลค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ หรือ Moving Average หรือ MA ซึ่งเป็นการเอาราคาย้อนหลัง มาเฉลี่ยดูต้นทุนย้อนกลับไปเท่าจำนวน Period ที่กำหนดตามต้องการ ซึ่งข้อมูลค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ถือเป็นเครื่องมือตรวจสอบแนวโน้ม หรือ Trend ขั้นพื้นฐานโดยการเอาตัวเลขค่าเฉลี่ยมาพล็อตเป็นกราฟเทียบกับกราฟราคาจริงดูเท่านั้น… ซึ่งการสะท้อนเฉพาะแต่ราคาของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ จึงทำให้ขาดข้อมูลปริมาณการซื้อขาย หรือ Volume ซึ่งสัมพันธ์และสำคัญกับทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาไม่ต่างกัน

ในขณะที่เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบปริมาณการซื้อขายยอดนิยมอย่าง MACD  ซึ่งนักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วโลกเอาไว้ตรวจสอบอุปสงค์อุปทานของตลาดผ่านปริมาณการซื้อขายเพื่อดูว่า ตลาดในขณะนั้นเกิด Overbought หรือ ซื้อมากเกินไป และ Oversold หรือ ขายมากเกินไป… ซึ่ง MACD ก็บอกระดับราคาไม่ได้จนต้องดูเครื่องมือสองตัวแสดงผลคนละแบบคู่กัน… กระทั่งมีการนำ MA และ MACD มารวมกันจนได้ OsMA หรือ Moving Average Oscillator ออกมาใช้ โดยการเอา MACD Value ลบด้วย MA Value และนำมาพล็อตเป็นกราฟแท่งเกาะแกนนอนค่า 0 เพื่อแสดงให้เห็นว่า… ตลาดกำลังแกว่งตัวอยู่ในแดนลบหรือแดนบวก และ บวกอยู่เท่าไหร่หรือลบอยู่แค่ไหนแล้ว

การใช้งาน OsMA หรือ Moving Average Oscillator ในทางเทคนิคก็ยังถือว่าเป็นดัชนีที่ตามหลังราคาจริง หรือ Lagging Indicator ซึ่งต้องระมัดระวังเมื่อนำมาใช้งาน และ ควรใช้คู่กับดัชนีตัวอื่นๆ ร่วมในการตัดสินใจ… ข้อควรระวังจากคำยืนยันของนักวิเคราะห์มากมายต่างก็ให้ความเห็นเหมือนกันว่า… OsMA ให้ข้อมูลได้ไม่ดีนักในสภาวะตลาด Sideway ซึ่งหลายกรณีให้สัญญาณผิดพลาด หรือ False Signal อีกด้วย

แต่ผมก็เคยเห็นการใช้ OsMA Signal เป็นสัญญาณเงื่อนไขในการเขียน Bot Trade บางประเภท ร่วมกับสัญญาณจากเครื่องมือวเคราะห์ตัวอื่นๆ เพื่อหาจุดเข้าออกราคาให้ Bot ซึ่งผล Backtesting ออกมาน่าทึ่งเหมือนกัน

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Deep Tech

DeepTech 2022… ข้อมูลเบื้องต้น

เทคโนโลยีและนวัตกรรมในระดับที่พามนุษย์ก้าวข้าม “ข้อจำกัดโดยธรรมชาติ” มีชื่อเรียกเป็นการเฉพาะว่า Deep Technology หรือ DeepTech ซึ่งใช้เรียกวิทยาการที่พัฒนาขึ้นจนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยท้าทายข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่เคยเป็นข้อจำกัดมาก่อน และ สร้างผลกระทบอันเป็นคุณูปการต่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ในขั้นการประยุกต์สู่เชิงพาณิชย์

AgTech Connext 2022… Demo Day

AgTech Connext เป็นโครงการค้นหาสุดยอด AgTech Startup สายเลือดไทย โดยมีสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เป็นแกนนำการทำโครงการร่วมกับพันธมิตรจากภาครัฐ และ เอกชน… โดย AgTech Connext 2022 ได้เดินหน้าจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปิดรับสมัครช่วงปลายเดือนเมษายน… ก็ได้สิ้นสุด Season 2022 ด้วยการคัดเลือก AgTech Startup ได้มากถึง 12 ทีม เพื่อเข้าสู่กิจกรรมสุดท้ายอย่างการนำเสนอผลงานที่ได้ใช้งานจริงมาแล้วในวัน Demo Day ที่ 21 เดือนกันยายน 2022 ที่ผ่านมา

Financial Analysis for Startups… จาก Yonsei University เกาหลีใต้

Financial Analysis for Startups เป็นคอร์สลำดับที่ 3 ในโมเดลด้านการเงินสำหรับสตาร์ทอัพ ซึ่ง Professor Dr.Hyun Han Shin ทำไว้เป็นชุด 3 คอร์ส โดยมีคอร์ส  Valuation and Financial Analysis For Startups Specialization และ Valuation for Startups Using Discounted Cash Flows Approach ที่ไม่ควรพลาดที่จะเรียนต่อเนื่องกัน… ซึ่งถ้าไม่มีพื้นฐานจริงๆ ก็ควรกลับไปเรียน Valuation และ Cash Flows มาก่อนก็ดี

Foundations: Data, Data, Everywhere จาก Google

ในหลักสูตร Google Data Analytics จะบังคับให้ทุกคนที่ต้องการใบประกาศต้องเรียนคอร์ส Foundations: Data, Data, Everywhere ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานเรื่องข้อมูลที่คนส่วนใหญ่ผู้ไม่ได้เรียนและใช้ข้อมูลในทางเทคนิคจริงๆ มักจะเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลน้อยมาก… โดยเฉพาะประเภท ชนิด และ คุณสมบัติของข้อมูลแต่ละประเภท ซึ่งสำคัญอย่างมากเมื่อจะนำข้อมูลไปแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์ขั้นสูง ซึ่งมักจะได้เห็นและใช้ในงานวิเคราะห์–สังเคราะห์ขั้นประยุกต์