Organic Aquaculture… สัตว์น้ำฟาร์มอินทรีย์

Organic Aquaculture, Aquaculture Technology

สองสามวันก่อนผมได้ข้อความทักถามจากเพื่อนใหม่บางท่าน ถามหาข้อมูล Aquaculture Technology หรือ เทคโนโลยีฟาร์มสัตว์น้ำและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์… ผมเรียนไปว่า ผมไม่มีความรู้และเครือข่ายทาง Aquaculture หรือทางประมงเลย แม้จะหลงไหลและศึกษาเทคโนโลยีทุกแขนงชนิดที่อ่านและ Update ทุกวันก็ตาม

ผมแทบไม่เจอข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเผยแพร่เลย ในขณะที่ข้อมูลเทคโนโลยีอวกาศกลับหาได้ง่ายและครบครอบคลุมกว่ามาก!

เบื้องต้นวันนี้ก็เลยขอลอกการบ้านกรมประมง จากเอกสารกลุ่มวิจัยและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีการประมง สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการประมง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวใหม่ ต่อยอดจากเกษตรอินทรีย์ที่พูดถึงแต่พืชผักกันมากกว่า ในวันที่ผู้บริโภครักและใส่ใจอาหารการกินกันถี่ถ้วนขึ้น

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์โดยทั่วไปจะให้ความสำคัญกับการ “ไม่ใช้ยาและสารเคมีในการผลิตสัตว์น้ำ” รวมทั้งอาหารสำเร็จรูปสำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำ ก็ต้องได้มาโดยไม่ปนเปื้อนยาและสารเคมี รวมทั้งวัตถุดิบจากการดัดแปลงพันธุกรรม หรือ GMOs ด้วย

โดยหลักการเกษตรอินทรีย์ หรือ Principles of Organic Agriculture ที่ใช้อ้างอิงอย่างกว้างขวาง คือ หลักการของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ หรือ IFOAM หรือ The International Federation of Organic Agriculture ซึ่งประกอบด้วยหลักการย่อย 4 ประการ คือ

1. Principle of Health หรือ หลักด้านสุขภาพ เกษตรอินทรีย์ต้องเพิ่มพูนสุขภาพทั้งของดิน พืช สัตว์ คน และของโลก
2. Principle of Ecology หรือ หลักด้านนิเวศวิทยา เกษตรอินทรีย์ต้องอยู่บนพื้นฐานระบบนิเวศที่หมุนเวียนเป็นวัฏจักรไม่หยุดนิ่ง
3. Principle of Fairness หลักความเป็นธรรม เกษตรอินทรีย์ต้องตั้งอยู่บนความเป็นธรรม มีการแบ่งปันใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นของส่วนรวม ให้คนและสัตว์ได้รับโอกาสในชีวิต
4. Principle of Care หรือ หลักการแห่งความใส่ใจ เกษตรอินทรีย์ต้องมีการจัดการอย่างระมัดระวัง รับผิดชอบในการป้องกันสุขภาพและความเป็นอยู่ของชนรุ่นปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งจัดการป้องกันสิ่งแวดล้อมล่วงหน้า

หลักการข้างต้นนำมาซึ่งการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งการจัดทำข้อกำหนดของมาตรฐานเพื่อการตรวจสอบและรับรอง ข้อกำหนดที่สำคัญ ได้แก่

1. ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ
2. อนุญาตให้ใช้สารบางชนิดในการผลิตและการแปรรูป
3. ใช้ระบบจัดการผลิตแบบองค์รวม หรือ Holistic
4. ห้ามใช้ปุ๋ยเคมี
5. ห้ามใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์
6. ห้ามใช้สิ่งดัดแปรพันธุกรรม หรือ GMOs หรือ Genetically Modified Organisms
7. มีสวัสดิภาพสำหรับสัตว์
8. มีการจดบันทึกข้อมูลเพื่อตรวจสอบย้อนกลับ

ในระดับนโยบาย… ประเทศไทยผลักดันการพัฒนาเกษตรอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2547 ซึ่งก่อนหน้านั้น… การริเริ่มและเคลื่อนไหวผลักดันเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 กระทั่งปี 2544 จึงดำเนินการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และได้รับการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM… และปัจจุบันมีสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ที่ขับเคลื่อนผ่านนิติบุคคลสององค์กรคือ มูลนิธิมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ดำเนินงานแบบองค์กรไม่แสวงกำไร โดยถือลิขสิทธิ์มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท. และตราสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์… โดยมี บริษัท เอซีทีออร์แกนิค จำกัด รับผิดชอบงานในฐานะ “หน่วยตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์”  และนำรายได้จากการให้บริการจำนวนหนึ่ง บริจาคให้แก่มูลนิธิมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ต่อไป

ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ จึงมีแนวปฏิบัติเดียวกับเกษตรอินทรีย์แขนงอื่นคือ การขอหนังสือรับรองจากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นทางการเท่านั้น… ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภคบางส่วน ที่กล่าวอ้างเกษตรอินทรีย์โดยไม่แสดงหลักฐานการรับรอง จึงให้ถือเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ เอาไว้ก่อน

ส่วนแนวปฏิบัติการขอรับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ครอบคลุมสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ทั้งในน้ำจืดน้ำกร่อยและน้ำเค็ม ทั้งที่เป็นสัตว์กินพืช สัตว์กินเนื้อและสัตว์ที่กินทั้งพืชและเนื้อ  การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์สามารถทำได้ทั้งในระบบเปิดหรือในแหล่งน้ำที่มีน้ำไหลเวียนตามธรรมชาติ เช่น การเลี้ยงในกระชัง เป็นต้น และในระบบปิด เช่น บ่อดินบ่อปูน … มาตรฐานนี้ไม่รวมถึงการจับสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติและสัตว์น้ำที่ว่ายอย่างอิสระอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่ไม่สามารถตรวจสอบตามหลักการผลิตแบบอินทรีย์ได้

ผู้ขอการรับรองอาจเป็นเจ้าของฟาร์มเองหรือมีกลุ่มผู้ผลิตที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขอให้ก็ได้ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเกษตรอินทรีย์ครอบคลุมสัตว์น้ำทุกชนิดทั้ง ปลา กุ้ง หอย ปู แต่ไม่รวมการจับสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติด้วย หรือ ประมงพื้นบ้าน และการเก็บเกี่ยวสาหร่ายในธรรมชาติมาขอการรับรอง

สรุปว่า… ในปัจจุบันประเทศไทยมีเครือข่ายและแนวปฏิบัติเรื่องเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์อย่างชัดเจนอยู่แล้วครับ ส่วน Know-how การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่แบบล้ำๆ ที่บางท่านสอบถามมา และหลายท่านสนใจ… ตอนหน้ามาดูด้วยกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Organic_aquaculture
https://www.nal.usda.gov/afsic/organic-aquaculture
https://www.fisheries.go.th/extension/group/thai/organic.htm
https://www.fisheries.go.th/extension/group/thai/standards/std.htm
http://actorganic-cert.or.th/th/aquaculture_th/

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Ray Dalio - Principles

Mistakes Are The Path To Progress – Ray Dalio

Ray Dalio Ray Dalio เป็นผู้บริหาร Bridgewater Associates ซึ่งเป็น Hedge Fund หรือ กองทุนความเสี่ยงสูงที่มีมูลค่าสินทรัพย์ที่บริหารอยู่ 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็น Hedge Fund ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมานานหลายปี

Robert Herjavec

A Goal Without A Timeline Is Just A Dream – Robert Herjavec

ตำราที่ว่าด้วยความสำเร็จทุกความเชื่อ มักจะให้ความสำคัญกับเป้าหมาย หรือ Goal มากกว่าจะพูดถึง Timeframe หรือ กรอบเวลา… เพราะการไต่เข้าใกล้เป้าหมายแบบไหนอย่างไรก็ตามแต่ การใช้เวลาถือเป็นประเด็นเข้าใจโดยเนื้อและโดยปริยายอยู่แล้วโดยทั่วไป… เว้นแต่จะเป็นการพิชิตเป้าหมายเพื่อหวังผลความสำเร็จที่ “ประเมินอนาคต” ได้ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งมักจะพบ “แผนและกลยุทธ์” เพื่อการพิชิตเป้าหมายที่เด่นชัดและเป็นรูปธรรมจน “เชื่อมั่นต่อเป้าหมายและวัดความสำเร็จได้”

Sir David Paradine Frost

Don’t aim for success if you want it ― Sir David Paradine Frost

Sir David Paradine Frost ถือเป็นตัวอย่างที่ดีงามและคนสายสื่อสารมวลชน หรือคนข่าวที่ประสบความสำเร็จ และมีดีในตัวจนวันสุดท้าย… David Frost เสียชีวิตในวันที่ 31 สิงหาคมปี 2013 ด้วยวัย 74 ปีในเรือสำราญ Queen Elizabeth ที่เขาจะต้องขึ้นกล่าวสุนทรพจน์… ซึ่ง David Frost ถือเป็นคนกล่าวสุนทรพจน์ที่มีข้อความดีๆ ในสารจากเขาถึงคนฟังเสมอ…

EEC ชง 73 โปรเจ็กต์แสนล้าน รับ ครม. สัญจรเมืองระยอง

ความเคลื่อนไหวของตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในกลุ่มจังหวัด EEC ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ที่เตรียมประชุมหารือร่วมกันเพื่อจัดเตรียมวาระเสนอให้ที่ประชุม ครม. ไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ก็ได้โครงการเสนอ ครม. พิจารณามากถึง 73 โครงการ มูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท