เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบ Nike Shape

virus economic

Nike Shape เป็นชื่อทางการค้าของ Nike สินค้าประเภทสปอร์ตบราสำหรับสาวสายสตรองที่รักและนิยมการออกกำลังกาย… แต่พาดหัวข่าวจากเวบไซต์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมาในหมวด หุ้น-การเงิน พาดไว้ว่า… “วิรไท” คาดเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบ “ไนกี้ เชป” ยันไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินกู้ IMF

ซึ่งแน่นอนว่า ดร. วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คงไม่ได้หมายถึงสปอร์ตบราหรอกครับ… แต่ท่านหมายถึง “โลโก้ Nike” ที่ท้องล่างมีส่วนโค้งเหมือนตัว U เพียงแต่ปลายส่วนหลังทำมุมชันไม่เกิน 35 องศากับระนาบ 0-180 นั่นเอง… ซึ่งผมยอมรับว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่อเรียก เส้นอ้างอิงทิศทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้ยินแต่ V Shape หรือ เศรษฐกิจตกต่ำสุดแล้วก็ดีดกลับด้วยแรงสะท้อนเท่าตอนตก… U Shape หรือ เศรษฐกิจตกต่ำสุดแล้วก็ค่อยฟื้นตัวในช่วงแรกๆ ระยะหนึ่ง ก่อนจะยกตัวขึ้น… และ L Shape หรือ เศรษฐกิจตกต่ำสุดแล้วไม่มีกำลังจะปรับตัวกลับจากอะไรเลย จนลากยาวเสมอแนวต่ำไปอีกนาน

คำให้สัมภาษณ์ในงานสัมมนาวิชาการ “ชวนคุยชวนคิด ปรับวิถีธุรกิจท้องถิ่นในโลกใหม่อย่างยั่งยืน” ภายใต้หัวข้อ “ก้าวต่อไป…ทิศทางเศรษฐกิจหลังยุคโควิดภิวัฒน์” ของ ดร. วิรไท สันติประภพ ต่อมุมมองเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ถึงจุดต่ำสุด และ หากโควิดไม่มีการระบาดรอบ 2 เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ภายในปลายปี 2564 โดยลักษณะการฟื้นตัวจะอยู่ในรูปแบบ เครื่องหมายถูก หางยาว หรือ Nike Shaped ซึ่งจะเป็นการฟื้นตัวไปอยู่ในช่วงก่อนที่มีโควิด-19

อย่างไรก็ดี… เศรษฐกิจไทยตกต่ำลงลึกกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เป็นผลมาจากไทยเป็นเศรษฐกิจแบบเปิดที่มีการพึ่งพาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบหลังมีการล็อกดาวน์ประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงัก เพราะความต้องการท่องเที่ยวจากต่างประเทศน้อยลง ดังนั้น การจะให้จำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาอยู่ที่ระดับ 40 ล้านคน อาจจะต้องใช้เวลาหลายปีต่อจากนื้

ขณะที่ภาคการส่งออกก็มีบทบาทสำคัญระบบเศรษฐกิจไทย เพราะอุปสงค์ขึ้นอยู่กับประเทศคู่ค้า ซึ่งปัจจุบันได้รับผลกระทบทั้งหมด ทำให้อำนาจลดลง เช่นเดียวกับการผลิตที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานก็ถูกกระทบ ทำให้การฟื้นตัวจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป

ดร. วิรไท สันติประภพ ยืนยันว่า… ประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจาก IMF เหมือนวิกฤติต้มยำกุ้งอีก… เนื่องจากไทยยังมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแรง แม้ว่าภาคเศรษฐกิจจริงจะโดนกระทบแรงไม่แพ้ปี 2540 และมีกันชนเศรษฐกิจมหภาคค่อนข้างแรงแรง มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศระดับสูง และไทยไม่ได้พึ่งพิงเงินกู้จากต่างประเทศ ทำให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถทำนโยบายการเงินด้วยเทคนิคการลดดอกเบี้ยจนต่ำเป็นประวัติการณ์ได้

นอกจากนั้น… ในงานสัมนา “ก้าวต่อไป…ทิศทางเศรษฐกิจหลังยุคโควิดภิวัฒน์” ยังสรุปผลกระทบจาก COVID19 ต่อภาคการเงิน โดยแบ่งผลกระทบเป็น 3 ช่วง ได้แก่

  1. ช่วงที่แรก ปลายเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563… กระทบกลไกตลาดเงินตลาดทุน ทำให้คนต้องการถือเงินสดทั้งโลก ดังนั้น มาตรการช่วงแรจะเน้นการรักษาเสถียรภาพการเงินเป็นเรื่องสำคัญผ่านการตั้งกองทุนรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ (BSF)
  2. ช่วงที่สอง การควบคุมโรคระบาดไม่ให้รุนแรงโดยมาตรการล็อกดาวน์ หยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้คนว่างงาน มีการปิดกิจการชั่วคราว จึงเป็นนโยบายเร่งเยียวยาผ่านการให้เงินจากภาครัฐ และภาคธนาคารได้ออกมาตรการขั้นต่ำเป็นการทั่วไปสำหรับลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบ
  3. ช่วงที่สาม ช่วงการฟื้นฟู การเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สอดรับหลังโควิดภิวัฒน์ โดยจะต้องเป็นมาตรการที่ตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมาย และเร่งการปรับโครงสร้างหนี้เฉพาะกลุ่มมากกว่าเป็นมาตรการทั่วไปที่เป็นลักษณะเหวี่ยงแห เพราะจะเป็นการสร้างผลกระทบข้างเคียงให้กับสถาบันการเงิน หากลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ แต่เข้าโครงการ ทำให้ธนาคารไม่มีทรัพยากรไปช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ แต่อีกข้างธนาคารยังคงต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก

สรุปว่า… อย่ารีบ… อย่าเร่ง… อย่าร้อน ถ้าเชื่อความเห็น ดร. วิรไท สันติประภพ… ซึ่งผมคิดว่า ท่านกล้าพูดตรงไปตรงมาในประเด็นนี้อย่างน่าชื่นชม เพราะกราฟการฟื้นตัวแบบ Nike Swoosh Shape สำหรับผม… มันก็คือ L Shape ที่มีมุมเงยเล็กน้อยไปอีก 12-20 เดือนข้างหน้าทีเดียว… มองยาวข้ามถึงปี 2564 เลยครับ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม… ระหว่างนี้ก็ประครองกันไป มองหาโอกาสใหม่ๆ กันไป

ครับผม!

อ้างอิง

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Data Visualization

Google Data Studio

กระแส Data Driven ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจและองค์กรทั่วโลกหลังปี 2020 ได้กลายจากแนวโน้มไปเป็นพื้นฐานจำเป็นแน่นอนชัดเจนแล้ว ซึ่งข้อมูลมากมายที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ด้วยอัตรเร่งยิ่งยวดอย่างในปัจจุบัน การจะขับเคลื่อนกิจการหรือองค์กร โดยไม่สนใจข้อมูลมากมายที่มีทั้งเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการและองค์กร… มีทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยอ้อมกับกิจการและองค์กร รวมทั้งข้อมูลที่เหมือนจะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับกิจการและองค์กร แต่กลับมีประโยชน์ในการ “ใช้ทำนายหรือเทียบเคียงแนวโน้มแบบต่างๆ” ที่สัมพันธ์กับกิจการและองค์กรมากมาย

Denis Waitley

Happiness Is The Experience Of Living Every Moment With Love, Grace and Gratitude ~ Denis Waitley

ประสบการณ์ความสุขของทุกคน “มักจะ” มาจากความพึงพอใจจากการ “ได้ประโยชน์ หรือ ได้ผลประโยชน์” เป็นส่วนใหญ่… ซึ่งบ่อยครั้งจะมีใครบางคนต้อง “สละประโยชน์ หรือ สละผลประโยชน์” ของตนให้ไปก่อนเสมอ… ถ้าเป็นการสละผลประโยชน์แลกกับประสบการณ์ความสุขไม่ต่างกับคนได้ผลประโยชน์ไป… ภาวะ “สมประโยชน์” ของทั้งสองฝ่ายก็มักจะไม่เลื่อมล้ำกันมากถึงขั้นเกิดปัญหา แต่ถ้าเกิดประสบการณ์สละผลประโยชน์พร้อมสมดุลทางอารมณ์เชิงลบ… จึงไม่มีทางหาความสุข หรือ Happiness ให้คนที่มีดุลยภาพทางอารมณ์เป็นลบได้ง่ายๆ

Bill William Alligator Indicator

Alligator Indicator ของ Bill Williams

Alligator Indicator ใช้ทำนายการกลับตัวของแนวโน้มราคา… เมื่อเส้น Lips หรือเส้นสั้นสุด หรือ เส้นสีเขียวในค่า Default ตัดเส้น Teeth และ Jaws ขึ้นจะ ก็จะเป็นสัญญาณ BUY เพราะจระเข้ได้ตื่นขึ้น และถ้าตัดลงก็จะเป็นสัญญาณ SELL เพราะจระเข้หลับแล้ว

ปฎิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

งานสัมมนาวิชาการประจำปี 2563 ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งยังมีชื่อคุณวิรไท สันติประภพ เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่… ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ปฎิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทำอย่างไรให้เกิดได้จริง ที่ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย ในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2563